ความวิริยะ อุตสาหะ นี้สำคัญมาก
พรสวรรค์นั้นเกิดจากพรแสวงมาก่อน
คนทำงานหลายคนประหยัดความ มุ่งมั่น วิริยะ พากเพียร
เจ้านายก็หวานอมขมกลืน ปรับปรุงอะไรไม่ค่อยได้วัฒนธรรมไทยเมื่อทำงานไปก็คุ้นกันเห็นเป็นลูกเป็นหลานก็ให้ทำงานกันต่อไปหวังว่าสักวันคงจะปรับปรุงตนเองได้สุดท้ายก็เหมือนเดิม
ทุกมาตรการถูกนำมาใช้ในการคัดเลือกเพื่อเข้ามาทำงานหลายสายตาก็มองผู้บริหารว่าหคิ่ว ว่าไม่เอาใคร ก็พยายามทำ ผลที่ได้ก็ดีครับได้คนที่ยอมรับกติกาคือยกจากคนเก่งปานกลางมาเป็นคนค่อยข้างดี
แต่เบื้องหลังของเจ้าคนทำงานก็ยังเหมือนเดิมคือเป็นคุณหนูมาทำงานพอเข้ามาอยู่ในสภาวะแวดล้อมการทำงานขององค์กรในบ้านเรา พูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆช่วยกันไปช่วยกันมา จนท.ที่เข้ามาทำงานใหม่ก็ปรับตัวได้ทำเหมือนรุ่นพี่ๆมาถึงประเมินก็ช่วยกันอย่างโน้นอย่างนี้จนท.คนนั้นก็ได้ทำงานต่อไปกลายเป็นคนทำงานประจำ
แต่หากสิ่งที่สำคัญก็คือตัวคุณภาพของจนท.ตัวเขาไม่ได้คิดหรือตะหนักที่จะปรับปรุง
เนื่องจากความปรารถดีของเพื่อนๆ ที่ทำงานเขาก็กลายเป็นคนที่ทำงานที่ดูมีอนาคตในองค์กรคนคุณภาพนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการมองและประเมิน สุดท้ายเขาก็เหมือนพี่ๆน้องๆที่ทำงานอยู่ก่อน หรือในสภาพที่หลายคนกระแนะกระแหนว่า ทำงานรูทีนหรือแรงหน่อยก็เช้าชามเย็นชาม
ถึงช่วงนี้ก็ปรับอะไรไม่ได้แล้ว ประเมินก็ผ่านไปแล้วหากทำอะไรผิดหรือไม่ทำอะไรซึ่งก็คือผลงานต่างๆ ของเขามันก็จะเป็นผลงานของเจ้านายด้วยทำผิดทำไม่ได้ช่วงนี้เจ้านายก็จะต้องปกป้องแล้วครับ
จริงๆ คนทำงานทุกคนก็ไม่อยากได้ยินหรอก แต่บางครั้งก็ไม่ทราบว่าจริงๆตนเองเป็นอย่างนั้นเนื่องจากเราเกรงใจ เราถนอมน้ำใจกัน จึงทำให้จนท.ที่ทำงานใหม่ในตำแหน่งที่ดูหรูดูดีแต่ขาดความมั่นคง
ตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจแต่พยายามไม่คิดเพราะคิดว่าตนเองยังหนุ่มยังมีโอกาสเริ่มใหม่ได้หรือที่บ้านรวย อะไรก็แล้วแต่ ผลสุดท้ายก็ทำให้ตนเองถูกแช่แข็งในเรื่องคุณภาพงานแต่กาลเวลาเลื่อนไปสุดท้ายก็ทำงานได้เฉพาะรูทีนหรืองานประจำดังที่เพื่อนที่ทำงานแนะนำเขากลายเป็นแบบที่เพื่อนๆ บอก แต่เขาไม่เป็นอย่างที่เขาอยากเป็น เพราะสิ่งๆเดียวก็คือ ความมุ่งมั่น วิริยะ อุตสาหะ นั่นเอง
การทำงานของเมืองไทย คุณภาพโดยรวมก็มาจากการทำงานของ จนท.ในจุดเล็กๆช่วยกันทำงาน เมื่อคนทำงานใหม่ส่วนใหญประหยัดความวิริยะพากเพียรทำให้องค์กรและประเทศไทยพัฒนาได้ในอัตราที่ถดถอย ไม่ว่าคุณจะมีผลการสำรวจใดๆมีอ้างแย้งก็ตาม ในชีวิตจริงมันยังคงเหมือนเดิมนั่นก็คือ
การศึกษานั้นคนไทยเราให้ความใส่ใจกันอย่างมากและตลอดมา พัฒนาขึ้นไปถือว่าสูงมากๆทีเดียว แม้ว่าในช่วงนี้หลายคนจะมองว่าระบบการศึกษาบ้านเรามีปัญหาแต่จริงๆผมคิดว่ามันไม่ใช่หรอก แค่เกี่ยวข้องนิดหน่อยเมืองไทยดูแนวต่างชาติและมาประยุกต์จะดีกว่า ระบบของเรามันมีคุณภาพอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญ คือดูให้ครบองค์ครับคือดูทั้งระบบของชาติไทยที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคให้ครบทุกมิติและที่ผมคิดว่าต้องปรับปรุงก็คือการมีพลังไฝ่รู้และความวิริยะพากเพียรของช่วงที่จบการศึกษาและเข้าสู่ตลาดการทำงานของบ้านเราตรงนี้แหละที่เป็นจุดอ่อนทำให้ประเทศไทยเราถูกหลายประเทศแซงหน้าไปสาเหตุมาจากเบื้องลึกของเรา นั่นคือ ขาดวินัยในตนเองแบบไทยๆ
*ในเมื่อชาติไทยสิ่งสำคัญที่สะท้อนความเป็นไทยก็คืออิสระเสรี ทุกอย่างฉนั้นคำว่าวินัยก็ควรจะใช้คำว่าวินัยแบบไทยๆ ด้วย ซึ่งก็น่าจะหมายถึงความประพฤติที่ตะหนักถึงความมุ่งสู่ความสำเร็จที่สามารถทำได้ด้วยความรู้สึกข้อกำหนดแบบไทย และเข้ากับวัฒนธรรมไทยด้วยครับ แล้วคุณล่ะว่าอย่างไรครับอยากรู้.
