การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลากับท่านอาจารย์ Small Man ศิลาพบว่าเสมือนเป็นการ Dialogue ผ่าน Blog โดยที่เราไม่ได้สนทนาแบบ Face to Face ก็ได้ความรู้ที่ต่อยอด แม้ว่าอาจจะมีพลังไม่เท่ากับการได้เห็นซึ่งกันและกัน อันจะทำให้ได้ความงามของอวัจภาษา (Nonverbal) ด้วยก็ตาม

หลังจากลงบันทึก “ถอดบทเรียนการจัดอบรม Workshop “Dialogue & Enneagram” หัวข้อ Change “ ตาม link

http://gotoknow.org/blog/sophiaenneagram/268187

                

ศิลาก็โชคดีค่ะ  มีท่านกัลยาณมิตรที่งดงามนามว่าท่านอาจารย์ Small Man มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำ Dialogue ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลากับท่านอาจารย์ Small Man ศิลาพบว่าเสมือนเป็นการ Dialogue ผ่าน Blog โดยที่เราไม่ได้สนทนาแบบ Face to Face ก็ได้ความรู้ที่ต่อยอด  แม้ว่าอาจจะมีพลังไม่เท่ากับการได้เห็นซึ่งกันและกัน อันจะทำให้ได้ความงามของอวัจภาษา (Nonverbal) ด้วยก็ตาม 

กล่าวคือการสนทนาที่สื่อด้วยภาษาท่าทางหากได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว ย่อมจะได้สัมผัสพลังแห่งอารมณ์ในการเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้เรียนรู้กันมา เพื่อการแลกเปลี่ยนสนทนากัน 

ในที่นี้จึงมิได้จะหวังเปรียบเทียบว่าการทำ Dialogue ผ่าน Blog จะดีเทียบเท่ากับการทำ Dialogue แบบ Face to Face นะคะ  แต่ขอนำเสนอในแง่มุมของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนว Dialogue ในพื้นที่ Cyberspace ก็สามารถทำได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน หากมีความสนใจ เกาะเกี่ยวในประเด็นเดียวกันอย่างต่อเนื่องตลอดสายค่ะ

ขอนำเสนอบทสนทนา Dialogue ผ่าน Blog ระหว่างท่านอาจารย์ Small Man กับศิลาเลยนะคะ

ท่าน small man :

เจ้าดอกอะไร ไดอะหล็อก  นี่  ตามความคิดของผม ผมคิดว่ายากเหมือนกันนะครับ

    เคยได้ยินมาว่า  ถ้าจะให้ได้ผล ผู้เข้าอบรมต้องทำไดอะหลอ็ก  หลายๆครั้งครับ ประมาณ 30 - 40 ครั้งนั่นแหละ

   ตอนนี้ผมก็นำกิจกรรมไดอะหล็อกมาใช้เหมือนกันครับ  ทำเวทีครอบครัว   วันที่ 10 นี่  ผมก็จะทำอีก 50 ครอบครัว

   ผมสังเกตดูคุณครูท่านอื่นๆ  ที่ทำไดอะหล็อก  หลายคน ยังไปไม่ถึง I in you  ครับ   ส่วนใหญ่ไปแค่ I in it  อาจารย์มีคำแนะนำใหมครับ

 

 

Sila Phu-Chaya :

ศิลายอมรับว่าหากเป็นคำถามของกัลยาณมิตร 

ท่านใดก็ตาม จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษและรีบตอบลัดคิวก่อน  ดังนั้นศิลาจึงขออภัยกัลยาณมิตรท่านอื่น ๆ ที่บางครั้งไม่ค่อยมีเวลาตอบเม้นท์ในบันทึกตนเอง หากไม่ใช่กรณีคำถามหรือการแลกเปลี่ยนความรู้  อย่างไรก็ดี ศิลาก็ตามไปทักทายทุกท่านและอ่านบันทึกของทุกท่านอย่างสม่ำเสมอด้วยความระลึกถึงทุกท่านค่ะ

