ตั้งแต่ผมได้ศึกษาธรรมะด้วยเงื่อนไขที่ไม่อยากบวช แต่อยากเรียน อันเนื่องมาจากชินกับการเป็นเด็กวัดมามากและนานเกินไป ดังที่ได้เคยบันทึกไว้แล้ว
ผมก็ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าจากหนังสือของท่านพุทธทาสว่า
หลักการเตือนตนที่ดีข้อหนึ่งคือ มรณานุสติ
ที่ผมพยายามเข้าใจ แบบใช้ความพยายามมาก
ผมลองมาหลายวิธี
โดยเริ่มจากพิจารณาสังขารตัวเอง ตามหลักไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
จนมาถึงการพิจารณาทุกครั้งที่นึกได้
โดยใช้บทสวดบังสกุล (รวมแปลเป็นไทย) แบบเดียวกับที่พระใช้ “อนิจจา วัฏสังขารา....”
จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ ผมใช้หลักคิดที่เข้าใจง่ายและมีประโยชน์มากกว่าเดิม โดยพิจารณาจาก
“อีกชั่วโมงของเวลาที่เหลืออยู่ (ที่ไม่แน่นอน และกำลังจะหมดไป) ผมได้ทำตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และต่อสังคม คุ้มค่าเต็มที่หรือยัง”
โดยใช้พิจาณาเป็นรายชั่วโมงว่า อีกหนึ่งชั่วโมงของชีวิตที่เหลือ (และกำลังผ่านไป……อีกแล้ว)
มีอะไรที่ผมควรทำ น่าจะทำได้ หรือยังไม่ทำ และ ควรจะรีบทำ
เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตที่เหลืออยู่ (ที่ไม่แน่นอน) ให้มากที่สุด
ณ ชั่วโมงนี้ ผมตัดสินใจบันทึกวิถีทาง “มรณานุสติ” ที่ผมใช้ และได้ผลดี เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่น ในภายภาคหน้าครับ
ขอให้เจริญในธรรม สำนึกดีครับ
เป็นประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
คงปรับใช้ได้นะครับ
เจริญธรรม สำนึกดีครับ
เรียนท่านอาจารย์
ไม่เป็นไรหรอกครับ
นึกได้เมื่อไรก็ดีเมื่อนั้น
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ
ทำดีก็ต้องได้ดี เท่าไหร่ก็เท่านั้น ผ่านไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้
สันโดษให้สบายใจ และเริ่มใหม่ดีกว่าครับ
สวัสดีค่ะ..ดร.แสวง รวยสูงเนิน
เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยค่ะ...คิดเป็นรายชั่วโมง...ไม่ค้างคืน (ยิ้มๆๆ)
นั่นนะซิค่ะ...คนเราต้องหมั่นเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต...ด้วยการทำความดีอยู่ตลอดเวลา
เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าวินาทีไหน...ลมหายใจจะหมดสิ้น
-------------
ขอบคุณค่ะ
รายชั่วโมงประหยัดกว่า กลางๆดีครับ
ค้างคืนอาจใช้เวลาไม่มีประสิทธิภาพครับ (ยิ้มๆ เหมียนกัน)
รายนาทีก็รีบร้อนและอาจหนักไปครับ
มรณสติกัมมัฎฐาน
(หันทะ มะยัง มะระณะสะติกัมมัฏฐานัง กะโรมะ เส.)
อะธุวัง โข เม ชีวิตัง,
ชีวิตนี้เป็นของไม่ยั่งยืน,
ธุวัง มะระณัง เอกังสิกัง,
ความตายนั้นยั่งยืนโดยส่วนเดียว,
อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง,
เราพึงตายเป็นแน่แท้,
มะระณะ ปะริโยสานัง เม ชีวิตัง,
ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุดรอบ,
มะระณะ ปะฏิพัทธัง เม ชีวิตัง,
ชีวิตของเราเกี่ยวเนื่องอยู่ด้วยความตาย,
มะระณะธัมโมมหิ, เรามีความตายเป็นธรรมดา,
มะระณัง อะนะตีโต, จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้,
มะระณัง ภะวิสสะติ, ความตายจักต้องมีโดยแท้,
ชีวิตินทฺริยัง อุปัจฉิชชิสสะติ, อินทรีย์คือชีวิตจะเข้าไปตัด,
มะระณัง มะระณัง, ความตาย ความตาย,
เอกังสิกัง. เป็นไปโดยส่วนเดียวแน่แท้แล.
