ในการประชุมสภา มอ. เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ค. ๕๒ รศ. ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี ได้แจ้งวิธีการที่มหาวิทยาลัยนำเอาสาระจากสภาฯ ไปสู่ประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และได้นำตัวอย่างการเล่าความคิดของอธิการบดีใน intranet ที่สมาชิกภายในมหาวิทยาลัยทุกคนเข้าไปอ่านได้ ดังต่อไปนี้
ผมเห็นว่า เป็นสุดยอดของการสื่อสารในองค์กรโดยผู้บริหารสูงสุด จึงนำมาบันทึกไว้
เล่าความคิด-ให้ข้อมูล 141(20/2552):
คำแนะนำสำหรับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ที่สภามหาวิทยาลัยมอบให้ฝ่ายบริหาร
13-19 กรกฎาคม 2552
ฝ่ายบริหารได้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยถึงแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วง 2552-2555 ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2552 เนื่องในวาระของการเริ่มบริหารของทีมอธิการบดีและรองอธิการบดี ซึ่งได้นำเสนอต่อประชาคมไว้แล้วในรูปของคำบรรยายที่
http://www.intranet.psu.ac.th/president/develop.pdf และในรูปของ powerpoint ที่
http://www.intranet.psu.ac.th/president/develop.ppt พร้อมกับการนำมาเล่าสู่การรับทราบของประชาคมในเล่าเรื่องที่ 138 http://www.intranet.psu.ac.th/president/tell/T138.htm แล้ว
ขอเชิญชวนชาวสงขลานครินทร์เข้าไปอ่านดูนะครับ
หลังจากการนำเสนอเสร็จสิ้น สภามหาวิทยาลัยได้เสนอความเห็นและให้ข้อคิดที่
มีคุณค่ามากมาย ซึ่งฝ่ายบริหารจะได้นำข้อเสนอแนะเหล่านี้ ไปประกอบการสัมมนาที่
ประชุมคณบดี ซึ่งเรากำหนดไว้ระหว่างวันที่ 25 -27 กรกฎาคม 2552
ถึงแม้ด้วยเวลาการประชุมสภาฯที่เรามีอย่างจำกัด ข้อเสนอแนะของสภามหาวิทยาลัยก็มีคุณค่ายิ่ง
สภาฯให้คำชี้แนะว่า :-
• แผนพัฒนานี้ ต้องอาศัยการรับรู้ ความเข้าใจและความร่วมมือจากท่านคณบดี คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน
• ในการสร้างสังคมปัจจุบัน ต้องการจรรยาบรรณเป็นหัวใจสำคัญ จรรยาบรรณในทุกวงการ ทั้งทางสังคม ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ในการสร้างบัณฑิตให้มีคุณธรรม จำเป็นต้องมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาที่เข้มแข็ง
• การเรียนในมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน เราสอนนักศึกษาให้มี knowledge อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี wisdom วันนี้ยังมองไม่เห็นว่ามีการพัฒนาการเรียนรู้ไปถึงขั้นนั้น วันนี้ การสอนยังเป็นแบบ content delivery อยู่ ไม่สามารถทำให้เกิด wisdom ได้ เราต้องเปลี่ยนกระบวนการการเรียนรู้ของนักศึกษา ต้องไม่สอนแบบ spoon feeding อีกต่อไป เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่หิวกระหายที่จะรู้ ตอนที่รับอาจารย์ใหม่จะมีความสำคัญมาก ต้องดัดเลือกให้ดีๆ
• มหาวิทยาลัยควรจะสร้างวัฒนธรรมการค้าขายให้กับนักศึกษาด้วย เช่นการมีบริษัทจำลอง (dummy company) หรือให้นักศึกษาได้ขายของสัปดาห์ละครั้ง เราต้องสร้างให้นักศึกษามีความสามารถเป็นผู้ประกอบการด้วย เราจะเห็นว่าประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่รุ่งเรืองได้ เพราะเขาสร้างทรัพยากรมนุษย์ เราต้องสร้างบัณฑิตของเราให้เป็นผู้ประกอบการ จะช่วยสร้างชาติได้