  • กรณีคำถามของท่าน small man     ศิลาขอเรียนว่าที่เวลา Dialogue แล้วมักจะ I in it เป็นเรื่องปกติมากค่ะ ศิลาจัด Dialogue กี่ครั้ง ก็มักเป็นเช่นนี้ 
  • จะเกิด I in you ได้กรณีผู้ที่ศึกษาธรรม...จริง ๆ นะคะ หรือผู้ที่ผ่านการฝึกฝนในเรื่อง Dialogue มาแล้วบ่อย ๆ และโดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ของคนในกลุ่มพาให้เกิดกระบวนการ flow of meaning..
  • สำหรับกรณีอื่นที่อาจจะแก้ปัญหานี้ ที่เคยทำมาแล้ว และได้ผล ก็คือการใช้ Enneagram สะท้อนให้เขาเห็นความแตกต่างระหว่าวตัวเขาเองกับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้เขาหลุดจากกรอบของตัวเอง มาอยู่ในกรอบของผู้อื่น  ไม่มีเพียงโลกทัศน์ของเรา แต่ยังมีอีกหลายโลกทัศน์ที่เราควรใส่ใจและเรียนรู้
  • เวลาที่เรามองเห็นโลกทัศน์ของผู้อื่น เราก็จะรู้สึกมีเมตตาต่อเขา ยอมรับเขาว่าทำไมเขาจึงคิด รู้สึก หรือแสดงออกมาแบบนั้น  ก็จะเกิด I in  you โดยอัตโนมัติค่ะ
  • เสมือนว่าพอเรารู้จักผู้อื่นมากขึ้น เราก็ละอายใจที่จะคิดแต่ตนเองค่ะ  เป็นการลดอัตตาตนเองไปในตัวด้วยค่ะ
  • ขอบพระคุณค่ะที่กรุณาตั้งคำถามที่ทำให้ศิลาได้ทบทวนความคิดของตนเองด้วย...ทุก ๆ คำถามคือสิ่งที่ทำให้ศิลาได้เรียนรู้จากการสะท้อนความคิดซึ่งกันและกันออกมา  จึงมีความหมายต่อศิลามากค่ะ

 

 

 

 

 

 

ท่าน small man :

 

ขอบคุณอาจารย์ศิลามากครับ 

    เป็นคำตอบที่ตรงประเด็นครับ  ทำให้พอมองเห็นแนวทาง  ในการพัฒนาการฟังอย่าง I in you 

    จะค่อยๆพยายามไปครับ  (ถึงเห็นแนวทางแต่ก็ไม่ใช่ของง่าย) 

                 ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ "ธรรมทาน" ครับ

 

 

 

           

Sila Phu-Chaya 

ศิลาอยากมาเติมอีกนิดค่ะ ท่าน Small man  เชื่อว่าท่านSmall man เข้าใจดีที่สุดแล้ว แต่เผื่อว่ามีบางท่านมาอ่านแล้วจะงง 

  • คำกล่าวที่ศิลาว่าการ Dialogue ที่ประสบผลสำเร็จอาจจะมาจากผู้ที่ผ่านการปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ได้หมายความเพียงแค่ไปนั่งวิปัสสนา ทำสมาธิที่วัดเท่านั้นนะคะ  การปฏิบัติธรรมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราเสมอ เพียงแต่เรียนรู้กายใจ เจริญภาวนาทุกขณะที่มีสติ
  • นอกจากนี้ ยังมีบุคลิกภาพภายในของคนบางประเภทที่มีลักษณะมีใจนึกถึงคนอื่นเป็นอาจิณอยู่แล้ว กับคนที่มีลักษณะกลมกลืนไปกับผู้อื่น ก็จะเป็นนักฟังที่ดีโดยบุคลิกภาพ ซึ่งไม่ต้องผ่านการฝึกฝนมากนัก  แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ทำ Dialogue ได้ดี  กล่าวคือการเป็นนักฟังแบบมองไม่เห็นจุดยืนและความคิดของตนเอง จะไม่ทำให้เกิดการใคร่ครวญอย่างมีโยนิโสมนสิการ ก็จะไม่เกิดการต่อยอดทางความคิด
  • สรุปความได้ว่า ยังมีสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะใช่ (ทำตัวเป็นนักฟังที่ดี) แต่ไม่ใช่ ก็มีค่ะ  สิ่งนี้ดูยาก จะเห็นต่อเมื่อฟังแล้ว "พูดออกมา" แบบไหนค่ะ
  • การเรียนรู้ตัวตนและคนอื่น เป็นงานละเอียดค่ะ...ค่อยเป็นค่อยไป ไม่คาดหวัง...สักวัน อย่างน้อยได้เพียงรับฟังกันไปก่อน ก็ยังดีค่ะ
  • ขอบพระคุณค่ะที่ท่าน Small man มีความตั้งใจที่จะผลักดันกลุ่ม ชุมชนให้เกิดการเรียนรู้และก้าวไปพร้อม ๆ กัน

