เดิมทีวันนี้ตั้งใจจะไป มอ.ปัตตานีตั้งแต่เช้าครับ จะไปล้างหนี้ แล้วก็ทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปทั้งหมด เพื่อจะร่วมแชร์กับเพื่อนร่วมห้องในช่วงบ่าย แต่พอจะออกจากบ้าน ก็ได้รับการติดต่อให้เข้าประชุม งานด่วน เลยต้องเปลี่นแผน เข้าที่ทำงานก่อน เพื่อรอประชุม ที่สำคัญคือ โทรไปแจ้งเลื่อนเวลานัดในช่วงบ่าย เพราะเดาว่าการประชุมน่าจะเลยเที่ยงไปแน่ๆ (จริงอย่างคาดครับ)

ผมเข้าไปในห้องประชุมเป็นคนที่สองครับ จากนั้นไม่นานท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการก็เข้ามา เลยได้ทักทายท่านเกี่ยวกับโครงการลดพุงเพื่อสุขภาพ เพราะเมื่อวานเห็นท่านปั่นจักรยานตอนเย็น (ไม่เคยเห็นมาก่อน ฮิฮิ (แซวครับท่าน)) ปรากฏว่า ท่านก็เพิ่งซื้อมาใหม่จริงๆ ครับ ท่านถามว่า คนหรือรถที่เด่นกว่ากัน ฮา อันนี้ตอบยากกกกกก. เดิมทีจักรยานผมก็น่าจะมาถึงวันนี้ครับ แต่สุดท้ายคนขายเปลี่ยนระบบการส่ง แทนที่จะให้ผมไปรับที่ตลาดยะลา ก็ให้มาส่งถึงที่มหาวิทยาลัย แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้ครับ

รู้สึกว่า ข่าวการมาประเมินผลรอบสอง ทำให้หลายคนเริ่มฟิตใหม่ครับ แต่มีเสียงเรียกร้องว่า อย่าเพิ่งรีบมาประเมินตอนนี้เลย ไว้ใกล้ๆ รอมฏอนค่อยมาดีกว่า ช่วงนั้นน่าจะฟิตกว่า (เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง) ผมเองก่อนเข้าประชุม ลองแวะไปชั่งน้ำหนักดู ปรากฏไม่ลดเลย เหมือนจะเพิ่มอีกต่างหาก เป็นงี้ได้งัย ไม่เชื่อตาชั่งดีกว่า ฮิฮิ (ทำร้ายจิตใจ) ก็เหลือแค่วัดความดันครับ ว่าลดลงหรือเปล่า ความจริงเย็นวันนี้ตั้งใจจะไปวัดดูสักหน่อย เพราะเมื่อคืนสถานการณ์เหมือนกับคืนก่อนวันไปวัดครั้งแรกเลย อยากรู้จริงๆ ว่ามันลดแล้วยัง

วันนี้ประชุมเรื่องเปิดอาคารคณะศึกษาศาสตร์และการสัมมนาวิชาการครับ เรื่องเปิดตึกไม่ค่อยน่าตื่นเต้นอะไรครับ เพราะเปิดกันมาหลายตึกแล้ว แต่ประเด็นสัมมนาวิชาการ อันนี้ผมตื่นเต้นมากครับ เพราะก่อนเข้าประชุมยังคุยเล่นๆ กับเพื่อนร่วมงานเลยว่า การทำงานของท่านอธิการบดี ไม่เคยมีข้ออ้างเรื่องเวลาและงบประมาณ สองอย่างนี้ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการทำงานว่า ทำไม่ได้เพราะไม่มีงบ ไม่ทันกับเวลา ถ้าจะทำ ทุกอย่างทำได้ (ข้อสรุปของผม) และคราวนี้ท่านก็ทำให้เห็นอีกแล้วครับว่า ท่านทำได้จริงๆ ก่อนหน้านี้ ได้ข่าวมาว่า ท่านเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ถึง 8 ประเทศให้สามารถมานั่งประชุมพร้อมๆ กันได้ภายในเวลาการนัดหมายเพียง 1-2 สัปดาห์ (ขออนุญาตอุ๊บไว้นะครับว่า ผู้ใหญ่ระดับไหน) งานนี้ทราบว่า ท่านทำในหน้าที่ที่เป็นอามีรุ้ลฮัจย์ครับ

การสัมมนาวิชาการครั้งนี้ เดิมผมได้ยินท่านผู้ใหญ่บอกว่า จะแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ นักการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นคณบดีหรือสูงกว่านั้นในมหาวิทยาลัยต่างๆ และคณบดีศึกษาศาสตร์ภาคใต้ในประเทศไทย ผมคุยกับเพื่อนๆ ว่าจะเป็นไปได้งัยเชิญคนระดับนี้ภายในเวลาไม่ถึงสิบวันเพื่อให้เขามาร่วมนำเสนอในงานสัมมนา งานนี้นักวิชาการในประเทศมีคนรับไปประสานครับ ส่วนต่างประเทศ ทราบว่าท่านอธิการบดีและท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์ฯ ประสานงานเอง ก็ต้องยอมรับฝีมือของสองท่านนี้จริงๆ ครับ เพราะท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์ฯ แจ้งในที่ประชุมว่า นักการศึกษามุสลิมระดับโลก ซึ่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย และอีกสองประเทศ ตอบรับมาร่วมสัมมนา พร้อมส่งบทความมาเรียบร้อยแล้ว บทความวิชาการนี้ ท่านรองให้ผมดูและสัมผัสกับมือครับ มาแล้วจริงๆ ฮือ สุดยอด

