วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากน้องคนหนึ่ง เชิญชวนให้มาทำธรุกิจด้วย เป็นธรุกิจขายเครื่องสำอางค์ที่ไม่มีวางขายตามท้องตลาดแต่มีศูนย์บริการ บอกว่ารายได้ดี น้องเค้าเองทำมาไม่กี่เดือนจะได้โบนัสไปเที่ยว อเมริกาแล้ว
ก็บอกเค้าไปว่า ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ เคยถูกชักนำไปหลายบริษัทแล้ว ไม่เคยทำได้สำเร็จเลย
น้องก็ยังบอกว่า ต้องฝึก ต้องลงมือ ไม่ลองไม่รู้ คงต้องมีพรแสวงด้วยนั่นละกระมัง
เค้าแนะนำให้เริ่มใช้ก่อน พอหน้าสวยแล้วคนอื่นก็อยากจะมาใช้ตามเอง นั่นแหละ

ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ได้แต่คิดในใจ ตามแนวที่ถนัดว่า "ไม่เอา ไม่ทำ ไม่อยากไปชักชวนใคร กลัวเค้ารำคาญ เหมือนที่พี่กำลังรู้สึกอยู่นี่ไง.....มันอึดอัด...นะ.....ขอร้อง........."
เลยตอบน้องไปว่า "ตอนนี้ก็สวยมากพอแล้ว และที่สำคัญไม่อยากให้ใครมาสวยเกินเรา" นี่ก็เป็นคำตอบแถวที่ใช้อยู่เป็นประจำเช่นกัน
"ไม่อยากไปเมืองนอก....เหรอคะ" แน๊ะ.......มากระตุกต่อมอยาก คนอย่างเรามีรึ...ที่จะไม่อยากไป แต่คงไม่ใช่แถวๆชายแดนบ้านเฮาหรอกนะ
สุดท้ายต้องตัดไปว่า"ขอดูคนไข้ก่อน นอกเวลางานแล้วจะติดต่อกลับไป นะคะ" ส่งเสียงหวานกลบเกลื่อนไป กลัวบัวจะช้ำน้ำจะขุ่น ทำให้มิตรภาพสิ้นสูญ
ธรุกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์ เครื่องใช้ เครื่องสำอางค์ ขายกระดาษ(ประกัน) ในปัจจุบันมีเยอะแยะไปหมดจนจำเกือบไม่ได้ ว่าอะไรเป็นของใคร ต้องสั่งซื้อจากใคร และดูจะเป็นที่นิยมในวงข้าราชการที่ทำกันเป็นอาชีพเสริม แล้วก็สร้างความลำบากให้เพื่อนๆที่ต้องคอยอุดหนุนด้วยความเกรงใจ จนที่ทำงานเคยมีนโยบายห้าม พนักงาน ทำอาชีพเสริม ที่เป็นเรื่องก่อกวนความสงบของเพื่อนๆและรบกวนเวลางานที่มั่วแต่มาคุยมาเสนอสินค้า ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง



ส่วนป้าแดงเอง เคยถูกชักจูงไปร่วมงานหลายครั้ง เคยชักชวนคนให้เพื่อน เตรียมคนไว้รอ เพื่อให้เพื่อนมาสาธิต แล้วสุดท้ายก็ต้องค่อยๆถอยเพราะรู้สึกว่า ผู้คนจะรำคาญ พอมีอาการแพ้ พอสินค้าชำรุด เสียหายเราก็ต้องช่วยเหลือ ไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายเอง ยังรู้สึกผิด แล้วจะเป็นผู้จำหน่ายเองได้อย่างไร
เคยมีคนมานั่งตื้อให้ซื้อประกัน ซื้อเครื่องกรองน้ำ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ จนเครื่องชำรุดเพราะหมดอายุไขยังไม่ได้ใช้งานก็มี เลยต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา แต่....ก็ยังต้องมีซื้อให้อยู่บ้าง เพื่อรักษามิตรภาพ แม้จะไม่ได้ใช้งานก็ตาม.........
