วันนี้ออกนอกพื้นที่ ลุยทั้งกระโปรง พาน้องๆจากมูลนิธิรักษ์ไทย ดูสภาพป่าที่จะปลูก

และสนทนาแลกเปลี่ยนทำความรู้จักกับข้อมูลของกันและกันเลยถือโอกาสเอาเด็กน้อยร่วมกิจกรรมด้วย

วันนี้น้องเพ้ยเก่งขึ้นมา สามารถพูดคุย เรื่องราวของป่าชายเลนได้สนุก

ส่วนน้องจิตติ ก็ทำหน้าที่พูดถึงคลังอาหารในทะเล แถมสาธิตการเคาะหอยนางรมให้ดู

แนะนำและสาธิตการลงฝักปักลงดิน

ฉันรู้สึกภูมิใจเด็กน้อยมาก วันข้างหน้าเขาจะสามารถเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างมีความสุข

สิ่งที่ฉันประทับใจมากที่สุดคือน้องเพ้ย และน้องจิตติ มีองค์ความรู้อยู๋ในตัว ไม่มีการเตรียม เตี๋ยมอะไร

เด็กน้อยสองคน บรรเลงกันอย่างสดๆ สร้างความประทับใจให้แขกผู้มาเยือนและฉันมาก

การไปครั้งนี้เริ่มออกเดินทางจากโรงเรียนเวลา 9.10 น. และกลับโรงเรียนเวลา 14.10 น.

เราได้แวะไปที่ศูนย์การเรียนรู้ของอบจ. ก็เลยได้พบเห็นการประชุมของผู้คนหลายหลายหน่วยงาน

มีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธาน

เพราะวันที่ 4 สิงหาคม 2552 ประชาชนทั้งจังหวัดสมุทรสาคร และใกล้เคียง

จะได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพรันต์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

แต่เราอยู่ที่ศูนย์นี้ประมาณ 25 นาที ก็เคลื่อนพลไปยังเป้าหมาย เป็นเป้าหมายที่ถูกเมิน

สำรวจพื้นที่กันเรียบร้อยท้องก็เริ่มหิวแล้ว

ก็เลยถือโอกาสเลี้ยงอาการกลางวันคณะของเรา

เป็นอาหารที่อร่อย และสนุกเพราะความช่างพูดของน้องเพ้ย

ที่มีเรื่องราวมากมายมาเล่าบนโต๊ะอาหาร

ท่ามกลางเสียงหัวเราะและชอบใจในความน่ารักของเด็กน้อยสองคน

อาหารริมชายเลน วันนี้จึงมีความหมายของการต่อยอดความรู้แฝงอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ

และน้องๆจากมูลนิธิ ก็ได้เลี้ยงไอครีมฉันและนักเรียน

ค่อนข้างจะออกรสชาติ เมื่อคนต่างวัยได้คุยสนทนากัน

เป็นความต่างวัยที่เริ่มจากน้องเพ้ย และน้องจิตติ อายุ ย่าง 12 ปีทั้งคู่

 ส่วนฉันนั้นไม่ต้องพูดถึง เป็นรุ่นคุณยายของเด็กทั้งสอง

 และน้องจากมูลนิธิรักษ์ไทยก็รุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาว

แปลกที่เราคุยแลกเปลี่ยนประสานงานกันอย่างลงตัว

ไม่มีอายุมาเป็นอุปสรรค์ของการทำคุณให้แผ่นดิน

ตอนนี้ง่วงมากแล้ว แล้วจะเอารูปมาฝากนะคะ

เอารูปมาฝากก่อนนะคะแล้วจะมาบันทึกต่อ อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าครูต้อยต้องไปประชุมแล้ว

(03.25น)