มรณสติกัมมัฎฐาน (พร้อมเสียงบทสวด)
ขอบพระคุณครับ
ผมเคยคุยกับน้องนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง เขาเป็นชาวพุทธ แต่จะแต่งงานกับคนมุสลิม จึงต้องเข้าอิสลาม เขาก็ศึกษาจริงจัง แล้วอธิบายแนวทางของอิสลามให้เข้าใจง่ายขึ้น และทำให้เห็นประโยชน์ เช่นการละหมาดห้าเวลาของเขา สำหรับเขาแล้วบอกว่าไม่ได้ติดต่อกับพระเจ้า แต่เขาจะใช้เป็นเวลาที่สงบ หยุดจากกิจกรรมต่างๆ แล้วทบทวนสิ่งที่ทำไปในช่วงเวลา ๔-๕ ชั่วโมงที่ผ่านมา (เพราะต้องละหมาดวันละ ๕ เวลา) ผมจึงนำแนวคิดนี้มาใช้บ้างว่า ถ้าแต่ละช่วงของวัน เช่นก่อนเที่ยง ก่อนเลิกงาน ก่อนนอน เราได้ทบทวนสิ่งต่างๆ ก็น่าจะดี ซึ่งที่จริงก็เป็นแนวคิดที่มีคนสอนกันมาก แต่มาสะดุดเอาเมื่อเขาอธิบายเกี่ยวกับการละหมาดแบบนี้ครับ
ขอบพระคุณสำหรับมรณสติ
ครับ
ฟังดูเหมือนว่า มรณานุสติ เป็นการพิจารณาตนเองที่ดี
ข้ามมิติของความเชื่อและศาสนา
ผมคิดว่าเราคงมีอีกหลายกิจกรรมที่เป็นแนวคิดร่วมแบบนี้นะครับ
สำหรับอาจารย์ ผมมีความเห็นว่าถ้าบวชคงถึงไม่ต้องเกิดอีกแล้วแน่นอนครับเพราะผมรู้สึกว่าอาจารย์ มีทุนตั้งต้นมาเยอะแล้ว
ผมเพิ่งคุยกับพี่ที่ทำงานเมื่อเช้า เรื่องของการปฏิบัติของพวกเรา (หมายถึงกลุ่มผู้สนใจในธรรมะที่ที่ทำงาน) หนึ่งในความคิดเห็นของผมคือ เรามีความรู้เรื่องธรรมะแบบท่องจำเพื่อรู้ คล้าย ๆ กับตอนเป็นนักเรียน ถึงแม้รู้มากก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย จิตของเราไม่ได้พัฒนาสูงขึ้นเลย ธรรมะคือการพัฒนาทางจิต หรือทางใจ คล้ายกับเป็นเกษตรแต่ไม่เคยลงมือจริง ๆ เอาแต่ท่อง ๆ สักวันก็คงลืม และจะไม่มีทางรู้แจ่มแจ้งในการทำการเกษตรเป็นแน่ ๆ ฉะนั้น ในความเห็นผมจึงเห็นว่า เรื่องของธรรมะ นั้นคงต้องผ่านทีละขั้น คือ ทาน รักษาศีลให้บริสุทธิ์จนเรารู้สึกได้ในใจ และปฏิบัติสมาธิควบคู่ให้เกิดฌานเป็นฐานตั้งต้นในการใช้ปัญญา หากสามารถปฏิบัติสมาธิจนเกิดฌานแล้ว แต่หากศีลไม่บริสุทธิ์ฌานนั้นไม่นานก็เสี่อม ไม่มีทางพัฒนาไปได้คู่กัน ระหว่างสิ่งดีกับไม่ดี
ลองเถิดครับ หากใครยังไม่เคย แล้วจะได้ทราบว่าความสุขในโลกที่เราว่าหนักนานี้ มันไม่มากอย่างที่เราคิดเลย
การปฏิบัติคือการพิสูจน์ครับ
ดีมากเลยครับในแนวทางนี้
แต่ผมก็แค่นักเรียน "ชีวิต" สอบตกบ้างได้บ้าง ผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง
กำลังค้นหาทางที่จะทำได้ในระดับ "ครู" ที่สามารถก้าวผ่านแต่ละขั้นไปเรื่อยๆแบบไม่ยากลำบากอย่าง "นักเรียน" ที่เป็นอยู่
ก็ขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ
จะพยายามต่อไปครับ
ขอบคุณครับ