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะทำธรุกิจขายตรงได้อย่างไร เมื่อไม่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง คงต้องอาศัยบุญเก่าที่คอยเจือจุนให้พอมีอยู่มีกินตามฐานะอันสมควร ...........และปลอบใจต้วเองว่า พอเพียงพอเพียง ไม่ต้องอยากไปเมืองนอก ไม่ต้องอยากมีรถคันหรู ที่เขายกมาอ้างให้ตาร้อน หรือกระตุ้นต่อมอยาก หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา ...........

เรียน pa_daeng หากาย "ตรง" "ใจ" อะไร อะไร ก็ ขาย ออก นิ ท่าน
คุณป้าแดงขา คนที่มาขายร่ำไร น่ารำคาญจริงๆคะ ก็เคยขายมาหลายอย่างที่ป้าแดง ว่ามาทำหมดแล้วคะ และเวลาเขามาชวนขาย ก็ตงิดตงิด รำคาญเช่นกันคะ
ส่วนที่พี่สุทำจนได้ดีในขณะนี้ ใจสั่งเอง คือเรามีความคิดเองว่า อาชีพอิสระ รายได้เกิดจากความขยัน ไม่ต้องมีใครมาสั่งเรา ทำมากได้มาก
ฉะนั้นธุรกิจที่พี่สุทำอยู่ในขณะนี้ ใจตนเองสั่งทั้งนั้น ขยันอดทน แต่อย่าไปก่อความเดือดร้อนหรือรำคาญให้แก่ใคร จงไปหาคนที่อยากให้หา ไปหาคนที่เห็นความสำคัญ
คนที่ไปหาเมื่อรู้ใจเขาใจเรา แล้ว พี่สุไม่เคยก่อความรำคาญ เราจึงพบหน้ากันแบบใจตรงกัน บางคนเขาก็รำคาญ ดั่งป้าแดงว่าจริงๆ ใครเขามาทำประกันด้วย ก็ตรงที่เขาศรัทธราเรา เชื่อมั่น เชื่อถือเรา ฉะนั้น เราต้องสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้เขาคิดถึงเราเสมอ เมื่ออยากทำ ไม่เคยใช้วิธียัดเยียด หรือใช้ความเกรงใจ ถ้าอยากทำด้วยบอกมาเลย จะบริการให้เต็มที่
แม้แต่หาทีมงาน เช่นกัน บริษัทก็บอกให้หาทีมงานเพิ่ม เพื่อมาหนุนกำลังของตนเอง เพราะมันต้องรักษาสภาพต่อปี พี่ก็เคยไปแยบๆ ชวนเขาบอกไว้อยากมีรายได้เสริมไหม ทุกคนก็ต้องอยากแน่นอน แต่เวลาพี่สุ จะหาทีมงาน พี่สุก็เกรงใจเขา กลัวว่าถ้าเราไปชักชวนขาย ก็จะว่าเราหาผลประโยชน์จากเขา อยากได้ยอด สู้ สู้ ทำเองดีกว่า
ฉะนั้นเวลามีเป้าอะไรมา พี่สุ จะทำเองแบบสบายๆ ได้ก็เอาไม่ได้ก็ไม่เอา อย่าไปทำความรำคาญเขา หรือให้คนอื่น เราก็ต้องมีมาตรฐานของเรา บางครั้งก็หยิ่ง
แต่ก็มาคิดเหมือนกัน ว่าตนเองทำได้หมายถึงพี่สุนี่แหละ เขาน่าจะทำได้อยากเปิดโอกาสให้เขาบ้าง แต่ได้แต่ปิดปาก สู้ทำเป็นตัวอย่างดีกว่า มีรายได้ขึ้นมา ให้เขามาถามวิธีทำเอาเอง
แต่อาชีพอิสระ มันมีรายได้ตรงที่เราขยัน และเข้าใจในผลิตภัณฑ์ เราขายอะไรอยู่ มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันไหม จำเป็นไหม ต้องการไหม
ด้วยเหตุนี้ พี่สุ จึงเลือกอาชีพอิสระ ที่เลือกรายได้เอาเองได้ เหนื่อยก็พักได้
