อ่านคำถามแล้วรู้สึกว่างานนี้เราต้องทำการบ้าน...เพราะเราเป็นชาว G2K ครับผม

ตอบคำถามจาก world café

          อ่านคำถามแล้วรู้สึกว่างานนี้เราต้องทำการบ้าน...เพราะเราเป็นชาว G2K ครับผม

1.      จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน มีความรู้อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ท่านได้ทุ่มเท กำลังกาย กำลังใจ อย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้นั้นๆ เพราะอะไร มีความหมายอย่างไร และลงท้ายได้ทำอะไรไปบ้างในการที่จะได้ความรู้มา

            สมัยเมื่อยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ จำได้ว่าที่บ้านไม่มีวิทยุฟัง ต้องอาศัยฟังจากข้างบ้าน ซึ่งครอบครัวเขาค่อนข้างสมบูรณ์กว่าเรา มาก ๆ  พอโตขึ้นมาหน่อยประมาณ ๒๕๐๘ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๐ หาดใหญ่ เปิดทำการส่งรายการโทรทัศน์สามารถรับชมได้ในเขตอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก ทุกวันตอนหัวค่ำทำงานบ้านเสร็จแล้ว ก็จะแบกน้องชายคนเล็กไปอาศัยนั่งดูที่ร้านค้าในตลาด สมัยนั้นจำความได้ว่าคุณเยาวเรศ นิศ่ากร ยังเป็นนางเอกอยู่

            หลายปีผ่านไปเราก็ยังไม่มีทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และที่สำคัญบ้านเรายังไม่มีไฟฟ้าใช้แม้อยู่หลังตลาด...ได้แต่ฝันว่าวันหนึ่งเราคงมีเหมือนบ้านเพื่อนเขานะ

            จนลุถึงปี ๒๕๑๔ ไปสมัครสอบเป็นนักเรียนที่โรงเรียนเทคนิคสงขลา(วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ในปัจจุบัน) จากจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจเดินไปสู่ความฝัน...เพราะสมัยนั้นโรงเรียนเขาให้ผู้สมัครเรียนและผู้ปกครองเดินดูเครื่องมือและอุปกรณ์การ สอนตามโรงฝึกงานของแต่ละแผนกวิชา

            เดินชมมาเรื่อยจนถึงโรงงานช่างวิทยุโทรคมนาคม ได้เห็นเครื่องมือและอุปกรณ์การสอน และรายละเอียดวิชาของแผนกที่อาจารย์เขาอธิบายให้ฟัง...ก็มีความรู้สึกในทันทีว่าใช่เลยเส้นทางที่เราฝัน...หันไปจับมือพ่อซึ่งได้พาลูกชายคนโตมาสมัครเรียนที่จังหวัดบ้านเกิด(พ่อเป็นคนอำเภอสทิงพระ) แล้วบอกพ่อด้วยความดีใจว่า”พ่อลูกเรียนช่างวิทยุนะ” พ่อก็พยักหน้าพร้อมตอบรับว่า”ครับ...ตามใจลูก”

            เมื่อถึงเวลาสอบแข่งขันเข้าเรียนก็พยายามตั้งใจเพื่อสอบให้ได้ ในที่สุดประกาศผลออกมาว่าสอบได้...รู้สึกดีใจเป็นที่สุด ได้พยายามตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกฝน http://gotoknow.org/blog/pattarapole-kumsuwan/150484

            ปีพ.ศ.๒๕๑๕ ที่บ้านเรามีวิทยุฟังเครื่องแรก ครูให้ซื้ออะไหล่ไปประกอบในห้องเรียน เอากลับไปให้แม่กับพ่อฟังที่บ้าน

            ปีพ.ศ.๒๕๑๖ บ้านเรามีไฟฟ้าใช้

            ปีพ.ศ.๒๕๑๗ บ้านเรามีโทรทัศน์ดู โดยการซื้อเครื่องมือสองมาใช้ ตอนนั้นซ่อมวิทยุโทรทัศน์จนชำนาญแล้ว

http://gotoknow.org/blog/pattarapole-kumsuwan/150785

            สรุปแล้วทุกอย่างก็เป็นดังฝันที่ตั้งไว้

            จากนั้นชีวิตก็ต้องออกจากฐานบ้านเกิด ไปเรียนต่อ ไปรับราชการที่ชุมพรและกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

            ไปสัมมนา อบรม ดูงาน หน่วยงานเกี่ยวกับวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

            ส่วนปัจจุบัน เป็นผู้วางแผนและดำเนินงานโครงการพัฒนาสถานีวิทยุศึกษา และสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้สามารถกระจายคลื่นเพื่อการศึกษาให้ถึงบ้านประชาชนชาวไทยทุกครัวเรือน

2.      จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน คิดว่าในองค์กรของตนเองเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจ ควรจะมีเครื่องมือ หรือวิธีแสวงหา รวบรวมองค์ความรู้ การบริหารจัดการความรู้ ให้พรรณาทั้งที่ควรจะมี(ถ้ายังไม่มี) อยากจะมี ใฝ่ฝันว่าถ้ามีแล้วจะสุดยอด หรือที่มีแล้วจะให้มีการใช้อย่างไร

            การทำงานในหน่วยงานทุกวันนี้ ยังไม่มีเอกภาพพอ ต่างคนต่างทำ บอกว่าจะทำงานเป็นทีม...อิอิ...เผลอแป๊บเดียว ไปซะแล้ว...ต่างคนใส่หมวกคนละสี คิดว่าทำงานที่ตนรับผิดชอบอยู่แค่นี้ก็น่าพอแล้วดังนั้นงานที่คิดต่อยอดจึงไม่ค่อยมีเจ้าภาพ......รอจนกว่าจะถึงวันนั้น

 

3.      จากที่ได้สนทนามาทั้งหมด คิดว่าถ้ากลับไปบ้าน ไปทำงาน จะทำอะไรเป็นสิ่งแรก ในอาทิตย์นี้หรือสองอาทิตย์นี้ เพื่อให้องค์กร หน่วยงานของตน เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ หรือการใช้เครื่องมือ หรือมีการบริหารความรู้ที่ดี อย่างที่เราฝันไว้ในรอบสอง

            “การให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน” ถือเป็นวัฒนธรรมที่ดีที่สุด ที่ทุกองค์กรควรมี เพื่อความเป็นเอกภาพขององค์กร ผลลัพธ์ที่ได้คือความเป็นปึกแผ่น เสริมให้ประเทศชาติก้าวหน้า ชาวประชามีความสุข

                                                     สวัสดีครับ