ผมเจตนาไปรับตำแหน่งวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 และไม่แจ่งเวลาที่แน่นอนกับทางโรงพยาบาลสามเงา เพราะไม่ต้องการให้เขาเตรียมการต้อนรับอะไรมากมาย

         ผมรับทราบคำสั่งในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2552 คุณหมอจ้อง ผู้อำนวยการท่านเก่าก็ไม่อยู่แล้ว และไม่ได้มีการกำหนดผู้รักษาการแทนไว้ ทำให้ไม่มีใครที่จะสามารถเซนต์หนังสือราชการได้เลย ผมห่างจากโรงพยาบาลชุมชนไป 2 ปี เกือบร้างเวทีเหมือนกัน และไม่มีเวลารับงานส่งงาน มีเวลาครุ่นคิดอยู่ 3 วัน ก็ตกลงเดินทางไปรับตำแหน่งวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2552 ซึ่งวันที่และเดือนตรงกับการไปรับตำแหน่ง ผอก. ร.พ.บ้านตากเมื่อ 12 ปีก่อน

         จะเรียกว่าถือเคล้ดถือยามก็ใช่ แต่ผมกำหนดเอง ผมไปถึงโรงพยาบาลสามเงาตอนบ่ายโมง และขอเชิญคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลพบปะพูดคุยกัน และไม่ได้ให้นโยบายอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้ทำในวันนั้นก็คือบอกไปตามตรงว่า ผมทำงานหลัก 2 แห่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะมาอยู่โรงพยาบาลทุกวัน และเพื่อไม่ให้เสียการเสียงานของโรงพยาบาล พูดง่ายๆไม่ให้กิจการต่างๆมาชะงักเพราะตัวผม ผมก็เลยหารือว่า ผมต้องการแต่งตั้งรองผู้อำนวยการมาช่วยผม 3 คน โดยจะเสนอขออนุมัติท่านผู้ว่าฯ แต่งตั้งในลักษณะรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โดยผมขอให้ที่ประชุมช่วยกันเสนอ

         ผลคือผมได้รองผู้อำนวยการ 3 คนคือ ทพ.ชัยทัต (หมอปึง) เป็นรองผู้อำนวยการด้านอำนวยการหรือรอง 1 พญ. ปอแก้ว (หมอบิ๋ม) เป็นรองผู้อำนวยการด้านบริการหรือรอง 2 และอีกคนคือคุณวัชราภรณ์ (พี่แอด) เป็นรองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล ซึ่งการมีรองทั้ง 3 ค นหากผมไม่อยู๋ให้สามารถลงนามทุกอย่างแทนผมได้เลย เพื่อไม่ให้งานของโรงพยาบาลเกิดความล่าช้า ซึ่งตอนที่ผมอยู่โรงพยาบาลบ้านตากผมเชื่อมั่นเลยว่าหนังสือราชการของโรงพยาบาลทั้งเข้าและออก น่าจะเร็วกว่าหน่วยงานเอกชนหลายๆหน่วยงานเลย

         ผมคิดว่า การมีรองผู้อำนวยการ 3 คน แล้วเราให้อำนาจเต็มแก่เขา จะทำให้เขามีพลังอำนาจในการจัดการงานต่างๆของโรงพยาบาลได้ดี เหมือนมีผู้อำนวยการถึง 4 คน พลังอำนาจในองค์กรยิ่งเพิ่มขยายไปอย่างมาก มไจกัดอยู่แค่ผู้อำนวยการคนเดียว ซึ่งผมเคยใช้วิธีนี้และเห็นผลดีมาแล้วสมัยอยู่ที่บ้านตาก