และที่ทำเป้า มาเท่าไหร่ พี่สุก็ไม่เคยสนใจ จะไปเมืองนอกซักทีไม่อยากจากบ้าน แต่ถ้าให้ทองเอาอยู่ พี่ขายแบบสบายคะ ขอแต่ว่าเราอย่าเป็นหนี้เป็นสินก็พอ ไม่มีหนี้อยู่ได้ แบบสบายใจ
เป้าบริษัทให้มา ก็เฉยๆคะ ทำได้ตามความสามารถ เพราะพี่สุก็ทำอยู่หลายอย่าง มีประกันชีวิต รักษาแต่ยอดสภาพเฉยๆ บางทีก็มีคนมาหาซื้อที่บ้านเลย ถ้าเขาศรัทธรา
แล้วก็มีประกันภัยรถคะ อันนี้ถาวรคะ เพราะรถทุกคัน หลวงก็บังคับอยู่แล้ว ถ้าเรารักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ และหาลูกค้าใหม่เพิ่มอีก พี่สุถึงไปจัดรายการวิทยุ ชุมชน เชียร์ตนเอง โฆษณาตนเอง ให้คนรู้จัก ทุกอย่างช่วยเหลือตนเองหมด ไม่ต้องมีใครมาชักชวน ทุกอย่างอยู่ที่ใจสั่ง หรืออยากจะไขว่ค้วาคะ
แต่พี่สุได้จริงๆนะ บ้านหลังละล้าน รถ 3 คัน แล้วก็ทองอีก ไปนอกก็ได้ แต่ปฏิเสธคะ
คนเรามันอยู่ที่พรแสวง และพรสวรรค์ จริงๆคะ แต่หาคน 2 ใจแบบนี้ยากจริงๆ
และที่ตื้อๆ ให้ซื้อ ให้ทำ พี่สุว่า สมัยนี้ อย่าเกรงใจกันเลยคะ บอกแบบสุภาพ โกหกไป คนฟังเขาก็จะเชื่ออยู่หรอก อยู่ที่ตัวเราเองคะ อย่าซื้อเพราะเกรงใจ
โอโฮ เม้นท์พี่สุ ยาวไปหรือเปล่าคะ อยากมาแสดงความจริงใจ ของคนอาชีพขายประกันคะ เราอยู่ได้ก็เพราะความจริงใจคะ มีอะไรบอกตรงๆ ไม่ตื้อคะ เพราะเมื่อเธอไม่ทำด้วย ฉันก็ไปบ้านหลังต่อไป วันหนึ่งซัก 10 คนได้แค่หนึ่งรายก็ดีแล้ว
งานแบบพี่สุ ต้องอดทนคะ บวกกับเรียนวิธีการขายให้ถูกแบบ และรู้ผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนคะ ว่าคนแบบนี้ ควรจะเสนอ แบบไหนเขาดี เพราะแต่ละคน มีความต้องการแบบประกันไม่เหมือนกัน ถ้าเราเสนอแบบโดนใจเขา ก็ขายได้ง่ายคะ มีหลักการเยอะคะ ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองคะ นี่คือพี่สุ ตัวจริงเสียงจริงคะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
สบายดีนะคะ
งานนี้ป้าแดงน่าจะเป็นผู้ให้ มากกว่าผู้ขายนะคะ
สวัสดีค่ะ
เขียนได้น่าอ่าน...
ดีนะคะ ตอบแบบให้กำลังใจคน...นี่หละเขาว่าคนดีจริง...
คนสีขาวสู้ๆนะคะ
สวัสดี ครับ
ธุรกิจ....ทุกตัว มีผลประโยชน์ แอบแฝง
การทำธุรกิจ ต้องคิด กำไร-ขาดทุน
ทุกคน ต้องมีอาชีพ...เมื่อเป็นทางเลือก ที่ไม่ได้เลือก หรือเลือกไม่ได้
ผมเคยเห็น เด็กหนุ่ม คนหนึ่ง ครับ ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน
เคยคุยกับเค้า ตอนซื้อพวงมาลัยที่สี่แยกแห่งหนึ่ง
เค้าบอกว่า....ผมเลือกไม่ได้ ครับ เป็นช่องทางเดียว ที่ผมจะมีรายได้
รับมา ขายไป ได้กำไร และก็ดำรงชีวิตอยู่ได้ ตามน้ำพักน้ำแรง
และผมมองว่า...ธุรกิจ แบบอื่น ก็คงไม่ต่างกัน แต่ ผลประโยชน์ ที่ได้ อาจมากน้อยต่างกัน...เพียงว่า...ผลิตภัณฑ์ต้องซื่อตรง ไม่เอาเปรียบลูกค้า..จนเกินไป...
