ชื่อของบันทึกบ่งบอกเลยว่า  ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้  ส่วนใหญ่จะต้องมีอายุพอสมควร  ดังนั้น  เมื่อมีอายุ  อืมมม  ...ก็ต้องมีเสียงไอ ครอกแครก จาม และคำรามบ่อยๆในระหว่างการประชุม 

คนนั่งข้างขวา  ไอบ่อยมาก....จนกระทั่ง  เกิดความเกรงใจ  เดินออกจากห้องประชุมไปเอง 

ด้วยการจัดที่นั่งในห้องประชุมนั้น  เบียดเสียด ยัดเยียด 

ดีมากเลยที่ได้เตรียม.....หน้ากากอนามัยไปด้วย 

สักครู่หนึ่ง  คนนั่งข้างหลัง ก็จาม  เช่ยยยย...ไกลไปประมาณ 2 เมตร  หากเขามีเชื้อโรค  คงกระจายเผื่อแผ่ไปแล้วล่ะค่ะ  

ต่อมาไม่นาน  คนนั่งทางซ้าย ก็จามอีก  วายยยย...ดีนะที่เราหาทางป้องกันไว้ก่อน  .....safty first

เมื่อเลิกการประชุม  ทุกคนต่างพากันไปรับประทานอาหารกลางวัน  ก็แล้วทำไม  ต้องเดินกันแบบจอแจกันไป  ต่างพากันนั่ง  แล้วรอให้ผู้คนไม่เบียดเสียดกันไม่ได้หรือ  นี่คือ  นิสัยของคนไทยอย่างหนึ่ง.....

ที่ห้องอาหาร  ก็ต้องเข้าแถว....มีคนสวมหน้ากากอนามัย ไม่กี่คน  คนที่ไม่ได้สวมหน้ากากก็พากันมอง  คนที่สวมหน้ากาก อย่างรังเกียจ หารู้ไม่ว่า....ท่านนั่นล่ะที่  ข้าพเจ้า  ไม่อยากอยู่ใกล้ เมื่อไม่แน่ใจกันว่า  ท่านมีเชื้อโรคหรือไม่  เพราะงานนี้.....องค์ประชุมได้เดินทางมาจากทั่วประเทศไทย 

เข้าห้องน้ำ....ต้องทำความสะอาดหลังการรับประทานอาหารต้องเปิดหน้ากากออก   โล่ง เย็นสบายทีเดียว  การสวมใส่หน้ากาก  หากไม่ได้อยู่ในห้องแอร์  นี่ร้อนจนเป็นไอขึ้นมาที่แว่นตาทีเดียว  ดังนั้น  ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย  ดึงขึ้นมาจนถึง  ขอบตา  แล้วจึงสวมแว่นตาทับลงไป  ไอร้อนจากการหายใจ  จะได้ไม่จึ้นมาถึงแว่นตา  

เมื่อถึงเวลากลับบ้าน...มีคนเดียวคือเรา  ที่เดินออกจากโรงแรมที่ไปประชุม  ที่สวมหน้ากาก  เดินขึ้นมาบนสถานีรถไฟฟ้า  เริ่มมีคนสวมหน้ากากอนามัยบ้าง  

พอรถจอดเดินขึ้นไปบนรถไฟฟ้า  ก็มีคนสวมใส่หน้ากากอนามัย 

ได้ยินคนยืนอยู่ข้างหลังพูดว่า.....เอ....พรุ่งนี้  ต้องหาซื้อหน้ากากอนามัย แล้วล่ะ....เอิ๊กเอิ๊ก

ไม่นานนักลงจากรถไฟฟ้า  ต้องมาต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง  มีไม่กี่คนที่สวมหน้ากาก  แต่ครูอ้อยสวมหน้ากากอนามัย  มีความรู้สึกปลอดภัย ขึ้นมานิดนึงที่นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ที่มีคนขับสวมหน้ากากอนามัยด้วย 

พอมาถึงบ้านก็ซัก...ขยี้ๆๆๆๆ  ผึ่งลม เพราะหมดแดดแล้ว  จะได้ใช้ในวันต่อไป

จบ...รายงานการสวมหน้ากากอนามัย  ในการๆไปประชุมทางวิชาการในวันแรก