สมัยเด็กๆเวลาพวกเราอยากไปดูหนังไทย คุณพ่อมักไม่อนุญาตบอกว่าชอบไปดูแต่เรื่องไร้สาระ(หนังไทยสมัยนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน พระเอกรวย นางเอกจน ต่อมานางเอกกลายเป็นลูกผู้ดีที่ตกยาก หรือไม่ก็นางเอกรวย พระเอกจน ต่อมาได้ความว่าพระเอกเป็นลูกผู้ดีได้รับมรดกมากมาย) คุณพ่อให้อ่านหนังสือ ท่านชอบที่จะให้ลูกๆเป็นนักอ่าน จึงซื้อหนังสือให้ตามที่ลูกขอ แต่การใช้เวลาว่างของพวกเราหาใช่อยู่ที่การอ่านหนังสืออย่างเดียวไม่ เพราะพ่อจะพาเราไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดพักผ่อน นัดญาติพี่น้องไปเที่ยวชายทะเลกันเป็นครอบครัวใหญ่ ทำกับข้าวไปกินกันที่ชายทะเล บางทีก็ไปหาของกินชายทะเล เราได้เรียนรู้ชีวิตไปในตัว
คุณอามักจะเอาปืนยาวลูกกรด .๒๒ ไปยิงนก ยิงกระรอก มาให้พวกเราได้กินกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกระรอกย่างขมิ้นเกลือ หรือแกงนกเครื่องรา ถ้าได้เยอะเราก็ได้กินนกย่าง แถมถ้าไปชายทะเลเรามักจะได้กินแย้ซึ่งมีอยู่เยอะมาก ผมยังจำได้ว่าแย้จะมีรู้เข้าออก ๑ รู และมีรูหลบภัย ๑ รู ซึ่งเรียกว่ารูพังเหย การจับแย้จะมีสองวิธี คือ ดัก โดยใช้เครื่องมือคือไม้ไผ่เหลา ทำบ่วงไว้ ที่ปลายเหลาไว้ให้แหลมเสียบไว้ที่ใกล้ปากรูแย้ โดยให้บ่วงอยู่ที่ปากรู พอแย้ออกมาบ่วงก็จะรัดคอแย้ ส่วนวิธีที่สองที่พวกผมจับกันก็คือเอาผ้าขาวม้าไปคลุมรูพังเหยแล้วหากิ่งไม้ไปแหย่รูเข้าออกของแย้ แย้มันจะหนีทางรูพังเหยก็จะไปเจอผ้าขาวม้ากระดุบๆก็คว้าคอมัน แต่วิธีนี้กระเจิงกันมาแล้วเมื่อคว้าคอได้รู้สึกว่ามันตัวโต เปิดผ้าขาวม้ากลายเป็นงูเห่าเล่นเอากระเจิง ฮา....
อาสอนให้พวกเราจัดการกับแย้เป็นขั้นตอน อันดับแรกฟัดหัวแย้กับก้อนหิน มันแน่นิ่ง เอามีดกรีดหน้าท้อง เอามือสอดเข้าไปข้างลำตัวแย้แล้วดึงหนังพรืด...เหลือแย้ตัวแดงๆ เอามีดกรีดหน้าท้องเอาไส้มันออก จากนั้นก็สับให้ละเอียดมาผัดพริกใบกะเพรา สุดยอดแห่งความหวานอร่อยกว่าเนื้อไก่หลายเท่านัก แต่พวกเราจ๋อยเมื่อคุณพ่อสั่งห้ามพวกเรา ๕ คนพี่น้องเด็ดขาด ห้ามทำกะแย้อย่างนั้นมันทารุณ ห้ามฆ่ามันเด็ดขาด ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนถึงบัดนี้เราไม่ได้ฆ่าแย้กันอีกเลย
เวลาพวกเราไปเที่ยวชายทะเล กินอาหารเสร็จก็กลับเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นเวลาที่เหมาะสม
บางครั้งวันอาทิตย์พวกเราก็นั่งร้องเพลงกันในบ้าน โกไข่(โกไข่ที่ร้องเพลงกะนายสนนั่นแหละ)หรือน้องจุมของพวกเราก็จะใช้เครื่องเคาะ หรือไม่ก็เคาะโต๊ะเป็นจังหวะกลอง ผมก็เล่นกีตาร์มั่ง ร้องเพลงมั่ง พ่อแม่พี่น้องร้องกันทุกคน มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อบันทึกเสียงเอาไว้ โกไข่เขาเอาไปเก็บไว้ พอเจอเข้าเทปยังฟังได้ก็เลยเอามาบันทึกลงแผ่นซีดีแจกพวกเรา สิ่งเหล่านี้นอกจากจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวอีกด้วย
