บทความ

“หัวหน้างานกับ บทบาทของการเป็น “โค้ช” ที่ดีให้แก่ลูกน้อง”

โดย อ. อุไรวรรณ อยู่ชา
[email protected]

 

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “โค้ช” (Coach)  หลายคนมักนึกถึง โค้ชของนักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลในการทำงานหัวหน้างาน  ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่มีส่วนอย่างมาก ต่อการส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกน้องประสบความสำเร็จ เฉกเช่นกับ “โค้ช” ของนักฟุตบอลที่นำพาให้ทีมประสบกับชัยชนะ   

               หัวหน้างานที่ดี จึงเป็นเสมือนหนึ่ง   “โค้ชของทีมงาน”    ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างานจึงไม่ต่างไปจาก “โค้ชของนักกีฬา”  ซึ่งเริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานให้แก่ลูกน้องของตน   การที่จะทำให้ลูกน้องเกิดความเชื่อมั่นในตนเองได้นั้น  หัวหน้าจะต้องเอาใจใส่ต่อการทำงานของลูกน้องอย่างสม่ำเสมอและค้นหาจุดเด่น (strength) ของลูกน้อง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน โดยการมอบหมายงานให้ตรงกับ ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมในการทำงาน (Competency) ของเขา      ซึ่งจะส่งผลให้ลูกน้องทำงานดังกล่าวได้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย อันจะส่งผลให้ลูกน้องเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมา

               ในขณะเดียวกัน หัวหน้าจะต้องไม่ละเลยจุดที่ควรพัฒนาหรือจุดที่จำเป็นต้องปรับปรุงของลูกน้อง ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้องมี "ความครบเครื่อง" มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเสมือนการติดปีกให้แก่ลูกน้องให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ถือเป็นการวางรากฐานที่ดีในการเตรียมความพร้อมให้แก่ลูกน้อง เพื่อการก้าวไปสู่รับผิดชอบงานที่สูงขึ้นในอนาคต

               การสร้างให้ลูกน้องเชื่อมั่นในตนเองเท่านั้นยังไม่เพียงพอ  โค้ช  จะต้องทำหน้าที่สำคัญดังนี้
               1. สอน ให้คำชี้แนะแนวทาง เพื่อให้ลูกน้องทุกคนปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านที่ลูกน้องถนัดเท่านั้น นั่นหมายความว่าโค้ชที่ดีจะต้องคอยสอน แนะนำ และให้คำปรึกษาแก่ลูกน้อง หากพบว่าลูกน้องมีปัญหาในการปฏิบัติงาน

                2. ให้กำลังใจ  โค้ชที่ดีจะคอยให้คำชมเชย โดยระบุให้ชัดเจนถึงสิ่งที่ลูกน้องทำได้ดีเพื่อให้
ลูกน้องมีกำลังใจ และมีความตั้งใจที่จะรักษาความดีนั้นไว้ โดยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อน ๆ พนักงานต่อไป

               3. ให้ Feedback   โค้ชจะต้องคอยสังเกตลูกน้องในทีมอย่างใกล้ชิดหากลูกน้องปฏิบัติตน
หรือปฏิบัติงานในทิศทางที่ไม่พึงปรารถนา  โค้ชจะต้องรีบให้คำแนะนำเพื่อให้ลูกน้องได้ทราบว่า  พฤติกรรมที่กระทำไปนั้นไม่เหมาะสม (Don’t)  และผลเสียต่อตัวเขาอย่างไร  พร้อมกับบอกว่า  พฤติกรรมที่เขาควรกระทำนั้น (Do) จะต้องทำอย่างไร และหากเขาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตามที่โค้ชชี้แนะ จะเกิดผลดีต่อตัวเขาอย่างไร ถือเป็นการสะท้อนข้อมูลไปข้างหน้า (Feed forward) ซึ่งจะทำให้ลูกน้องปฏิบัติตนได้อย่างถูกทิศทาง และแสดงความเชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ และบอกด้วยว่า เราคาดหวังอะไรจากตัวเขา

                หากหัวหน้างานสามารถทำหน้าที่สำคัญ 3 ประการนี้ได้ท่านก็เปรียบเสมือนกับเป็น “โค้ช”ที่ดี ของลูกน้องแล้วละค่ะ   แต่ปัญหาที่พบในหลายยุค หลายสมัย และปัญหานั้นก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ก็คือ หัวหน้างานแทนที่จะทำหน้าที่เป็น

               “Coach”กลับทำหน้าที่เป็น “ Cat ” หรือแมวนั่นเอง หัวหน้างานประเภทนี้นั้น เป็นหัวหน้าที่ชอบทำตัวคล้ายแมว มักจะมองเห็นลูกน้องเป็นหนู ลูกน้องจะทำอะไรมักจะอยู่ในสายตาของหัวหน้าเสมอ แต่สายตาดังกล่าวเป็น “สายตาเพชฌฆาต” แบบว่า อย่าผิดหรืออย่าพลาดมาเชียวนะ ถ้าผิดพลาดมาเมื่อไร ถึง “ฆาต”แน่ ๆ  เรียกว่า คอยต้องจับผิดตลอดเวลา  หัวหน้างานบางคนใช้เสียงขู่ เหมือนกับแมวขู่ เพื่อคอยข่มขวัญลูกน้องให้ขนลุกขนพอง  ดังนั้น วัน ๆ ลูกน้องก็ไม่มีกะจิตกะใจ ที่จะทำงาน เรียกว่า ไม่รู้จักคำว่า “แรงจูงใจคืออะไร”  พฤติกรรมการทำงานก็ทำกันแบบกลัว ๆ ลน ๆ เพื่อ

               เพื่อให้เสร็จ ๆ ไปตามสั่ง   ส่วนเรื่องที่จะคิดพัฒนาหรือปรับปรุงประสิทธิภาพของงานนั้น อย่าไปหวัง วัน ๆ แค่คอยประคองตัวเองให้ทำงานตามสั่งให้เสร็จ และคอยหลบหลีกหัวหน้าแย่อยู่แล้ว  ถ้าจะถามหาความสุขในการทำงาน คงเหมือนกับการค้นหาเข็มในมหาสมุทรคงหากันไม่พบ  จะรู้จักกับคำว่า “ความสุข” ก็ต่อเมื่อ วันนั้นเป็นวันที่หัวหน้างานลาพักร้อน หรือไปอบรม หรือถูกลูกน้องแช่งชักหักกระดูกต้องลาป่วย วันนั้นแหละเป็นวันแห่งความสุขของทุกคนในหน่วยงาน จะมีเสียงหัวเราะเกิดขึ้น เข้าทำนอง "แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง"

 

ที่มา  :  http://www.hrcenter.co.th

                สรุปความคิดเห็น  :   ถ้าหน่วยงานไหนที่มีหัวหน้างานที่ดี  การบริหารงานก็จะบรรลุผลสำเร็จ  ทั้งหัวหน้างานและลูกน้อง ก็จะทำงานอย่างมีความสุข  แต่ถ้าหากหน่วยงานไหน ที่มีหัวหน้างานแบบ cat ลูกน้องก็จะคอยหลบเลี่ยง ทำงานให้สำเร็จไปวัน ๆ  ผลงานก็ไม่เกิด หน่วยงานก็จะไม่มีประสิทธิภาพ