ลงรูปแล้วขอไปงีบก่อนนะคะ

เด็กน้อยทั้งสองข้างบนเป็นเด็กอนุบาลที่เรียนอยู่โรงเรียนสหกรณ์นิคมเกลือ

เพิ่งหายจากป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่

พอเห็นคณะเราเดินมาก็แสดงตนเป็นนักกีต้า กระโดดบรรเลงเพลงให้พวกเราได้ยิ้มน้อยใหญ่กัน

ฉันรับรู้ว่าหัวใจตัวเองมีความสุขใจยิ่งนัก กับภาพที่เห็นโดยไม่ได้ร้องขอ

เด็กน้อยทั้งสองคงมีความรู้สึกอยากให้คณะของเรามีความสุขตามประสาที่เขาคิด และแสดงออก

น้องจิตติเป็นนักเรียนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้ และได้รับผลกระทบโดยตรงกับปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง

บ้านของจิตติก็เป็นหนึ่งในหลายๆหลังคาเรือน ที่ต้องรื้อบ้านหนีปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง

แต่ก็หนีไปได้ไม่ไกลเพราะความยากจน ต้องทนอยู่และคอยระวังภัยธรรมชาติเอาเอง

เหมือนอีกหลายครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน

อยากให้ทายว่าเป็นดอก และลูกอะไรค่ะ

ทั้งน้องเพ้ย และน้องจิตติ ต่างช่วยกันเล่าเรื่องราวของหอยนางรม และหอยพิมพ์ โดยเฉพาะ

หอยพิมพ์ เป็นหอยที่มีอยู่ที่เดียวที่ทะเลโคลนที่มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาครเท่านั้น

เคยมีนักวิชาการหลายคนเข้ามาศึกษา และทำสารคดี เรื่องราวของหอยพิมพ์

แต่ก็ยังขาดความลึกซึ้งของข้อมูล

นอกจากนี้แล้วน้องจิตติยังสาธิตการแคะหอยนางรม และได้พูดถึงราคาที่พวกเขาส่งขาย

ซึ่งฉันฟังดูแล้วมันช่างถูกกว่าความพยายามของเด็กๆที่นี่ ที่ทุ่มกาย ใจแคะหอยนางรมมาขาย

น่าจะมีวิธีการจัดการที่ดี ที่เหมาะสม และไม่เอาเปรียบ ให้มันมีความยุติธรรมด้านราคาหน่อยก็ยังดี

กระซ้าขาวบนมือ ที่หยิบขึ้นมาให้เห็นชัดๆว่าเกิดจากแรงกระแทกเกลียวคลื่นของน้ำและลม

ที่ซัดกัดเซาะชายฝั่งจากผืนดินที่เป็นโคลน และเลน บางหย่อม กลายเป็นหาดกระซ้าขาวไปแล้ว

ฉันคิดเองว่า "อีกไม่นานชายฝั่งบริเวณนี้จะกลายเป็นสีขาวแวววาวเหมือนเกล็ดแก้ว

แต่นั่นก็หมายถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ

ที่นี่อาจปลูกป่าไม่ขึ้น และนับวันแผ่นดินที่นี่ก็จะเว้าๆแหว่งๆมากขึ้น

และทะเลจะลุกคืบลึกเข้ามากินแผ่นดิน"

น้องๆจากมูลนิธิรักษ์ไทยซึ่งทำงานบริการสังคมด้านสุขภาพโดยเฉพาะปัญหาด้านผู้ป่วยHIV

ด้านการพัฒนาการศึกษา ด้านการส่งเสริมอาชีพ และด้านสิ่งแวดล้อม

และมุ่งเน้นพัฒนาคนให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข

วันนี้มากัน 4 คนค่ะ มีน้องนุก คนอารมณ์ดี เปิดเผย(เสื้อสีฟ้า)

น้องยุ้ย (เสื้อยืดสีน้ำตาลค่ะ) ที่นอกจากสวยแล้วยังน่ารัก ส่วนหนุ่มรูปหล่อ

พูดน้อยแต่ยิ้มเก่งเป็นตากล้องสวมเสื้อสีส้มนะคะชื่อน้องบอม คนสุดท้ายน้องเดียวค่ะ

น้องเดียวเป็นคนที่โทรศัพท์มาหาฉัน และขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกป่า