บางทีพวกเราตามอาไปสวนยางพารา ไปช่วยเก็บลูกยางพารามาเพาะเพื่อนำไปติดตา บางทีไปสวนทุเรียนซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ในสวนทุเรียนมีผักเหมียงมากมาย เราสนุกกับการเก็บผักเหมียง เดินป่า หาทุเรียนตามพื้น เพราะทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองจะต้องรอให้มันหล่นก่อนถึงจะเก็บกินได้ ทุเรียนทางใต้ถ้าต้นไหนกินอร่อยเขาจะตั้งชื่อของมันและจะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย บางทีก็ต้องจองกันด้วย เช่น “น้ำฟุ้ง” นี่ตั้งตามสภาพเวลามันหล่นลงมาจะตกลงไปในคลอง “หน้าหนำ” ตั้งตามสถานที่ที่ต้นมันอยู่ตรงหน้าขนำ ที่ อ.กะปง มีทุเรียนที่ขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือ สาลิกา จะได้กินแต่ละปีก็ต้องจอง เดี๋ยวนี้เจ้าของต้นก็เอามาเสียบยอดขายร่ำรวยไปแล้ว แต่สาลิกายุคปัจจุบันผมว่าอร่อยสู้ของเก่าไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ตัดลูกจากต้นมาบ่ม ความจริงแล้วสาลิกาก็ไม่ใช่ปลูกง่ายเพราะต้นมันบอบบาง ผมเคยเอามาปลูกแล้วไม่รอดสักต้น และปีนี้ก็ไม่ได้กินสาลิกาแม้แต่เม็ดเดียว แฮ่ะๆลืมจอง...อิอิ
บางทีการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ก็คงไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่าจะต้องทำนั่นทำนี่ แต่น่าจะเป็นการกำหนดว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไร หรือถ้าจะไปเที่ยวที่ไหนได้เรียนรู้เรื่องอะไรก็น่าจะถือว่าได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์บ้าง แต่ในยุคดิจิตอลเด็กๆสามารถเรียนรู้ผ่านคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต อยากได้ข้อมูลอะไรก็หาลุงกู(กูเกิ้ล) ก๊อบปี้แล้วเอามาวางในเอกสาร พิมพ์หน้าปกแล้วเอาไปส่งครู ข้างในเขียนว่าอะไรก็ไม่รู้เพราะไม่ได้อ่าน ฮา....
เมื่อวานหยิบหนังสือรีดเดอร์ไดเจสต์มาอ่านเล่น ไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะเราพูดกันถึงการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ แสดงว่าในยี่สิบสี่ชั่วโมงเรายังมีเวลาว่างจึงต้องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีการสำรวจว่าถ้าวันหนึ่งมี ๒๕ ชั่วโมง เวลาที่เพิ่มขึ้นคนในประเทศไหนจะทำอะไรกันบ้าง ได้ข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ
คนสเปนน่ารักมากครับ ๕๐ % บอกว่าอยู่กับครอบครัว รองลงมาก็บราซิล แคนาดาและอังกฤษ แต่คนตุรกี ๔๑ % บอกว่าจะไปออกกำลังคนอินเดีย ๕๐ % ตอบว่าทำงาน ส่วนพี่ไทยรู้ไหมครับตอบว่าไง พี่ไทย ๓๒ % ตอบว่า นอน ครับ..ฮา....