แน่นอนครับในส่วนนักการศึกษาภายในประเทศมีอันต้องยกเลิกไปครับ เพราะเวลาหนึ่งวันของการสัมมนา ไม่พอสำหรับนักการศึกษาต่างประเทศที่มาร่วม และการสัมมนาครั้งนี้คงต้องใช้ภาษามลายูและอาหรับเป็นภาษาหลัก

ถ้าผมต้องเชิญใครมาร่วมงานสัมมนา ผมคงต้องใช้เวลาเชิญล่วงหน้าเป็นเดือนครับ การเชิญระยะเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ถ้าไม่มีบารมีพอ หรือไม่ซี้กันจริงๆ คงลำบากน่าดู งานนี้เลยต้องยอมรับว่า ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณและเวลาจริงๆ ของสองอย่างนี้เอามาเป็นข้ออ้างไม่ทำงานไม่ได้แล้วครับ

เสร็จประชุม ท่านรองวิเทศน์เรียกหัวหน้าสาขาวิชาชีพครูกับผมคุยนอกรอบครับ ท่านย้ำว่า แขกที่มารอบนี้คนสำคัญๆ ทั้งนั้น ต้องให้ความสำคัญและดูแลอย่างเต็มที อันนี้ยอมรับครับ แต่ละท่านต้องเรียกว่าระดับต้นๆ ของนักวิชาการได้ศึกษาศาสตร์อิสลามจริงๆ ดูเหมือนว่า ประเด็นเหล่านี้น่าจะช่วยเป็นข้อมูลในวิทยานิพนธ์ผมได้เป็นอย่างดีครับ (อินชาอัลลอฮ์)

27 ก.ค. งานเปิดอาคารคณะศึกษาศาสตร์และการสัมมนาวิชาการด้านการศึกษาอิสลาม เสร็จจากนั้นไปอีกหนึ่งวัน ก็เป็นวันสอบประมวลความรู้ของผมครับ ดังนั้นประชุมเตรียมงานแรกเสร็จ ละหมาดเสร็จก็ไปปัตตานีต่อครับ

ถึงไปสำนักวิทยบริการ บ่ายสองกว่าๆ เจอกลยุทธต้านหวัด 2009 ของสำนักเข้า ต้องอึ๋งจริงๆ ครับ รณรงค์อย่างเห็นภาพ น่าชื่นชมจริงๆ ขนาดตุ๊กตาเด็กหน้าตึกยังใส่หน้ากากเลย ไม่ต้องพูดถึงเจ้าหน้าที่ในสำนัก มีการติดตั้งอ่างล้างมือหน้าตึก ในห้องน้ำก็มีเจลล้างมือเตรียมไว้ให้อย่างพร้องเพรียง ทึ๋งจริงๆ ผอ.สำนักวิทยบริการ อย่าง ผศ.ดร.วสันต์ อติศัพท์ ทำอะไรให้ภาพชัดเจนจริงๆ ครับ ขอยกนิ้วให้จริงๆ รู้สึกว่า ทุกครั้งที่ท่านมาเป็น ผอ. ก็จะเห็นสิ่งใหม่ๆ เสมอเลยครับ ผู้นำนวัตกรรมจริงๆ

เมื่อคืนเพิ่งโทรคุยกับพี่สาวเรื่องเข้าหวัดอยู่เลยครับ พี่สาวบอกว่า มหาวิทยาลัยน่าจะเป็นที่หนึ่งที่อันตราย เพราะคนหลากหลายมาก เพื่อเคลื่อนที่มาจากหลายจุด ที่สำคัญตอนนี้ทุกอำเภอของปัตตานีและยะลา มีการระบาดเรียบร้อยแล้ว

เพื่อนร่วมชั้นเตรียมหนังสือไว้เพียบเลยครับ และพยายามชวนคุยสิ่งที่ได้เรียนกันไป จากนั้นก็ช่วยกันค้นหาประเด็นจากหนังสือครับ ผมต้องยอมแพ้จริงๆ ตาลายหมดแล้วครับ ง่วงมากๆ อ่านเกือบๆ จะไม่ออก ห้าโมงเย็นเลยขอตัวกลับบ้าน ซึ่งแน่นอนครับ เพื่อนไม่ได้กลับมือเปล่าครับ เอาหนังสือเหล่านี้ไปยืมแล้วพากลับไปอ่านที่บ้านเสียดีๆ ฮืออออออ แค่เห็นหนังสือ ตัวเป็นอักษรโรมัน ตามันก็ห้อยแล้วครับ คืนนี้เลยไม่สามารถหยิบงานชิ้นไหนๆ มาทำได้แล้วครับ นอกจากจะขอตัวไปนอนก่อนแล้ว ฮือ หนังสือภาษาอังกฤษนี้ฤทธิ์ทางยามันแรงครับ ง่วงจริงๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