หมายถึง เปล่า ๆ ไม่คุ้มค่า ไม่สมกับที่รอหรือตั้งใจไว้

 

     หลายวันที่ว่างเว้นไป เพราะติดกับภารกิจเรื่องเรียน จะว่าไปแล้วการเขียนหวงแหนภาษาถิ่น วันละคำ นี้นอกจากจะตั้งใจมอบไว้ให้ลูกสาวที่จะได้เรียนรู้ในอนาคตแล้วตามี่ตั้งใจไว้ในการเขียนครั้งแรก เขียนไปเขียนมาก็บอกตัวเองได้อีกเรื่องคือได้พักสมองเป็นอย่างดี พักด้วยการเบี่ยงประเด็นจากการที่ต้องจดจ่อกับความคิดในเชิงลึกของเรื่องที่ต้องเรียน ฉะนั้นสรุปความได้ว่าเขียนสะสมไปเรื่อย ๆ รับรองกับตัวเองได้ว่าไม่ "เหมง" เปล่าแน่ ๆ

    วันนี้จะมาว่าด้วยคำว่า "เหมง" ซึ่งหมายถึง เปล่า ๆ ไม่คุ้มค่า ไม่สมกับที่รอหรือตั้งใจไว้ พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ได้ตามที่คิดไว้ แต่ไม่ถึงกับผิดหวังนัก เพราะตอนที่ตั้งใจไว้นั้นก็รับรู้อยู่ว่าไม่แน่อาจจะไม่ได้อะไร หรือไม่ได้ตามที่คาดไว้ ตรงนี้จะเห็นได้ว่าเป็นความละเมียดของภาษาที่คนใช้ภาษถิ่นใต้ ย่อมรับรู้และเข้าใจกันดีว่าหากใช้คำนี้ ผู้พูดไม่ได้คิดอะไรมากนักกับการที่ต้องเผชิญกับอาการ "เหมง" เช่น ผู้ใหญ่ได้ใช้ให้เด็กตัวน้อยไปหยิบของอะไรสักอย่าง เจ้าตัวน้อยหายไปพักนึงแล้วกลับมาบอกว่าจำไม่ได้แล้วว่าให้หยิบอะไร ผู้ใช้เลยบอกว่า "ว่าแล้วเหมงล่าว รู้พันนี้ไปหยิบเองเสียแต่แรกกะดี ไม่พักคร่าว" หมายถึง "ว่าแล้วว่าน่าจะไม่ได้เรื่อง รู้อย่างนี้ไปหยิบเองแสียแต่ต้นก็ดี ไม่ต้องรอ"

    "เหมง" มีที่มาอย่างนี้ครับ ให้เรานึกถึงมะพร้าวอ่อน ตอนที่อร่อยที่สุดที่เรานำทานนั้นเราจะเรียกว่ามะพร้าวอ่อน หากเลยไป เขาจะเรียกมะพร้ามซาวข้าวม่าว เลยไปอีกจะถึงพอดีใช้คลุกขนมโค ทีนี้ถอยหลังมาจากมะพร้าวอ่อน จะเรียกมูกลิง จริง ๆ ตอนนี้เนื้อมะพร้าวจะอร่อยมาก แต่มีน้อย แต่น้ำจะยังไม่อร่อย ก่อนที่จะเป้นมูกลิง เนื้อมะพร้าวก็จะยังไม่มีเลย ไม่เป็นแม้แต่มูก น้ำก็เปรี้ยวและรสชาติไม่ดีเลย แต่ก็พอทานได้ โดยใช้ส่วนที่เป็น "เหมง" นี่แหละ "เหมง" ก็คือส่วนที่เป็นกะลาตอนนี้มันยังอ่อนนั่นแหละ 

     ตอนเด็กจำได้ว่า มีลุงคนที่มาไถนาข้างบ้าน แกบอกว่าที่บ้านมาส่งข้าวห่อช้า แกหิว แกเลยแก้ด้วยการกินเหมงพร้าวแล้วหวนน้ำไปก่อน จะได้ไม่ปวดแสบท้อง ก็ลองดูบ้าง ตอนนั้นก็ยังว่ามันก็มีรสชาติฝาด ๆ แต่พอได้หวนน้ำมันจะหวานในปากดีนะครับ เท่านั้นแหละครับที่ได้เคยรู้เรื่องประโยชน์ของ "เหมง" พร้าว