          

 ท่าน small man : 

อาจารย์ศิลาครับ

·             เป็นสาระธรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับผมมากครับ

·              สำหรับประโยคที่ว่า " การ Dialogue ที่ประสบผลสำเร็จอาจจะมาจากผู้ที่ผ่านการปฏิบัติธรรม"

·               ผมว่าไม่ใช่ "อาจจะ" หรอกนะครับ   ที่ถูกต้องใช้คำว่า  "ต้อง" เลยนะครับ  เป็น

·               การ Dialogue ที่ประสบผลสำเร็จต้องมาจากผู้ที่ผ่านการปฏิบัติธรรม

·               พูดตามภาษาพระ    Dialouge คือ  การฝึกปฏิบัติสติปัฎฐาน 4 นั่นเองนะครับ  คือ  ฟังไปด้วย  ดูกาย เวทนา จิต ธรรม ไปด้วย

·              ของฝรั่งเขาอาจไม่มีการปฏิบัติธรรมที่เป็นทางการ  แต่วิธีการของDialouge ก็คือ การปฏิบัตฺธรรมนั่นเองครับ   นั่นคือ เน้นที่จิตใจ

·                พรุ่งนี้   ผมก็จะลงสนามแล้วครับ  ที่วิทยาลัยสารพัดช่างตราด  นักศึกษา และ ผู้ปกครอง  90 คน

·               ได้ผลอย่างไร จะนำมาเล่าให้ฟังครับ

·               ตอนนี้ ที่สำคัญ ต้องเตรียมตัวเองก่อนครับ  รักษาจิตรักษาใจของตัวเองอย่าให้แกว่งมาก

·                     ขอบคุณมากครับ

 

 

   

 

 

Sila Phu-Chaya

  • ท่านอาจารย์ Small Man กล่าวคำนี้ ทำให้ศิลารู้สึกทึ่งมากค่ะ 

      การ Dialogue ที่ประสบผลสำเร็จต้องมาจากผู้ที่ผ่านการปฏิบัติธรรม

  • ศิลาติดตามการอบรมของท่านอาจารย์ Small Man โดยตลอด เห็นความมุ่งมั่นที่จะผลักดันแนวทางสุนทรียสนทนาที่ขับเคลื่อนด้วยใจแล้วประทับใจอย่างยิ่ง
  • จริง ๆ แล้วนอกจากผู้ที่ผ่านการปฏฺิบัติธรรมมาแล้วที่ควรจะร่วมวงสุนทรียสนทนาได้ดี ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ศิลาเคยเสนอแล้ว นั่นคือการเรียนรู้ตัวตนและคนอื่นผ่านกระบวนการ Enneagram ศิลายืนยันว่าได้ผลค่ะ หากว่าผู้ศึกษาเรียนรู้วิธีการแล้วรู้ตัวขณะปฏิบัติการในวงสนทนา
  • หวังว่าคงมีโอกาสนำเสนอเครื่องมือนี้ให้เห็นค่ะ
  • อวยพรให้ทุกเวทีที่จัดการอบรมประสบผลในทางที่ดี แม้มีข้อบกพร่องประการใด ก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้ได้ดีเช่นกันค่ะ

          

          Dialogue ผ่าน Blog อีกเล็กน้อยค่ะ (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2552) หลังจากลงบันทึกนี้ไปแล้วครั้งแรก

  • ขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ Small Man ที่ให้ความสนใจ Enneagram ค่ะ
  •  ผมนำวิธีการที่อาจารย์ศิลาแนะนำมา  ให้ทำเอ็นเนียแกรม  เพื่อจะได้เข้าใจคนอื่น   รู้จักการฟังคนอื่นในมุมมองของเขา  เกิดการฟังแบบ I in you ... ผมยังไปไม่ถึงเอ็นเนียแกรมครับ  (พยายามอยู่ครับ)   เลยใช้ผู้นำสี่ทิศไปพลางก่อน  ก็พอให้ยอมรับความแตกต่างกันได้บ้างครับ   จากกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ  ยอมรับฟังความคิดที่แตกต่างกันบ้าง
  • ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ Enneagram จากประสบการณ์โดยตรงของตนเองนะคะ
  • ศิลาอ่านและศึกษา Enneagram มานานสิบกว่าปีแล้ว แต่เพิ่งเริ่มออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเชิงเผยแพร่จริง ๆ จัง ๆ ประมาณสองปีนี้เอง
  • เวลาที่ผ่านมาทำไมถึงยังไม่ได้ออกมาเผยแพร่...ศิลาศึกษา Enneagram เพื่อเรียนรู้ตัวเองและให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาภายในตนเองให้ได้...จนแน่ใจเสียก่อน จากนั้นจึงขยับมาทำความเข้าใจผู้อื่น
  • ช่วงเวลาที่อ่านหนังสือไม่นานนัก...สั้นมาก ประกอบกับช่วยรุ่นพี่เกลาหนังสือหลังจากที่เขาแปลเสร็จ ทำให้เกิดความเข้าใจในระดับของความรู้ผ่านตำรา... แต่ช่วงเวลาที่ทำการศึกษาตนเองและผู้อื่นจากการสังเกตการณ์ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี จึงจะเข้าถึงใจตนเองและผู้อื่น
  • ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะศิลายึดหลักที่ว่าการที่เราศึกษาศาสตร์รู้ลักษณ์เพื่อการพัฒนาจิต นั่นย่อมหมายถึงเราต้องเริ่มที่ตนเองให้ได้ผลจนแน่ใจก่อน...
  • ถามว่าเรามั่นใจได้จากตรงไหนว่าเราถึงขั้นที่รู้จักตนเองดีพอแล้ว และทำความเข้าใจผู้อื่นในระดับหนึ่งแล้ว...ก็จากFeedback จากคนรอบข้าง คนใกล้ตัวส่วนหนึ่งที่เขาเห็นว่าเราสัมผัสอะไรบางอย่างได้... และที่สำคัญคือภายในของเราเองที่รับรู้ถึงสภาวะการเกิดสมดุล (equilibrium) ของตัวเรา
  •  วันอังคารที่  28  กรกฏาคม   ผมก็จะนำสุนทรียสนทนาไปใช้ ระหว่างครูกับเด็ก   โดยเอากิจกรรมผู้นำสี่ทิศ   มาปรับใช้ให้ยอมรับความแตกต่างของบุคคลแต่ละลักษณะ   ให้เกิดการฟังในระดับ I in   you
  • หวังว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน Dialogue จะประสบผลสำเร็จดังจิตมุ่งมั่นนะคะ...เห็นด้วยค่ะที่จะทำกิจกรรมผู้นำสี่ทิศไปใช้ เพื่อให้เกิดการยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลให้เกิดการฟังในระดับ I in you...
  • สำหรับ Enneagram นั้น ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เสมอค่ะ...ขอเพียงตั้งใจไม่นานก็จะมองเห็นพลังที่ฝังลึกของเครื่องมือตัวนี้ค่ะ...เครื่องมือนี้ละเอียดอ่อน กรองลึกแม้กระทั่งตัวผู้เป็นวิทยากรเอง ซึ่งยังจะต้องถูกสะท้อนออกมาจากเครื่องมือตัวนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ... ในขั้น I in now ค่ะ
  • ขออนุโมทนาบุญกับจิตกุศลที่จะผลักดันสิ่งดีงามให้เข้าไปอยู่ในจิตใจของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยค่ะ