คุณป้าแดง สบายดี นะครับ
สวัสดีครับ
พอเพียง พอใจ พอกาย สบายใจ ครับ
สวัสดีเอื้อย
ขอบใจเด้อที่ทักทายกันมา แต่ยังบ่มีเวลาเจ๊าะแจ๊ะตอบกลับครับ
เพราะคุยกะเอื้อยต้องยาวๆถึงจะสะใจ
อาวโชคดีที่มีคำตอบให้คนขายประกันว่า "ผมบ่มีคนรับสิทธิประโยขน์" ลูก เมีย บ่มี พ่อแม่ไปโลกอื่นหมดแล้ว เลยเป็นทางออกที่ง่ายหน่อย กระนั้นก็ยังมีประกันที่ส่งไว้ราวๆสิบกรมธรรม์
ส่วนเรื่องการขายตรงสินค้าก็เคยช่วยน้าเขาขายอยู่ครับ ตั้งแต่กล่องพลาสติค หม้อซิล เวอร์แวร์ใบละเป็นหมื่น ของใช้ประจำวันยาสีฟันผงซักฟอก ผมว่าถ้าของเขาดีจริงและคนซื้อมีกำลังซื้อแบบสมัครใจไม่ใช่ถูกยัดเยียด ก็มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย
แต่ที่หงสาตอนนี้มีการขายตรงพวกสินค้าบำรุงร่างกายรักษาโรคหลายชนิด ที่ราคาแพงมากๆ ชาวบ้านที่เจ็บป่วยเรือรังเขาก็อยากหายต้องขวนขวายหาเงินหาทองมาซื้อ บางคนก็ไปยืมเงินเขามา บางคนก็ขายหมูขายควายเพื่อให้ได้เงินสี่ห้าพันบาทมาซื้อสินค้าได้สองขวด ก็เลยเป็นหว่งว่าจะคุ้มค่าได้ผลจริงตามคำโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่
สวัสดีครับ ป้า
ผมก็เคยโดนชวนและก็ลองทำมาแล้ว ถ้าไม่ขยัน ไม่ตื้อ และไม่มีความอดทน ทำไม่ได้จริงๆ สุดท้ายก็ต้องเลิกทำ....แบบว่าทำงานประจำดีกว่า
อยู่อย่างพอเพียง และ ไม่ทำให้ใครต้องเดือนร้อน รำคาญใจเพราะเรา
Amway>><ขายประกัน....
บันทึกนี้โดนใจต้อมค่ะ ^^ ช่วงนี้พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นญาติกันทำเอาต้อมขวัญผวาด้วยการมานำเสนอธุรกิจขายตรงแบบนี้ ต้อมรึก็เกรงใจ..แต่ทำไงได้เมื่อต้อมพูดไม่เก่ง อาศัยลูกเฉย ขอชื่นชมพี่ๆ น้องๆ ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ อย่างน้องชายนี่จะได้ฟอร์จูนเนอร์ฟรีแล้วมั้งและบินไปนอกหลายครั้งแล้ว น้องสาวก็เหมือนกันค่ะ.. ตอนนี้พี่ๆ ก็เริ่มเขยิบขึ้นตามน้องๆ เหลือแต่ต้อมเนี่ยไม่เอาถ่าน อิอิ
เมื่อวานสั่งผงซักผ้ากล่องหนึ่ง แต่ไหงตอนกลับบ้านเจอมียาสีฟันกับครีมอาบน้ำติดมาด้วย จะเอาคืนก็เกรงใจ ฮือๆๆ
ป้ามณีแดงแรงฤทธิ์เหมือนปูเลยค่ะ ถูกจีบตั้งแต่ม.ต้น (จีบให้เข้าวงการขายตรงนะคะ) แต่ก็ยังไม่ได้ตอบรับรักใครเลย เพราะเหตุผลเหมือนน้องนางเอกต้อมค่ะ :)
ชื่นชมธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง โปร่งใส และต้องตอบแทนคืนสังคมด้วย ... เราพร้อมช่วยเชียร์ เป็นกำลังใจ หากช่วยให้ไทยมั่นคงและยั่งยืน ...