หลักการของภาวะผู้นำแบบสร้างสรรค์

( Formative  Leadership  Principles)

1.)  การเรียนรู้แบบทีม  ( Team  learning)   การคิดอย่างหวังผล  ( Productive  thinking ) และการร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา ( Collaborative  problem  solving)   ควรนำมาใช้แทนกลไกการควบคุม ( Control  mechanisms)  การตัดสินใจจากเบื้องบน ( Top – down  decision  making)   ตลอดจน  การบังคับสั่งการให้ทำแบบเดียวกัน ( Enforcement  of  conformity)

2.)  ควรมีมุมมองครูว่าเป็นผู้นำ และครูใหญ่ของโรงเรียนเป็นผู้นำของผู้นำ โดยผู้นำทั้งหลายเหล่านี้ต้องมีทักษะการตั้งคำถามที่เหมาะสม (คำถามที่ได้คำตอบที่ลุ่มลึก) มากกว่าการแสดงตนว่าเป็นผู้รอบรู้คำตอบของทุกคำถาม

3.)  ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติงาน    ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการไว้วางใจ ( Trust) ต่อกัน  ผู้นำจะต้องไม่มีทัศนะว่าครูและนักเรียนชอบหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ  (ทำนองทฤษฎี X ของ McGregor) แต่มีหน้าที่ช่วยให้คนเหล่านี้มีความกล้าต่อการปฏิบัติสิ่งใหม่ ๆ

4.)  ผู้นำควรปรับเปลี่ยนทัศนะจาก ให้ทุกคนทำตามที่สั่งและยึดหลักทำแบบเดียวกัน   ไปเป็นกระตุ้น   ให้กำลังใจ  และสนับสนุนความคิดริเริ่มและค้นคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ของครู

5.)  ผู้นำควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับผู้อื่น ( People) และต่อกระบวนการ ( Process) มากกว่างานเอกสารและงานธุรการประจำ      แต่ควรบริหารเวลาไปกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม ( Value – added  activities) ขึ้น

6.)  ผู้นำควรเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ( Customer – focused) และยึดหลักการให้บริการ   ทฤษฎีนี้ถือว่า ครูและบุคลากรคือลูกค้าโดยตรงของครูใหญ่ ดังนั้น หน้าที่สำคัญที่สุดของครูใหญ่ ก็คือ การให้บริการแก่ลูกค้าของตน

7.)  กำหนดผู้นำ ควรสร้างเครือข่ายให้เกิดการสื่อสารแบบสองทาง  มากกว่าช่องทางไหลของสารสนเทศเพียงทิศทางเดียว

8.)  การเป็นผู้นำแบบสร้างสรรค์   จำเป็นต้องอาศัยความเอาใจใส่ใกล้ชิด  ( Proximity) การปรากฏตัวอยู่กับงาน ( Visibility)   และอยู่ใกล้ชิดกับลูกค้าของตน  ผู้นำควรใช้หลักนิเทศภายในแบบแวะเวียน (Managing by Wandering Around :  MBWA) ไปยังหน่วยต่าง ๆ ทั่วทั้งโรงเรียนและชุมชนที่ล้อมรอบโรงเรียนเพื่อไปรับฟังและเรียนรู้  ไปสอบถาม  ไปสร้างสัมพันธ์ภาพ  และไปเสาะหาแนวทางที่เป็นไปได้ในเรื่องต่าง ๆ

9.)  ผู้นำแบบสร้างสรรค์  จะกระจายอำนาจการตัดสินใจ ( Empowering)   แก่บุคคลผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ ของโรงเรียน และจะทำหน้าที่ปกป้องคนเหล่านี้เมื่อมีการแทรกแซงการทำงานจากภายนอก

10.)ผู้นำแบบสร้างสรรค์ต้องมีความสามารถสูง ในการปฏิบัติภารกิจอยู่ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ไม่แน่นอน  เป็นผู้เรียนรู้การบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หน่วยงานได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้น  และเป็นผู้ที่ไม่ยึดติดกับสถานภาพเดิมที่เป็นอยู่ ( Maintaining  status  quo)   ของโรงเรียน

 

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อเขียนเรื่อง The Principal as Chief Learning officer : The New Work of Formative Leadership ของ Ruth Ash และ Maurice Persall แห่ง Samford University สหรัฐอเมริกา ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อเขียนดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารการศึกษาไทยบ้างไม่มากก็น้อย

 

ขอขอบพระคุณ

รศ.สุเทพ  พงศ์ศรีวัฒน์

 

ในความคิดของข้าพเจ้า  ผู้นำแบบสร้างสรรค์ควรเป็นนักคิด  เป็นผู้ที่มีความคิดที่แตกต่างออกไป กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง   สามารถเปิดโลกทัศน์ของผู้อื่นได้  เป็นผู้ที่สามารถมองเห็นจุดเด่น และสามารถช่วยพัฒนาจุดด้อยของผู้ใต้บังคับบัญชาได้  ผู้นำ คือ แบบอย่างที่น่าจดจำและปฏิบัติตาม

 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!