.....

เมื่อพิจารณาถึงเรื่องความแก่ของร่างกาย

ความแก่นี้ทุกร่างกายมีเหมือนกัน  ไม่ว่าคนว่าสัตว์หรือต้นไม้

หรือวัตถุที่เขาก่อสร้าง  ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป

เข้าถึงสภาพที่ชรา คร่ำคร่า ชำรุดทรุดโทรมเป็นธรรมดา

 .....

.....

.....

  ชีวิตเหมือนกับการขึ้นสะพานโค้ง

เราเดินขึ้นถึงกลางสะพาน พอถึงแล้วก็ยืนชมวิวเสียนิดหน่อย

มองด้านโน้นด้านนี้ เหนือน้ำใต้น้ำว่ามันน่าดูอยู่

เสร็จแล้วเราจะไปยืนอาบแดดอยู่ตรงนั้นไม่ได้

เราก็เดินลงไปทางสะพานด้านโน้น

ถ้าไม่เดินไปข้างโน้น ก็กลับมาลงฝั่งนี้

ไม่มีใครอยู่กลางสะพานได้

.....

  "ปัญญานันทภิกขุ"

 

             คิดได้ดังนั้นแล้ว   ไฉนเลยที่เราจะไปยึดมั่นถือมั่น เมื่อมีโอกาส  ที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ก็ต้องรีบทำ รีบไขว่คว้า

ต้องกล้า ...ที่จะทำ 

             ชีวิตคนเรา   เวลาที่เดินอยู่บนสะพานโค้ง มีเพียงน้อยนิด....  ความดี  เมื่อคิดก็เป็นเพียงนามธรรม  เพราะฉะนั้น.... ถ้าเรามาช่วยเปลี่ยนนามธรรมนี้ ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เห็นกันชัดเจนขึ้น เริ่มจาก สิ่งที่คิดว่า...  ทำได้ และเริ่มทำทันที 

             เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว  เมื่อเราเดินลงสะพาน  ชีวิตของเราจะไม่เหลือสิ่งใด ติดตัวไป

ชาวจีน จึงตั้งภาษิตเตือนใจไว้ว่า

"ชีวิตเหมือนสะพาน  อย่าไปสร้างบ้านลงบนนั้น"

              เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้น - ตั้งอยู่ และก็ดับไป   ชีวิตมีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด  เมื่อพิจารณาด้วยธรรม แล้ว เราจะเอาอะไรติดตัวไปเมื่อลงจากสะพาน

              


ขอบคุณ ภาพประกอบที่สื่อความหมายจาก internet