วัฒนธรรมประเพณี  ผสมผสานตะวันออก และตะวันตก  พอเพียงและฟุ่มเฟือย  คนไทยเรารับกันมาแต่ช้านาน   บ้างถือคติว่า.....ฉิบหายข้าฯไม่ว่า  หน้าข้าฯอย่าให้เสีย  ......จึงต้องมานั่งใช้หนี้กันมากมาย หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งงาน

*****

การแต่งงาน  คือ  การที่คนสองคน ต่างเพศ  ต่างครอบครัว  ที่ถูกเลี้ยงดูมาคนละแบบคนละอย่าง  แต่เกิดรักกัน  พร้อมใจจะมาอยู่ร่วมกัน  โดยตกลงใจกันว่า  จะปรับความแตกต่างของทั้งสองคน  เข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว  โดยใช้  ความรัก ความเข้าใจ  ซื่อสัตย์  เสียลสะและพอเพียง

*****

เมื่อวานนี้  ครูอ้อยกับพ่อบ้าน  ไปงานเลี้ยงฉลองสมรส  ที่ไม่ได้ใช้คำว่า  แต่งงาน   เพราะทั้งสอง  รักกันมานานกว่า 9 ปี   ฮืมมมม  ฟังดูแล้ว......เป็นตัวของตัวเองดี  

ทำงานทำการมาแล้วทั้งคู่  ไม่ใช่เด็กๆๆ ที่พ่อแม่จัดงานให้   ทั้งคู่จัดงานกันเอง.....ยึดความประหยัด และสะดวก.....ตามใจพ่อกับแม่ เรื่อง สถานที่ 

*****

Bab100

*****

ประหยัด  ที่เจ้าบ่าวร้องเพลงเอง   ไม่มีนักร้อง คาราโอเกะ  แบบงานแต่งงานทั่วๆๆไป   แขกเหรื่อบางท่านมาแล้ว  ต้องการความสนุกสนาน  เช่น  พ่อบ้านของครูอ้อย  เขียนชื่อเพลง ใส่กระดาษทิชชู่ไปแล้ว......แต่ เอ  นักร้อง นักดนตรี อยู่ที่ไหน 

ไม่มีล่ะค่ะ.....ยุคนี้  สมัยนี้   เขาประหยัดกันแล้ว  อะไรที่ฟุ่มเฟือย  เขามีสิทธิตัดออกไป  ค่าใช้จ่ายสูงๆๆ ที่ไม่จำเป็น 

เขาเป็นเจ้าภาพ   เขามีสิทธิ

*****

การตัดเคก  แต่งงาน  ยังมีอยู่  ก็สวยดี  ราคาคงไม่แพงมาก  เพราะกินได้ เพียงชั้นเดียว  

ตุ๊กตาแกะสลัก น้ำแข็ง ถูกตัดออกไป  เพราะ คงคิดว่า ฟุ่มเฟือย 

ซุ้มดอกไม้  ก็ไม่มีมากมาย

*****

Dsc09690

*****

แต่  ที่ไม่ใช่ประเพณีของเรา   เขายังทำ  และสนุกสนาน  เพราะลงทุนไม่มาก  นั่นคือ  โยนดอกไม้  ให้กับสาวคนต่อไป  ที่กำลัง มีความรัก และ  กำลังจะตัดสินใจแต่งงาน......

ใครหนอ   เจ้าสาว  จะเป็นผู้โยนดอกไม้ ช่อนั้น 

ลงทุนไม่มาก......ดังนั้น จึงยังคงมีอยู่

*****

Bab99

*****

ก็ดีนะ  เสร็จงาน  ไม่ต้องมานั่งใช้หนี้กัน แบบ บางคู่.....เอิ๊กเอิ๊ก  เพราะถือ คติ.....ฉิบหาย ข้าฯไม่ว่า  หน้าข้าฯและ(พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย)อย่าให้เสีย