• การสัมมนาเรื่องแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยนี้ ควรที่จะสัมมนาให้ความคิดตกผลึก และควรมองถึงวิธีการที่จะทำให้แนวทางการพัฒนานี้ มีความต่อเนื่อง เกิดเป็น continuityขององค์กร เพราะการบริหารมหาวิทยาลัยนั้น ต้องการความต่อเนื่อง
• แผนพัฒนามหาวิทยาลัยนั้น ถ้าเป็นแผนของสภามหาวิทยาลัยจะมีความต่อเนื่องดีกว่า และจะเป็นแผนที่ใช้ประกอบการสรรหาอธิการบดี และกำกับการปฎิบัติหน้าที่ของอธิการบดีอย่างต่อเนื่องต่อไป
• มิติของความต่อเนื่องนี้สำคัญมาก เมื่อแผนพัฒนาตกผลึกแล้ว มีทิศทางที่ถูกต้องแล้ว สภามหาวิทยาลัยต้องยึดแผนนี้เป็นหลัก ไม่โลเล ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และที่สำคัญจะต้อง strengthen สภามหาวิทยาลัย เพื่อให้สภาฯเป็นที่ยึดของมหาวิทยาลัยให้ได้
• สภามหาวิทยาลัยควรจะเสนอตั้งวาระได้เอง ประสงค์จะรู้เรื่องใด ติดตามเรื่องใด ก็สามารถแจ้งการตั้งวาระได้ มหาวิทยาลัยบางแห่ง สภาฯแจ้งให้ทำยังไม่ทำตาม สภาฯจึงควรที่จะมีระบบ มีองค์กร ที่จะสามารถอำนวยให้สภาฯสามารถกำหนดนโยบายได้ และสามารถติดตามการดำเนินการของมหาวิทยาลัยได้อย่างคล่องตัว การหาคนที่จะมาเป็นเลขานุการสภาฯก็ควรที่จะพิจารณาดูว่าจะสรรหาอย่างไร ฝากให้มหาวิทยาลัยไปพิจารณาดู
• วิธีการที่จะทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง อาจทำได้โดยการบันทึกไว้ เขียนหรือจารึกเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะเกิดความต่อเนื่องได้อย่างแท้จริง ความต่อเนื่องนี้ เป็นความต่อเนื่องเชิง direction แต่ในระหว่างนั้น ก็สามารถมี rolling plan ที่จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต้องรีบหา mechanism ที่จะสร้างความต่อเนื่องของแนวทางการพัฒนา
• ปัญหาความต่อเนื่องนี้ เป็นอมตะปัญหาของมนุษย์ ความต่อเนื่องนี้อาจสร้างขึ้นด้วย 2 วิธี คือสร้างให้ “อำนาจยั่งยืน” หรือสร้างให้เป็นอำนาจของ “ประเพณี” อำนาจของ “ประเพณี” นี้ มีความยั่งยืนและเข้มแข็ง แต่ก็ล้มได้ แต่ถ้าสามารถฝังไว้ในระบบสังคมได้ ซึ่งทำได้อย่างไรไม่ทราบ แต่ถ้าทำได้ จะดีกว่า แผนนี้ ถ้าสามารถกระจายไปตามภาควิชาฯได้ จะทำให้มีความเข้มแข็งมาก
• แผนพัฒนาหลายแห่งมีความคิดดีๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงการบันทึกไว้ แล้วก็เก็บไว้ดู ไม่มีการนำสู่การปฏิบัติ และแผนก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคน เช่นแผนของจังหวัดที่มักเปลี่ยนแปลงตามผู้ว่าราชการจังหวัด มหาวิทยาลัยจึงควรสร้างความต่อเนื่อง ทั้งในเชิงแผนและการปฏิบัติ ในทางการบริหารอาจพิจารณาถึงการมี succession plan ด้วย
