ใช้ช้อนกลางหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

รู้เท่าทัน มะเร็งตับ  อาจหายได้

แนะใช้ช้อนกลางหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

          บ่อย ครั้งที่การเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย แต่ซ่อนความน่ากลัวเอาไว้ กว่าจะมาพบแพทย์ก็อยู่ในขั้นอันตราย ผู้ป่วยหลายคนที่เข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง ท้องมาน แต่เมื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นอาการของมะเร็งตับขั้นสุด ท้าย

      มะเร็งตับ  แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มะเร็งเซลล์ตับ เกิดความผิดปรกติของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ สำหรับมะเร็งเซลล์ตับนั้นมีสาเหตุหลักคือ เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ทำให้ตับอักเสบ อาจทำให้เซลล์ตับตาย และกลายเป็นอาการตับแข็ง จนเป็นมะเร็งเซลล์ตับในที่สุด นอกจากนี้แอลกอฮอล์และสารอัลฟาท็อกซินก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้ ถือเป็นปัจจัยส่งเสริมของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

 
      ขณะ ที่มะเร็งท่อน้ำดีตับเกิดจากเชื้อพยาธิใบไม้ตับและสารกันบูดร่วมกัน โดยเชื้อจะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในท่อน้ำดี และสารกันบูดเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้การอักเสบนั้นกลายเป็นมะเร็งในที่ สุด โดยมากผู้ป่วยที่มาพบแพทย์จะมีอาการนำมา เช่น มะเร็งเซลล์ตับจะมีอาการนำมาคือ ท้องอืด อึดอัด ปวดท้อง ท้องมาน สำหรับผู้ป่วยที่เสี่ยงเป็นมะเร็งท่อน้ำดีตับจะมีอาการนำมาคือ ปวดท้อง ตัวเหลือง อาเจียน และมีไข้ หรือมะเร็งตับ 2 ชนิดอาจมาด้วยอาการเดียวกัน

 
     เมื่อมาพบแพทย์  การวินิจฉัยจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยการตรวจเลือดมีพาหะไวรัสตับอักเสบบี ระดับของสารฟิโตโปรตีน ซึ่งเป็นสารที่มักพบในผู้ป่วยมะเร็งตับ จากนั้นจึงตรวจหาก้อนเนื้อโดยการทำอัลตราซาวนด์ ซีทีสแกน เอ็มอาร์ไอ หรือเพ็ทสแกน แล้วแต่กรณี

 
      เมื่อตรวจก้อนมะเร็งแล้วจะต้องจัดระยะของโรคเพื่อบ่งชี้อาการของโรค ประเมินวิธีการรักษาและประเมินความพร้อมทางร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งเกณฑ์การประเมินมีหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมที่สุดคือการจัดระดับของโรคแบบบาร์เซโลนา และการจัดระยะของโรคแบบโอคุดะ ซึ่งแพทย์จะนิยมใช้ทั้งสองแบบร่วมวินิจฉัย เนื่องจากมีความละเอียด และให้ความสำคัญกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย

 
     การจัดระยะของโรค  จะดูจากขนาดก้อนเนื้อ อาการท้องมาน ระดับไขขาว ปริมาณน้ำดี ซึ่งหากไม่มีปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นถือว่าเป็นระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้นมีความแข็งแรงดี ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ หากมีปัจจัยข้อใดข้อหนึ่งแต่ไม่เกิน 2 ข้อ ถือว่าอยู่ในระยะที่ 2 ระยะกลาง แต่หากมี 3-4 ข้อ ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของโรค

 
     การรักษา  คือการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก แต่จะเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งตับระยะเริ่มต้นที่มีก้อนมะเร็งขนาดไม่เกิน 2 ซม. ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ก็มีวิธีการรักษาอื่นๆ เช่น การฉีดยาเคมีเข้าเส้นเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเข้าไปทำลายก้อนมะเร็ง และการผ่าตัดเปลี่ยนตับ

 
      แม้มะเร็งตับในระยะเริ่มต้นส่วนมากจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวและมาพบแพทย์ก็เข้าสู่ระยะกลางหรือระยะสุดท้ายแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นเรื่องสำคัญที่จะได้ตรวจร่างกายพร้อมกับการเจาะ เลือดตรวจหาความผิดปรกติที่ซ่อนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือการตรวจหามะเร็งระยะแรก โดยการสืบประวัติครอบครัวจากการทำแผนภูมิเครือญาติที่เป็นมะเร็ง ทั้งยังต้องตรวจว่าตนเองมีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบีและซีที่เป็นสาเหตุ หนึ่งของมะเร็งตับหรือไม่

 
      อย่างไรก็ดี คาดว่ามะเร็งเซลล์ตับในกลุ่มคนรุ่นใหม่จะลดลง เนื่องจากเด็กได้รับวัคซีนตับอักเสบบี ทั้งนี้ เด็กควรได้รับวัคซีนตับอักเสบเอ และต่อไปอาจรวมซีเมื่อมีวัคซีนด้วย เนื่องจากมีรายงานว่าอาการป่วยของผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับบางรายเกิดจากไวรัส ตับอักเสบเอและซี

 
      สำหรับบุคคลทั่วไป หากไม่มีอาการผิดปรกติที่เสี่ยงจะเกิดมะเร็งตับก็อย่านิ่งนอนใจ ควรใช้ช้อนกลางให้เป็นนิสัย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากผู้ร่วมรับประทานอาหาร ทางที่ดีควรไปตรวจเลือดดูว่าเคยเป็นหรือมีภูมิป้องกันไวรัสตับอักเสบบีหรือ ไม่ แล้วปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลที่ดี นอกจากนี้ควรงดดื่มสุราและอาหารที่มีเชื้อราสีเหลืองปนเปื้อน ปลาทุกชนิดควรปรุงสุก หลีกเลี่ยงสารกันบูด ที่สำคัญควรตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากมีอาการผิดปรกติให้รีบปรึกษาแพทย์

ที่มา :  http://health.spiceday.com/viewthread.php?tid=5551