สำหรับอาจารย์ ผมมีความเห็นว่าถ้าบวชคงถึงไม่ต้องเกิดอีกแล้วแน่นอนครับเพราะผมรู้สึกว่าอาจารย์ มีทุนตั้งต้นมาเยอะแล้ว

ผมเพิ่งคุยกับพี่ที่ทำงานเมื่อเช้า เรื่องของการปฏิบัติของพวกเรา (หมายถึงกลุ่มผู้สนใจในธรรมะที่ที่ทำงาน) หนึ่งในความคิดเห็นของผมคือ เรามีความรู้เรื่องธรรมะแบบท่องจำเพื่อรู้ คล้าย ๆ กับตอนเป็นนักเรียน ถึงแม้รู้มากก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย จิตของเราไม่ได้พัฒนาสูงขึ้นเลย ธรรมะคือการพัฒนาทางจิต หรือทางใจ คล้ายกับเป็นเกษตรแต่ไม่เคยลงมือจริง ๆ เอาแต่ท่อง ๆ สักวันก็คงลืม และจะไม่มีทางรู้แจ่มแจ้งในการทำการเกษตรเป็นแน่ ๆ ฉะนั้น ในความเห็นผมจึงเห็นว่า เรื่องของธรรมะ นั้นคงต้องผ่านทีละขั้น คือ ทาน รักษาศีลให้บริสุทธิ์จนเรารู้สึกได้ในใจ และปฏิบัติสมาธิควบคู่ให้เกิดฌานเป็นฐานตั้งต้นในการใช้ปัญญา หากสามารถปฏิบัติสมาธิจนเกิดฌานแล้ว แต่หากศีลไม่บริสุทธิ์ฌานนั้นไม่นานก็เสี่อม ไม่มีทางพัฒนาไปได้คู่กัน ระหว่างสิ่งดีกับไม่ดี

ลองเถิดครับ หากใครยังไม่เคย แล้วจะได้ทราบว่าความสุขในโลกที่เราว่าหนักนานี้ มันไม่มากอย่างที่เราคิดเลย

การปฏิบัติคือการพิสูจน์ครับ