สถานที่ที่ฉันจะแนะนำน้องๆได้ เมื่อได้ข้อมูลพอสมควร

น้องเดียวก็นัดวันลงพื้นที่เลยนับเเป็นการทำงานเชิงรุก

ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ทำงานอย่างสุขุมไม้น้อยไปกว่ามืออาชีพค่ะ

เช้าวันนี้น้ำทะเลกำลังลงค่ะทำให้เราได้เดินลุยลงไปได้

น้องเพ้ยนั่งทำหน้าที่เล่าขานเรื่องราวของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

อยู่บนทางเดินระหว่างอาคารเรียน แต่ตอนนี้ไม่มีอาคารเรียนดังกล่าวแล้ว

เพราะ มันถูกทะเลเอาไปเหลือไว้แต่ทางเดินแคบๆ ให้นั่งรำลึกถึงความหลัง

น้องเพ้ยเล่าถึงแนวคิดของเธอที่ต้องการลดปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างน่าชื่นชม

เธอเล่าว่าเธอปลูกผักทานเอง ใช้น้ำอย่างประหยัด คอยแนะนำน้องๆเรื่องการลดขยะ

การมีส่วนร่วมในการปลูกป่า รวมทั้งการเขียนบันทึกของเธอในgotoknow

 เธอได้รับกำลังใจจากลุงๆป้าๆ น้า อาในบ้านหลังนี้อย่างไรบ้าง

ทำให้น้องๆจากมูลนิธิให้ความสนใจเว็บไซด์ของGOTOKNOW ขึ้นมาทันที

ส่วนน้องจิตติ เด็กน้อยผู้เติบโตมาจากบ้านริมชายเลน

คุ้นเคยกับทะเลพอๆกับผืนดินที่บ้านของเธออาศัยอยู่

ได้แนะนำพี่ๆที่กำลังให้ความสนใจเรื่องราวของป่าชายเลน

และตั้งใจฟังน้องอธิบายวิธีการปลูกป่าอย่างตั้งใจ ช่วยให้น้องจิตติมีกำลังใจ

และกล้าหาญที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับคนแปลกหน้าได้

ซึ่งปกติแล้วน้องจิตติจะเป็นเด็กขี้อาย ไม่มั่นใจในตนเองเลย

เม็ดนี้ต้องขอบคุณพี่นุก พี่ยุ้ย พี่บอม และพี่เดียว ที่ให้โอกาสน้องจิตติ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

และวันนี้เองภาระงานของน้องจิตติที่ได้รับมอบหมายให้สำรวจจำนวนต้นแสมดำไว้

เมื่อคราวมาปลูกป่าครั้งก่อนได้สำเร็จลงแล้ว

และได้รายงานจำนวนต้นแสมดำที่ยังหลงเหลืออยู่ที่หมู่บ้านนี้จำนวน 23 ต้นค่ะ

ภารกิจต่อไปของกองทัพมดที่มีจิตติเป็นหัวหน้าต้องเดินหน้าต่อไป

นั่นคือการพยายามดูแลรักษาต้นอ่อนที่กำลังเติบโต

ให้สามารถปักหลักฝังรากอยู่บนผืนดินชายเลนนี้ต่อไปจนกว่า

potato( อิ อิ "มัน" เป็นคำไม่สุภาพ ฮา)  จะแข็งแรง

สู้กับแรงกระแทกกัดเซาะชายฝั่งของน้ำทะเลได้

จนกว่าจะมีกองทัพใหญ่เข้ามาร่วมเสริมพลัง ให้ป่าเกิด

และแข็งแรงเกาะเกี่ยวกันเป็นกำแพงขวางกันการกัดเซาะทำลายผืนดินนี้