• คุณภาพการศึกษาของประเทศไทยนั้น ตอนนี้เหลือระดับปริญญาเอกเท่านั้นที่เป็นปราการสุดท้าย ปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ควรจะมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าเกณฑ์คุณภาพของทุน คปก.(โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกของ สกว.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกณฑ์กลางๆไม่สูงมากนัก การแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาต้องแต่งตั้งจากอาจารย์ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่องจะมีผลดีต่อคุณภาพของการศึกษาระดับปริญญาเอก วิทยานิพนธ์ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะและนำเสนอใน website ด้วย ควรสนับสนุนการตีพิมพิ์อย่างเป็นระบบ และคัดเลือกตีพิมพิ์ในวารสารที่มีคุณภาพ
• การนำเอาการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของนิตยสาร Times มาเป็นเป้าหมาย อาจจะต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดี เพราะเขาให้น้ำหนักที่ peer review มากโดยการสอบถามความรู้สึกของคน มีประเด็นของความรู้สึกค่อนข้างมาก ความจริงแล้วทุกมหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นแต่ละสาขาที่แตกต่างกัน ควรที่จะจัดอันดับรายสาขา ความจริงแล้วการจัดอันดับของ Jiao Tong น่าเชื่อถือมากกว่า
• ม.อ. เป็น system ทุกวิทยาเขตไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็น research campus เหมือนกันหมด ทั้งปัตตานี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีและตรัง ก็มีบริบทของเขา กรณีของวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีนั้น สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดใหญ่มาก ควรที่จะมองโอกาสให้ดี กรณีของวิทยาเขตภูเก็ตและตรัง ก็ควรมองถึงความสมบรูณ์ของฝั่งอันดามัน การที่ฝั่งอันดามันยังไม่มี full university ทำให้เขามีความรู้สึกว่าเขาถูกละเลย น่าจะพิจารณาการขยายสาขาที่วิทยาเขตภูเก็ตและตรัง การพิจารณาถึงการบริหารวิทยาเขตแบบมี board of trustee สำหรับวิทยาเขตก็น่าสนใจ น่าจะลองทำที่วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และตรัง ให้เขาหนีออกจากระบบ in breeding ก่อน แล้วจะทำให้ ม.อ. เป็น system ที่แท้จริง ....ขอฝากบันทึกไว้ด้วย นำไป retreat และนำกลับเข้าเสนอสภาฯด้วย
• การสร้างคุณธรรมจริยธรรมนั้น เราเน้นที่นักศึกษาอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องเน้นที่อาจารย์ของเราด้วย
• มหาวิทยาลัยจะเข้มแข็ง ต้องทำวิจัยทั้ง applied และ basic
ในตอนท้าย ท่านนายกสภาฯ ปรารถว่าท่านมีความปรารถนาที่จะเห็นการนำความคิดและข้อเสนอแนะดีๆมีคุณค่า ที่ได้อภิปรายกันในสภาฯ สู่การรับทราบของประชาคมด้วย จึงเรียนมาเพื่อประชาคมชาว ม.อ.ได้ทราบนะครับ
ด้วยความขอบคุณ
รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี
40 ปี ม.อ. บ่มเพาะคนดี ชี้นำสังคม สั่งสมปัญญา พัฒนางานวิจัย
ความหมายแห่งความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : “บ่มเพาะคนดีให้เป็นปัญญาชนที่มีวุฒิภาวะที่พร้อมที่จะรับใช้สังคม สร้างสมปัญญาด้วยการเสาะหาวิชชาให้หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อุดมด้วยนักปราชญ์และนำความรู้ของปราชญ์สอนและถ่ายทอดให้กับศิษย์ด้วยจิตวิญญานของความเป็นครู”
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.ค. ๕๒