คิดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้ดูแลและใกล้ชิดกับโรคนี้ เพียงชื่อแรก ไข้หวัดเม็กซิโก หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 อยู่ไกลจากตัวเราจริง ๆ แต่เขาก็มาถึงเมืองไทย ด้วยการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว ของเครื่องบิน นี่เป็นโอกาสหรือวิกฤตกันเนี่ยะ
ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ฝ่ายการพยาบาลได้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการป้องกัน รับมือกับโรคนี้ เริ่มแรกเราต้องการป้องกัน แต่ดูจะไม่ค่อยจะได้ผล จากสถิติกระทรวง มีการติดเชื้อมากขึ้น สาเหตุจากอะไร ? ใครจะตอบถ้าหากไม่ใช่ผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว เราเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายเท่านั้น ตอนนี้กระทรวงปรับมาเป็นการเน้นการรักษา มากขึ้น
การปฏิบัติที่นี่เปลี่ยนเล็กน้อย นับตั้งแต่ขับรถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล เราจะเห็นเต็นท์ตั้งหน้าโรงพยาบาลพร้อมตัวหนังสือตัวโตว่า "จุดคัดกรองไข้หวัด" จะมีพยาบาล แพทย์ ผู้ช่วย ฯ มาทำการที่นั่นโดยเฉพาะเพื่อคัดกลุ่มเสี่ยง ที่นี่ มีการจัดการฉีดยา ทำกิจกรรมการพยาบาลที่นี่เสร็จสรรพ ไม่ให้คนไข้เหนื่อยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเราไม่ให้คนไข้ไปไหน เราบริการเต็มที่ ( อยากให้บริการแบบนี้กับทุกโรคจังค่ะ )
บรรดาหน่วยควบคุมป้องกันการติดเชื้อ หรือเราเรียกว่า IC กับงานระบาดพร้อมรับที่นี่ค่ะ เราเคยมี case ผู้ป่วยนอก ผลติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการรุนแรง ให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านค่ะ พร้อมแนะนำการปฏิบัติตัวอย่างเข้ม ในการควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น แต่นี่ เป็นเพียงการสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยนะค่ะ เพราะหากเขาขาดจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม ชุมชนก็คงแย่แน่นอนค่ะ
ถ้าหากเข้าข่ายหรือสงสัยแพทย์จะสั่งการตรวจเพื่อหาเชื้อ โดยเราจะส่ง specimen ไปตรวจที่ รพ.มหาราชค่ะ ผลเพียง 1 วันจะออกทันที ถ้า ติดเชื้อ "งานเข้า" นะสิค่ะ
แผนกผู้ป่วยในชายหรือ ward 1 ซึ่งข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานอยู่นะที่นี่ ได้มีโอกาสรับใช้และให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อทุกชนิดค่ะ นับว่าโนนไทย โชคดีมีห้องแยกโรคที่เป็นแบบ negative pressure อยู่ 3 ห้อง นับว่ามากโข กว่าชาวบ้านเขาค่ะ (ไม่รู้จะภูมิใจหรือสะท้อนเรื่องโรคที่ติดเชื้อที่มากขึ้นนะค่ะ ) ไว้รับบริการ อย่างรายนี้
เป็นหญิงไทย คาดว่าจะติดกับหลานที่มีประวัติไข้ หลังกลับมาจากไปวัด ที่ กทม.แห่งหนึ่งค่ะ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ติดเชื้อรายแรกค่ะ
เธอเป็นไข้คล้ายปอดบวม แต่รุนแรงเพราะไข้สูง หอบ เหนื่อย ผลเอกซเรย์ปอดไม่ค่อยดี แพทย์จึงให้นอนห้องแยกเพื่อตรวจยืนยันด้วยด้วยการเจาะเลือด หาก Ab ของ H1N1 พร้อมทำ nasophanygeal swab for H1N1 ส่งตรวจทันที พบการติดเชื้อ แบคทีเรีย ในเลือด
ทีมสอบสวนโรคเริ่มทำงานทันที การประสานงานระดับที่สูงขึ้นไป คือ รพ.มหาราชได้รับการ consult สืบจากองค์ความรู้ในเรื่องที่ใหม่ ทีมสหวิชาชีพต้องทำงานอย่างรีบด่วนเพื่อรับมือกับโรคนี้
*** 17 ก.ค ได้รับผลการตรวจว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ***
การรักษาที่ให้ คือการให้ยาป้องกันการติดเชื้อ เช่น cef-3 ,traniflu 1*2 oral pc ต่อไป 5 วัน
พร้อมการรักษาประคับประครองตามอาการ เช่น หอบมีการพ่นยาแก้หอบตามอาการที่พบ ติดตามการ monitor ออกซิเจนทุก 4 ชั่วโมง หรือตามอาการ เป็นต้น
อาการตอนนี้ผู้ป่วยเริ่มไข้ลดลง หอบลดลง ฟังเสียงปอดดีขึ้น การพยากรณ์ของโรคน่าจะดีขึ้นตามลำดับ เป็นกำลังใจให้ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการค่ะ
ส่วนบุคลากร ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยด้วย alcohol rub กินอาหารร้อน และมีการขัดล้างบริเวณตึกเช้า-เย็น เจ้าหน้าที่อาบน้ำก่อนลงตึก พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนหรือ บุคคลในครอบครัว
ขอบคุณบทเรียนนี้ค่ะ



สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแม่อ้อย
- รับกำลังใจเต็มเปี่ยมเลยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