คุยกันแล้วนำมาเล่าต่อ...เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
/ สร้างสุขในชีวิตประจำวัน / ลองทำเว็บบล็อคกันไหม / กาแฟ /การจัดการด้านเสียง /
/ เคล็ดลัพธ์ต่างๆ ในการดูแลคอมพิวเตอร์ /พัฒนาเว็บไซต์ด้วยตัวเรา /
- ขอบคุณที่มาสอนน้อง๑
- คาถาของการทำงานให้สำเร็จคือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา..ถ้ามีครบน่าโลดแล่นฉิวกันทั้งองค์กร
ขอบคุณครับ ได้ครบแล้วครับ
ท่านเขียนบทความได้ดีมากเลย ในบทนี้ ซึ่งหมายถึงการทำงาน ต้องอาศัยพวกพ้องไม่มีความสามารถ แต่มีคนหนุนหลัง ก็ถือว่าทำงานได้ ส่วนจะดีหรือไม่ นั้น เมื่อมีคนถือหางอยู่ ดีหรือไม่ดี ก็ทั้งลูกพี่ลูกน้องแหละคะ
นี่แหละคะ นายว่าขี้ข้าพลอย งานมันถึงออกมา เช้าชามเย็นชาม
อยากจะแนะนำท่านด้าน ตัวหนังสือนะคะ ท่านเขียนตัวเล็กไป แล้วก็เป็นพรืดด้วย ฉะนั้น ท่านต้องแก้ไขที่ตัวหนังสือก่อน
เพราะตัวหนังสืออ่านง่าย มันก็เป็นแรงดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน ไม่ต้องบอกเขาเข้ามาเองก็มี เพราะสนใจเรื่องนั้น การตั้งชื่อเรื่อง ก็มีส่วนดึงดูดด้วย
และถ้าหากมีรูปภาพประกอบด้วย หรือรูปอะไรก็ได้ สื่อออกมา บทความของท่าน จะมีคนเข้ามาเยี่ยมอ่านประจำเลย
เพราะตัวหนังสือสวยแล้ว แล้วก็มีความคิดดี หรือไม่ดีด้วย จะมีคนมาออกความเห็นแน่นอน มันจะเป็นตัวตัดสิน ว่าคนสนใจแค่ไหน บางคนเขาเข้ามาอ่าน เขาก็ไม่แสดงความคิดเห็นก็มี เพราะสังเกตได้ ทางขวามือ บอกจำนวนคนเข้ามาอ่าน
ตัวหนังสือที่เขียนในบทความนั้น ไม่ต้องมาพิมพ์ในเวบบล็อคหรอกคะ มันช่องนิดเดียว ตัวหนังสือก็เล็กด้วย เขียนไปก้อ่านตามไม่ได้หมด
ให้ท่านไปเปิดหน้า WORD ใหม่ พิมพ์เหมือนพิมพ์รายงาน ใช้ตัวหนังสือ อังสนา ฟร้อนที่ 22 เท่าดิฉันเขียนนี่แหละคะ ลองดูนะคะ
แต่ละย่อหน้าเปลี่ยนสีด้วย เพื่อความสวยงาม เสร็จแล้ว ก็อปปี้ จาก WORD คลุมดำดึงมาใส่ในหน้าเขียนบันทึกนี่แหละคะ ก่อนดึงมาก็อ่านทานก่อน เพราะมันตัวใหญ่ อ่านสะดวก แก้ไขผิดได้ง่าย
ดิฉันสอนจระเข้ให้ว่ายนำหรือเปล่า ยังไงก็ลองทำดูนะคะ ถ้าอยากให้อ่านก็ไปเยี่ยม จะได้กดเข้ามาอ่านได้ง่ายๆ เพราะคนเราหากันไม่เจอหรอกคะ ถ้าไม่ไปหากัน OK นะคะ
ขอให้มี ความอดทน ฉันท วิริยะ จิต วิมังสา ในการทำงานคะ ดีแน่นอน แล้วก็ใฝ่พัฒนา
เสียดายอนาคตของชาติคะ เมื่อไหร่จะมีจิตสำนึก ที่ไม่ลำเอียง ของนายผู้ใหญ่ มีความเป็นธรรม คนที่ตั้งใจทำงานจะได้ไม่เสียกำลังใจในการทำงาน ถ้ามีความยุติธรรม
ขอบคุณนะครับ