(ขอบคุณข้อมูลจากรีดเดอร์ไดเจสต์ ฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒)
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับท่านอัยการ นึกถึงรูพังเหย นึกถึงเย้ในผ้าชุบ(ผ้าขาวม้า )นึกถึงทุเรียนสาลิกา
นึกถึงน้ำแข็งซึ้ง นึกถึง โตเฉี่ย นึกไปนึกมาอยากกินหนมจีนผักหนามดองฮาๆๆๆ
สวัสดีครับครูต้อย
การระลึกถึงอดีตแห่งความสุข ทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้นครับ ผมพยายามบอกใบ้ให้ทุกท่านเลือกหาความสุขใส่ชีวิตตนเอง อย่าหาเรื่องเครียดมาใส่สมองโดยเฉพาะความเครียดจากการเมืองครับ แฮ่..
สลามครับบัง
ฮาย..หนมจีนผักหนามแล้วต้องมีผักเสี้ยนดองกัน
วันก่อนไปเมืองจีน เพื่อนสั่งนำแข็งพูดภาษาอังกฤษก็แล้วเด็กเสิร์ฟมันไม่รู้เรื่อง ในโต๊ะไม่มีใครพูดจีนได้ ผมลองสั่ง "ซึ้ง" ฮ่าๆ มันก็ไม่รู้จัก...เพราะมันเรียก "ปิงไขว้" ภาษาบ้านเรามันเป็นฮกเกี้ยน แต่เขาใช้จีนกลางฟังกันไม่รู้เรื่อง..
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
หนูอ่านเรื่องราวตั้งแต่คืนที่ผ่านมา..แต่ไม่ทันทักทายท่านอาจารย์ค่ะ
เรื่องราวละเอียดมากค่ะ..ทำให้รู้เรื่องราววิถีชีวิตของพี่น้องคนใต้
หนูก็ชอบเล่าเรื่องราวแนวนี้ด้วยค่ะ แต่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนัก
อิอิ..แต่ก็แว๊บๆมา ค่ะ
ท่านอัยการสบายดีนะคะ..งานก็ต้องเยอะเช่นกันแน่นอนใช่ไหมค่ะ
ระลึกถึงท่านเสมอค่ะ..
สวัสดีค่ะ
ท่านอัยการขา...
ชอบฟังเพลง และอ่านเรื่อง16ปีแห่งความหลังค่ะ
เพลงโปรดของป๋า ... อ่านบันทึกนี้แล้วอบอุ่น
เห็นสถิติแล้ว มายืนยันว่าคนสเปน น่ารักจริงๆ ค่ะ J
ส่วนหนุ่มสเปนจะแฟมิลี่แมน หรือไม่ ไม่ทราบ
ทราบเพียงว่า ท่านอัยการชาวเกาะ แฟมิลี่แมนค่ะ 5 5
สวัสดีครับท่าน ศน.อ้วน
บางทีการบันทึกเรื่องราววัยเด็กก็มีความสุขดีนะครับ ทำให้เราย้อนอดีตของความสุขด้วยอารมณ์เบิกบาน ผมยังคิดอยู่ว่าบางทีเรานึกเรื่องอะไรได้ก็นำมาบันทึกเอาไว้เรื่อย พอได้จังหวะนำมารวมกันเข้าก็จะได้อัตชีวะประวัติที่น่าสนใจเป็นรูปเล่ม เป็นตัวอย่างการเรียนรู้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เหมือนกันนะครับ
สวัสดีครับครูคิม
แอบไปอ่านเวบไซต์ครูคิมมาน่าสนใจมากครับ
บางทีถ้าครูบันทึกชีวิตวัยเด็กเพื่อให้รู้ว่ากว่าจะมาเป็นครูในวันนี้ชีวิตครูได้ต่อสู้และเรียนรู้อะไรมาบ้าง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆมากนะครับ
สวัสดีครับ อ.จารุวัฒน์
มันเป็นเสี้ยวชีวิตเล็กๆตอนหนึ่ง ซึ่งในความรู้สึกจริงๆก็ไม่อยากทำแบบนั้น การที่ศาสนบัญญัติเรื่องการเชือดที่หลอดเลือดและหลอดอาหารก็คงเพื่อไม่ให้สัตว์ทรมานใช่ไหมครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารต้องอย่าทำให้มันทุกข์ทรมานเพราะเคยอ่านว่าเมื่อสัตว์เกิดความกลัวหรือทุกข์ทรมานมันจะปล่อยสารเคมีออกมาซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายมนุษย์ครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันครับ
สวัสดีครับคุณอร
เมื่อไหร่จะได้ไปกะปงอีกละเนี่ย น้ำท่วมทางขาดหรือเปล่า
เส้นทางกะปงพังงาผมชอบซื้อกล้วยเล็บมือนาง สมัยรับราชการที่ตะกั่วป่าเคยซื้อกล้วยเล็บมือนางไปฝากรองอัยการจังหวัด พอบอกว่าเป็นกล้วยเล็บมือนาง ท่านรองฯก็บอกว่า นึกว่ากล้วยหอม..อิอิ
น้ำตกสระนางมโนราห์ผมไม่ได้เข้าไปนานแล้ว ว่าจะไปถ่ายรูปครับ
สวัสดีครับน้องปู
ได้วิทยากรหรือยัง ประสานงานไปทางสำนักงานอัยการจังหวัดให้แล้ว เขาบอกว่าให้ทำหนังสือไป ขอโทษทีลืมเมล์ไปบอกครับ งานมันยุ่งหลายทางสมองทำงานไม่ทันครับ
พี่ว่าคนเราจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวเป็นฐานสำคัญ ถ้าคนในครอบครัวเข้าใจกัน รักกัน สามัคคีกัน งานก็จะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงครับ
เรื่องราวที่สะท้อนวิถีของคนปักษ์ใต้...คือความหมายของบทเรียนชีวิตที่ทรงคุณค่าเมื่อเล่าทุกครั้งให้คนรุ่นต่อๆไปฟังครัล
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับท่าน...
สวัสดีครับ อ.ฟูอ๊าด
วิถีชีวิตคนรุ่นเก่า ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยวัตถุนิยมที่ยัดเยียดมาจากตะวันตก ความดีงามถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นความชั่วร้ายด้วยการชี้นำ แถมเราไม่สอนให้คนรู้จักคิด หลักสูตรการเรียนการสอนสมัยก่อนสอนให้คนเป็นคนดี อยู่ในระเบียบวินัย เคารพครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ แก้กันเปลี่ยนแปลงกันตามก้นฝรั่งจนเดี๋ยวนี้เด็กคิดไม่เป็น แล้วเราจะโทษใครกันดี...
ช่วงนี้กำลังดูแลสุขภาพไม่ให้อ่อนแออยู่ครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรงเช่นกันครับ
สวัสดีครับท่านอัยการที่เคารพ
สงสัยช่วงนี้ท่านคงไม่ค่อยมีเวลา เลยไม่ได้ไปจองสาลิกา อิอิ
ไว้เดี๋ยวหลังงานชาวสวนที่อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (24-28กรกฎาคม นี้ครับ)เมื่อทราบผลการประกวดทุเรียนพื้นเมืองที่ชนะเลิศ แล้วกระผมจะตามไปให้ถึงต้นเลยครับ (แล้วจะได้เล่าเรื่องชื่อของทุเรียนพื้นบ้านภูเก็ตที่ท่านเล่าให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ชาวสวนแถวศรีบรรพตได้ใช้กันต่อ ไม่ทราบว่าจะเอามะพร้าวไปขายสวนหรือเปล่า วันงานคงพอจะรู้ครับ หากตั้งชื่อแล้วก็ค่อยรอดูผล แต่หากยังไม่มีชื่อก็ค่อยเข้าไปแหย่ๆให้ได้รู้สักสาลิกาของภูเก็ตหนะครับ) จากนั้นค่อยเรียนเชิญท่านแวะมาชิมว่าทุเรียนที่ชนะเลิศของศรีบรรพต พอจะสู้รสชาดของสาลิกา ภูเก็ตได้หรือเปล่านะครับกระผม อีกหน่อยถ้ามีการจัดประกวดระดับประเทศเลยก็น่าจะดีนะครับ จะได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของไทย แต่พอมีราคาคนมีรายได้น้อยก็คงจะอดกินของอร่อยที่เคยราคาถูก แค่กิโลละไม่กี่บาทก็อาจกลายเป็นร้อยเป็นพันตามกระแสและความต้องการของตลาด กลายเป็นดาบสองคมซะงั้น ใช่หรือเปล่าครับ
