เมื่อถึงเวลาตายไป ถ้ามิได้เผยแพร่ภูมิปัญญาให้คนรุ่นหลัง ก็เปรียบเสมือนได้ขโมย ตำราและภูมิปัญญาจากโลกมนุษย์ไป

    ผู้เขียนมีประสบการณ์ในการเดินป่ามาพอสมควร ป่าในภาคใต้หลายแห่ง ได้ร่วมไปทัศนามาแล้ว หลายเทือกเขา พอมีเรื่องเล่าสู่กันฟัง หลายครั้งที่พูดคุยกันเรื่องเดินป่า ก็มักหยิบยกป่าต้นน้ำ พะโต๊ะมาคุยให้ฟัง เพราะได้ไปเรียนรู้ ไปนั่งฟัง นอนฟัง หัวหน้ารักษาป่าต้นน้ำ คุณ พงศา ชูแนม ขายความคิดให้ฟัง ก็ซื้อสินค้ามาขายต่อ

  วันนี้  20 สิงหา น้องจากโรงพยาบาลพะโต๊ะเข้ามาแสดงความเห็นไว้ในบันทึก ใจหวนนึกถึงป่าต้นน้ำ  นึกถึงทีมนักกระบวนการของป่าต้นน้ำ  คืนหนึ่งที่ได้ไปพักที่ศาลากลางน้ำ "อกาลิโก"(สถานที่ไม่จำกัดเวลา) ขณะที่น้องๆนักนิยมไพรจากพัทลุงหลับไหล ก็ได้ออกเดินชมสถานที่ยามราตรีสู่ "นวชีวัน"

  จึงรำพึงในคืนนั้นไว้ดังนี้   "ศาลา นวชีวัน เป็นศาลาประชุมรูปโดม ชั้นบนเป็นที่พักอาศัย ณ.ที่นี้ คงการเข้าค่ายหรือการประชุม เพราะอุปกรณืเครื่องเสียงและ วารสารทั้งภาพวาดวางอยู่ยังไม่ได้เก็บ ส่องไฟฉายไปทั่วบริเวณห้องเสาต้นใหญ่กลางห้อง มีข้อความในเนื้อไม้  เขียนไว้อย่างงดงามอ่านดูได้ความว่า..........

               ภูมิปัญญา  

        เป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่ง  

           ในมวลมนุษยชาติ  

           ตั้งแต่มนุษย์เกิด จนถึงตายไป  

             ได้เก็บความรู้   ประสบการณ์ ทักษะ ความคิดคำนึง 

      จนเป็นภูมิปัญญาติดตัวอยู่ 

              เมื่อถึงเวลาตายไป 

           หากมิได้เผยแพร่ภูมิปัญญา  

                  ให้อนุชนรุ่นหลัง 

          ก็เปรียบเสมือนได้ขโมย   

      ตำรา และภูมิปัญญาจากโลกมนูษย์ไป 

          นับเป็นเรื่องสูญเสียโอกาส 

             ของมนุษย์ที่เกิดมาทีหลัง   เป็นอย่ายิ่ง  ..........

                      พงศา

                      ป่าไม้

                       สายน้ำ

                       ชีวิต   

ภูมิปัญญาเป็นสมบัติของลูกหลาน มีภูมิปัญญาเอาออกมาให้ลูกหลานได้เรียนรู้กันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายไปเพราะภูมิปัญญาไม่ใช่ของเรา......