พลิกชีวิตผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
คือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ การถูกทำร้าย
การจงใจทำร้ายตนเอง หรือจากสิ่งอื่นๆ
ที่มีผลทำให้กระดูกคอและกระดูกสันหลังเคลื่อนไปกดทับไขสันหลัง
หรือทำให้เกิดการบาดเจ็บของไขสันหลังบางส่วนหรือทั้งหมด
ก่อให้เกิดการสูญเสียหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ เช่น แขน ขา มีอาการชา
อ่อนแรง หรือเป็นอัมพาต
สาเหตุการบาดเจ็บที่ไขสันหลังที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่มารับการฟื้นฟูสภาพในหอผู้ป่วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ อันดับหนึ่ง คืออุบัติเหตุบนท้องถนน
รองลงมาคือตกจากที่สูง ส่วนสาเหตุอื่นๆที่พบ เช่น เกิดจากการหกล้ม
ถูกยิงโดยตรงด้วยอาวุธ และถูกสัตว์ทำร้าย เป็นต้น
ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังในระยะแรกยังไม่ยอมรับการเจ็บป่วยอยู่ในระยะการปฏิเสธ
หลังจากนั้นผู้ป่วยจะอยู่ในระยะโกรธที่ต้องทำให้ตนเองอยู่ในสภาพแบบนี้
ความรู้สึกโกรธมีทั้งโกรธตนเอง บุคคลอื่น
หรือแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นเหตุของการบาดเจ็บ
ผู้ป่วยมักคิดวนเวียนว่าไม่น่าจะไป ไม่น่าทำแบบนั้นเลย
น่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้
เป็นต้น ผู้ป่วยบางคนมีอาการซึมเศร้า และส่วนใหญ่เคยคิดฆ่าตัวตาย
ซึ่งพยาบาลต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
รวมทั้งมีการปรึกษาจิตแพทย์ร่วมด้วย
แต่มีผู้ป่วยบางคนที่ยอมรับได้ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มักนึกถึงกรรมที่ตนเองได้ก่อไว้
จึงต้องรับกรรม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่รับรู้ว่าตนเองต้องพิการเดินไม่ได้
จากการมีระยะเวลาเป็นตัวพิสูจน์ และมี Wheel chair
เป็นเครื่องช่วยในการเดินทาง
โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยยังมีความหวังที่จะเดินได้ในช่วงครึ่งปีถึงหนึ่งปีแรก
แต่หลังจากเวลาล่วงเลยเกินหนึ่งปีแล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรับรู้ด้วยตนเอง
ประกอบกับการได้รับการอธิบายเกี่ยวกับโรค
และการออกใบรับรองความพิการจากแพทย์
ทำให้ผู้ป่วยรับรู้ว่าเดินไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว การบาดเจ็บที่ไขสันหลังนอกจากจะส่งผลกระทบด้านการเคลื่อนไหวแล้วยังมีผลกระทบด้านอื่นด้วย
เช่น
การรับความรู้สึกบกพร่อง การขับถ่ายปัสสาวะ-อุจจาระบกพร่อง
เป็นต้น ยังส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน :
แผลกดทับ ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ ข้อติด
หรือหลอดเลือดำอุดตัน ตามมา
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความหวังที่จะช่วยเหลือตนเองให้ได้มากขึ้น
ยังมีความต้องการที่จะไปใช้ชีวิตในสังคมเหมือนเดิม จึงมีความตั้งใจ
ให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วย
ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังสามารถออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
หากผู้ป่วยต้องมีพลังในการที่จะสู้เพื่อดำเนินชีวิตต่อไป
มีญาติคอยช่วยเหลือให้กำลังใจ มีบุคลากรทีมสุขภาพให้การดูแล
แนะนำในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
และนอกจากนี้สังคมต้องยอมรับ
และให้โอกาสแก่ผู้พิการด้วยเช่นกัน
สวัสดีค่ะพี่ศิริวรรณ
ยินดีต้อนรับสู่ GotoKnow นะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ในการทำงานและเขียนบันทึกเล่าประสบการณ์ดีดีต่อไปนะค่ะ