สำหรับเรื่องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กระผมคิดว่าคงจะสะท้อนเพียงความต้องการของกลุ่มให้ข้อมูล แต่กลุ่มประชากรที่แท้จริงอาจไม่ได้คิดเช่นนั้นก็อาจเป็นได้ใช่หรือเปล่าครับ แต่ถ้าคิดเช่นนั้นจริง สงสัยคนไทยไม่ค่อยได้นอน หรือนอนหลับไม่ค่อยเพียงพอเนื่องจากปัญหาต่างๆ (โยนความผิดให้ปัญหาซะงั้น )เลยอยากนอน จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรประมาณนี้หรือเปล่าครับ ส่วนกลุ่มที่อยากอยู่กับครอบครัวก็อาจเป็นเพราะทำงานมากไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับครอบครัว หรืออื่นๆ นานาจิตตังครับ
สวัสดีค่ะ ท่านพี่อัยการ
สวัสดีครับคุณ ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์
ทุเรียนพื้นที่บ้านภาคใต้ถ้าเนื้อดีรสอร่อยเขามักตั้งชื่อกันให้เป็นที่รู้จัก ถ้าไม่เด่นเขามักขายรวมกอง ถ้าเด่นที่รสชาติก็จะแยกขายอีกราคาหนึ่ง ทุเรียนที่ผมเล่าไม่ใช่ของภูเก็ต แต่เป็นของจังหวัดพังงาครับ สาริกา เป็นของ อ.กะปง หน้าหนำกับน้ำฟุ้ง เจ้าของเดียวกันอยู่ที่ตะกั่วป่า ยังมีอีกเยอะครับหลายชื่อ อร่อยทั้งนั้น ผมว่าถ้าเราสนับสนุนชาวสวนถึงแม้จะทานทุเรียนแพงแต่ก็ควรสนับสนุนชาวสวนให้เขาอยู่ได้ แม้จะทานของแพงสักนิดแต่ก็ต้องคิดถึงความดีที่เขาอนุรักษ์พันธุ์พื้นเมืองไว้ให้พวกเรากิน
ตอนนี้กินแต่เงาะที่เราเรียกพันธุ์โรงเรียนกันทั้งประเทศ ผมกับภรรยากลับไปนึกถึงเงาะที่เราเก็บกินสมัยก่อน ล่อนก็ไม่ล่อน แถมมีรสเปรี้ยวอีก หากินยากแล้วครับ เพราะโค่นปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนกันหมด โชคดีที่เพื่อนบ้านเอาเงาะเหลืองมาปลูก ยังพอได้ไปเด็ดมากินบ้าง อิอิ ไม่ต้องปลูกเอง
ผมเอามาเรื่องการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มาแซวเล่นงั้นแหละครับ เพราะสังคมปัจจุบันเรามุ่งแต่ทำงานหาเงินโดยไม่มีเวลาพักผ่อน ผมจึงพยายามบอกให้ไปพักผ่อน และการพักผ่อนให้เกิดการเรียนรู้ แต่ในความจริงมันมีการเรียนรู้ตลอดเวลาแต่ไม่มีการบันทึก เรียนรู้แล้วเก็บไว้คนเดียว
สวัสดีครับน้องติ๋ว
พักหลังนี้น้องติ๋วเครียดๆเนอะ งานหนักเกินไปหรือเปล่า
อยู่ภูเก็ตดีตรงที่ข้างบ้านติดชายป่า เงียบมีแต่เสียงนกเสียงกระรอก แถมบ้านก็ไม่ไกลที่ทำงานมากประมาณ ๔ กิโล ตื่น ๗ โมงครึ่งยังทันไปทำงานสบาย ไม่มีเสียงเพลงแอโรบิคให้หนวกหู อิอิ
ไม่คิดชวนพ่อบ้านไปเที่ยวภูเก็ตบ้างหรือครับ ถือว่าชวนนะเนี่ย..ฮ่าๆ