อนาคต ของ SCB
ธนาคารไทยพาณิชย์ต้องการให้ทั้งธนาคารเป็น world class
ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วมาตฐานการให้บริการของธนาคารตามของบริษัท
แกนล็อก databest การเป็นworld class
ภาษาทางการวิจัยต้องเป็นอันดับtopten
หรือ ที่เราเรียกว่า 90 percentile
ตัวเลขยิ่งมากยิ่งดี ตอนนี้เราอยู่ที่ 75 percentile ฉะนั้นธนาคารไทยพาณิชย์
จะต้องไต่เต้าไปให้ถึง 90 percentile ให้ได้
ถ้าถึง ก็หมายความว่า ทั้งธนาคารเป็นworld
class ไม่ใช่สาขาใดสาขาหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับปี 2543
ที่ธนาคารไทยพาณิชเริ่มทำการวิจัยชิ้นนี้ร่วมกับบริษัท แกนล็อก
อยู่ที่ประมาณ 38 เท่านั้น
ฉะนั้นธนาคารไทยพาณิชย์ใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น
ในการพัฒนาpercentile จาก 38 มายัง 75
และเป้าหมายต่อไปของธนาคารไทยพาณิชย์ก็คือการไปให้ถึงการบริการที่ได้คะแนน
90 percentile เพื่อไปสู่ระดับ Topten ให้ได้ ภายใน 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ก็ยังคาดหวังในการไปสู่เป้าหมายอื่นด้วยคือ
การเป็นธนาคารที่มีฐานลูกค้ามากที่สุด มีลูกค้ามาใช้บริการมากที่สุด
แม้ว่าจะมีบุคลากรเพียง 5 คน และหาก 5 คนนี้ออกไปจากบริษัท
หน่วยงานก็สามารถพัฒนาความรู้ต่อไปได้ เพราะตอนที่ทีมนี้ไปสอนที่สาขา
ความรู้ได้ไหลและขยายไปอย่างกว้างขวางแล้ว ไปอยู่กับผู้จัดการเขต
ผู้จัดการสาขา
ซึ่งขณะนิ้ธนาคารไทยพาณิชย์พบว่าบริษัทมีผู้จัดการเขตที่เก่งเท่าหัวหน้าทีม
นั้นมีหลายคน ด้วยวิธีการย้ายผู้จัดการสาขาที่ได้ world class ไปอยู่สาขาที่ยังทำ world class ไม่ได้ เมื่อเขาไปอยู่สัก 6 เดือนปรากฎว่าสาขาที่ผู้จัดการคนนี้ย้ายไปอยู่ก็ได้ world class ขึ้นมา ขณะเดียวกันสาขาที่เคยได้world class แล้วแต่เมื่อผู้จัดการสาขาถูกย้าย ก็ไม่ได้ทำให้การเป็นworld class ลดลงไปเพราะพฤติกรรมการให้บริการได้ถูกฝังลงไปถึงพนักงานแล้วว่า การให้บริการที่ดีเป็นอย่างไร ซึ่งจะเห็นได้ว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีการแยกยอดของสาขาที่ได้รับการยกย่องให้เป็น
world classเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าถึงแม้ว่าบุคลากรในทีม Service excellent unit ออกไป ธนาคารไทยพาณิชย์ก็เชื่อมั่นว่าสามารถทำworld class ทั้งธนาคารได้ภายในปี 08-09 ได้แน่นอน เพราะทุกคนในธนาคารมีความรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้
world class
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทีมงานนี้กำลังพุ่งเป้าก็คือคะแนนรวมของธนาคาร
ทั้งนี้สามารถแบ่งเกรดธนาคารสาขาออกเป็น 3 กลุ่มสาขา
คือกลุ่มที่ทำคะแนนได้ดี กลุ่มที่ทำคะแนนได้กลางๆ
และกลุ่มที่ทำคะแนนได้ระดับบ๊วย
ซึ่งกลุ่มหลังนี้จะฉุดให้คะแนนรวมของทั้งธนาคารลดลง
สิ่งที่ทีมนี้ต้องทำ ก็คือ พุ่งเป้าการพัฒนาไปที่กลุ่มบ๊วยๆ
เพราะหากกลุ่มบ๊วยๆ ได้คะแนนดีขึ้นมาคะแนนรวมก็จะสูงขึ้น
อีกทั้งยังทำให้กลุ่มที่เคยได้คะแนนกลางๆ ตกไปอยู่กลุ่มบ๊วยแทน
กลุ่มที่ได้บ๊วยทนไม่ได้ก็จะดีดตัวเองขึ้นไปเอง
เป็นลักษณะการพยุงกันขึ้นไป
การขยายการจัดการความรู้ไปสู่ระบบการขาย
นอกจากด้านการให้การบริการแล้ว เรื่องของการขาย
ธนาคารไทยพาณิชย์เองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้เรามีกลุ่มคนที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ
กลุ่มคนเหล่านี้จะมีเทคนิคการขายมาก productที่ขายยากๆ เขาจะทำให้ขายได้ง่าย
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือว่า
สาขาไหนที่มีปัญหาการขายก็จะติดต่อมาที่หน่วยงานของเครือข่าย
เขาก็จะขอให้คนกลุ่มนี้มาอธิบายในเรื่องการขาย
และเทคนิคการคุยกับลูกค้าอย่างไรดี
คนพวกนี้ก็จะเดินสายลักษณะอย่างเดียวกับ Service excellent unit สอนวิธีที่จะวิเคราะห์พื้นฐานของลูกค้า
และเทคนิคต่างๆ ว่าลูกค้าคนนี้ต้องการสินค้าอะไร
จะได้ขายสินค้าให้เหมาะสม จะได้ไม่เป็นการขายแบบยัดเยียด
คือมีความ
เข้าใจว่าพฤติกรรมลูกค้าแบบนี้น่าจะต้องการ product อย่างไร
ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะตั้งเป็นหน่วยงานเฉพาะแล้ว
โดยลักษณะการทำงานของทีมนี้จะทำงาน ลักษณะเหมือน on
the jop traning ไม่ใช่การอบรมในclass
แต่สิ่งที่ทำมากกว่าก็คือการที่ทีมนี้จะ
เข้าไปคลุกคลีกับพนักงานที่หน้างาน แล้วโชว์วิธีการขายที่แท้จริงให้ดู
แล้วมีพนักงานประกบเพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากของจริงว่า
เทคนิคการขายจริงๆ เป็นอย่างไร ซึ่งทีมนี้จะต่างจากทีมขายที่เรียกว่า
จำนวน 300
คนซึ่งมีอยู่แล้วและทำเรื่องการขายโดยเฉพาะ