^_^
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยม ครับ
ขอบคุณ คุณอาร์มที่ให้กำลังใจค่ะ
และขอขอบคุณอาจารย์ต้อม(นึกว่าดาราเกาหลี)ที่แวะมาเยี่ยมค่ะ ฝากบอกพี่กรองแก้วด้วยนะคะว่า คิดถึง จาก...น้อง ศิริวรรณ ค่ะ
มาให้กำลังใจค่ะน้อง เก่งมากค่ะ
เยี่ยมมากหลานรหัส เย! หลานเราเก่งจัง
มาต้อนรับน้องใหม่ g2k ดีใจที่ได้เจอน้องที่นี่อย่าลืมเเวะไปเชียร์ป้ารหัสด้วยนะจ๊ะนู๋น้อง
สวัสดีครับ คุณศิริวรรณ
ผมขออนุญาตินำเรื่องราวประสบการณ์ที่ผมไม่คิว่าชีวิตนี้จะได้ประสบพบเจอในชีวิตนี้ ที่ผมต้องกลายเป็นบุคคลไม่สมประกอบ ถ้าผมพิการไปเลยยังจะพอทำใจยอมรับมันได้มากกว่านี้
ผมเป็นผู้ป่วยอีกคนที่บาดเจ็บไขสันหลัง เนื่องจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการของผมอาการเริ่มเห็นได้ชัดเจนคือปวดร้าวสะโพกลงขา ปัสสาวะไม่สะดวกแต่ยังปัสสาวะได้ ชาที่อวัยวะเพศ ปวดมาก ผมไปหาหมอทานยา กายภาพบำบัดอยู่ สามสัปดาห์ครับ ไม่หายครับ และมีอาการเพิ่มขึ้นคือ ปวดแสบปวดร้อนที่สะโพกร้าวลงขาทั้งสองข้าง ขยับตัวไม่ได้เลยครับเพราะจะปวดมาก ต้องนอนแล้วงอขาซ้ายเข้าหาลำตัวถึงจะทะเลาอาการปวดลงไปบ้าง ที่สำคัญและยังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้คือ ผมไม่สามารถปัสสาวะเองได้ และยังกลั้นอุจจาระไม่ได้ อาการชารอบๆทวารหนัก อวัยวะเพศ เท้าขวาส้นเท้าขวา ยังมีอาการชาอยู่ครับ
ปัจจุบันตอนนี้ผมผ่าตัดมาแล้วเจ็ดเดือนครับ ยังไม่สามารถปัสสาวะเองได้ กลั้นอุจจาระไม่ได้ เกี่ยวกับอาการปวดไม่มีเลยครับ เกือบจะเหมือนคนปกติแล้ว แต่ติดที่ยังปัสสาวะเองไม่ได้ กลั้นอุจจาระไม่ได้ ยังชาที่อวัยวะเพศ สภาพจิตใจเหมือนหมดอาลัยตายอยาก เพราะหมอเจ้าของไข้บอกว่าผ่านหกเดือนไปแล้วถ้ายังไม่หาย ได้แค่ไหนก็คงแค่นั้น ผมได้ยินที่หมอบอกยิ่งทำให้จิตใจห่อเหี่ยวไปกันไหญ่ มีความรู้สึกโกรธหมอมากว่าทำไมต้องรอให้ผมปัสสาวะเองไม่ได้ก่อนถึงผ่าตัดให้ผม ทั้งๆที่ตอนหมอตรวจผมก็บอกทุกอย่างว่าอาการผมเป็นอย่างไร
ชีวิตผมตอนนี้เหมือนกับคนที่ล้มเหลวทุกอย่าง แฟนที่คบกันอยู่ก็อาจจะต้องเลิกรา หน้าที่การงานก็ต้องหยุดชะงัก ตอนนี้ผมทำใจเอาไว้แล้วว่าผมอาจจะไม่มีวันหาย ความหวังที่จะหายก็น้อยลงทุกที จนไม่อยากจะหวังอีกต่อไปแล้ว ขอให้เรื่องของผมเป็นอุทาหรณ์สำหรับหมอ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ว่าอย่ารอจะผู้ป่วยถึงขั้นวิกฤษก่อน เพราะมันอาจจะสายเกินไปจนทำให้ชีวิตคนๆหนึ่งต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานใจไปจนตลอดชีวิต......ขอบคุณครับ
"""""""สวุสดีครับ คุณ ศิริวรรณ
ขอโพสน์ขอความทักทายครับผมเป็นคนไข้ของตึก 2ฉ ครับ ขอบคุณมากที่ดูแลคนไข้เป็นอย่างดี
ซึ่งผมก้อเป็นหนึ่งในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังที่พิการ ที่คุณศิริวรรณ เคยดูแลมันเลวร้ายจริงๆนะ
สำหรับคำว่า ......คน.พิการเนี่ย ........ ปีนี้ด้ายสองขั้นมั้ยครับอุตสาห์เขียนชมเชยตั้งเยอะ
...............................................................................ผู้กอง(หน้าฮ้าน )
ก็ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่ะ....แต่คนที่เกิดขึ้นกับตัวเองจะรู้สึกทอ้ กลัว ว่าไม่มีคนคบ กลัวเพื่อนรังเกียด ฮืออออออออออออ
กลุ่ม "ชุมชนผู้บาดเจ็บไขสันหลัง" ใน FaceBook ครับ
http://www.facebook.com/groups/spinalcord2012/?ref=ts&fref=ts
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ๆ ต่อไป อย่าท้อนะคะ https://www.youtube.com/watch?v=jony64iXLNc