กรมบัญชีกลางค้านแผนเพิ่มวงเงินประมูลผ่านระบบอีออกชั่นจาก 2 ล้านบาท
เป็น 100 ล้านบาทขึ้นไป
กลัวใช้ระบบเก่าที่ไร้การแข่งขันทำให้เกิดปัญหาฮั้วประมูล
แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี
โครงการที่มูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาท
จะต้องประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออกชั่น
แต่หากปรับขึ้นไปถึง 100 ล้านบาท
เท่ากับว่าต้องกลับไปสู่การประมูลแบบเก่าที่ใช้ระบบยื่นซอง
ซึ่งเป็นจุดอ่อนทำให้เกิดการสมยอมราคา หรือฮั้วประมูลได้ง่าย
ซึ่งทางกรมบัญชีกลางได้หารือกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจบางแห่งแล้ว
เนื่องจากเกรงว่าปัญหาฮั้วประมูลจะกลับมารุนแรงเช่นเดิม
แหล่งข่าวกล่าวว่า
ระบบประมูลแบบเก่าที่ใช้อยู่มี 4-5 วิธี เช่น วิธีสอบราคา
การตกลงราคา การยื่นซองประมูล หรือวิธีพิเศษ
โดยเฉพาะวิธีพิเศษน่าเป็นห่วงมากที่สุด
เพราะหน่วยงานจะกำหนดสเปกได้เอง
ทำให้ผู้รับเหมาบางรายได้เปรียบคู่แข่ง
ซึ่งเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชันของแต่ละหน่วยงาน
นอกจากนี้ ผู้รับเหมาที่ใช้วิธีแบบเก่าจะมีจำนวนน้อยราย
ไม่เหมือนการประมูลผ่านระบบอีออกชั่นในปัจจุบัน
ที่มีการเคาะราคากันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
โดยแต่ละฝ่ายไม่มีใครรู้ว่าเคาะราคาเท่าใดจนกว่าจะรู้ผลประมูล
อย่างไรก็ตาม
หากรัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงวงเงินประมูลอีออกชั่นให้สูงขึ้น
ก็ควรแยกประเภทของงานให้ชัดเจน เช่น
งานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนสูง
ก็กำหนดมูลค่าที่จะประมูลทางอีออกชั่นสูงได้
ขณะที่งบลงทุนของหน่วยงานราชการนั้นไม่ควรกำหนดสูง
เพราะส่วนใหญ่จะมีวงเงินน้อยไม่กี่ล้านบาท
หากกำหนดสูงจะทำให้ทุกโครงการต้องกลับไปประมูลแบบเก่า
แหล่งข่าวกล่าวว่า
ที่ผ่านมาการประมูลงานผ่านบริษัทตลาดกลางทั้ง 9
แห่งของภาคเอกชนเริ่มลดลง หลังจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม
เข้ามาร่วมเป็นตัวกลางประมูล
ทำให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจหันไปใช้บริการมากขึ้น เนื่องจาก กสทฯ
มีห้องประมูลในทุกจังหวัด
ส่วนภาคเอกชนมีบางจังหวัดเท่านั้น
โพสต์ทูเดย์ 15 พ.ค. 49
หวั่นรับเหมาฮั้วยับ คลังค้านเพิ่มวงเงิน ประมูล ‘อีออกชั่น’
หวั่นรับเหมาฮั้วยับ คลังค้านเพิ่มวงเงิน ประมูล ‘อีออกชั่น’
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นส. jirawan seraluk · 15 พ.ค. 2549
นายบอน@kalasin · 15 พ.ค. 2549
ข้าวขวัญ · 15 พ.ค. 2549
นาง ศิริวรรณ หวังดี · 15 พ.ค. 2549