ช่วงนี้ ต้องเรียกว่า ผมกำลังหมกหมุ่นครับ หมกหมุ่นกับงาน ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยครับ กลับทำให้เสียเวลาอย่างไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย ยิ่งคิด ยิ่งหาคำตอบ ยิ่งคิดไม่ออก ยิ่งทำไม่ได้ ผ่านไปหลายวันงานก็ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลยครับ วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายวัน (เกือบๆ เจ็ดวัน) ที่เปลี่ยนอิริยาบทไปทำอย่างอื่นครับ อันเนื่องจากเมื่อวานเพื่อนร่วมชั้นเรียนโทรมานัดหมายให้ไปประชุมเตรียมตัวสอบในวันนี้ ผมเลยเช็คงานทั้งหมดสำหรับวันนี้ ก็พบว่าหลายรายการจริงๆ ที่จะต้องทำให้ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า แต่สุดท้ายงานส่วนใหญ่ก็สำเร็จราบรื่นทุกประการครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์)

ออกจากบ้านไป งานแรกคือไปเบิกงบสำหรับจัดเลี้ยงทีมงานวิจัยภาคชุมชนครับ งานนี้ต้องเลี้ยงครับ เพราะดูเหมือนว่า โครงการวิจัยนี้จะปิดไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ได้เลี้ยงให้กับความร่วมมือของชุมชนเสียก่อน ปรากฏพอจะลุกจากเก้าอี้ของสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ขอให้นั่งก่อนเนื่องจากจะเช็คยอดปั่นผลของผมให้ เงินปั่นผลคงไม่เยอะหรอกครับ เพราะเงินฝากไม่ค่อยจะมี ฮาฮา (อันนี้เลยเป็นอย่างแรกที่ได้เพิ่มกว่าที่คิดว่าจะเอา)

พอเปลี่ยนไปทำงานอื่นบ้าง สมองก็เริ่มปลอดโปร่งขึ้นเหมือนกันครับ แต่ที่เจอบนโต๊ะทำงาน (หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปนั่งสัปดาห์เต็มๆ) คือ งานที่นักศึกษาส่ง อือ เต็มโต๊ะจริงๆ เต็มจนกระทั่งหาแก้วกาแฟไม่เจอ (จำไม่ได้ว่าเอาไปตั้งไว้ที่ไหนแล้ว) ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะชงกาแฟหรอกครับ เนื่องจากตอนนี้ควบคุมกาแฟ ยังไม่ได้เลิกนะครับ แต่ลดประมาณลงเหลือหนึ่งในสี่ของที่ทานปกติ คือนอกจากจะลดจำนวนแก้วของการดื่มแล้ว ให้เหลือแค่วันละแก้ว ก็ลดปริมาณในกาแฟที่ชงด้วยครับ เหลือแค่ปลายช้อนเท่านั้นเอง ให้งดดื่มเลยคงลำบากครับ ฮิฮิ (แต่คิดว่า ทำได้แค่นี้ ความดันก็น่าจะลดลงได้แล้วละครับ อินชาอัลลอฮ์)

เช็คงานก็ต้องเจอว่า วันพุธซึ่งเป็นนัดเลี้ยงขอบคุณชุมชน ก็เป็นวันเดียวกับการประชุมสาขาวิชาเสียอีก งานนี้ลำบากใจอีกแล้วครับ เพราะขาดประชมสาขาวิชามาหลายครั้งแล้ว คิดไปคิดมา โทรติดต่อร้านที่จะเลี้ยงได้ สอบถามราคาไปก็อยู่ในฐานะที่รับได้ถ้าจะเพิ่มคนร่วมโต๊ะอีกไม่ถึงสิบคน (อาจารย์ในสาขาวิชา) เลยแจ้งจำนวนคนเพิ่ม จากนั้นติดต่อไปที่หัวหน้าสาขาวิชา เรียนท่านว่า ขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมได้มัยท่าน ไปประชุมที่ร้านอาหารเลย ประชุมเสร็จก็ร่วมรับประทานอาหารเลย งานนี้นายอีย์เป็นเจ้าภาพ (ว่าไปนั่น จริงๆ นะเงินคนอื่น ขอเขามา) ท่านไม่รับปากครับ ขอสอบถามสมาชิกก่อน  

ได้เจอกับท่านรองผอ.วิทยาลัยภาษาอาหรับฯ เรียนท่านไปเรียบร้อยด้วยความเกรงใจว่า ที่ตกลงจะเป็นวิทยากรให้ตอนปลายเดือนนี้ ขอเลื่อนได้มัยท่าน เพราะบังเอิญตรงกับวันที่ผมต้องไปสอบ ท่านก็โอเคครับ แต่ท่านก็บอกว่า เพิ่งประกาศไปเมื่อกี้เอง ฮิฮิ ผิดไปแล้ว ฮือ อีกงานหนึ่งก็ต้องเลื่อน คือ โครงการจัดอบรมครู กำหนดไว้ต้นเดือนสิงหา ตอนนี้มีงานอื่นมาแทรกอีกแล้ว  (นึกได้ว่า ยังไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ)

เสร็จสรรพ ตรวจงานนักศึกษาก็เที่ยงครึ่ง ละหมาดที่มัสยิด จากนั้นเดินทางไปปัตตานีครับ ถึงสำนักวิทยบริการ พี่เจ้าหน้าที่เรียกไปที่โต๊ะทำงาน มอบเงินให้ บอกว่า เงินที่ผมจ่ายค่าประกันสุขภาพสำหรับตอนที่จะไปอเมริกา แล้วไม่ได้ไป ซึ่งทางประกันเขาคืนเงินมาให้ อัลฮัมดุลิลลาห์ ได้เงินคืนอย่างไม่ได้คาดคิด (เสียดายและทำใจได้มาหลายวันแล้วครับ)

นั่งประชุมกับอาจารย์ก็ได้รายการมาเพิ่มอีกเพียบเลยครับ งานหนักๆ ต้องการเสร็จเร็วๆ ฮืออออออ. ผมจะทำทันไหมเนี๊ยะ คิดๆ แล้วเครียดจริงๆ ครับ เรื่องใหญ่ๆ อย่างนี้ทำไมไม่รีบแจ้ง อันนี้ผมว่า ทางภาควิชาน่าจะต้องปรับการทำงานสักนิดหนึ่ง งานสำคัญๆ ใช้วิธีการฝากบอก ขนาดอีเมลที่เพิ่งได้รับก็เป็นประเภทฝากส่งต่อ เป็นไปได้จริงๆ ครับ ทำไมไม่ส่งโดยตรง แล้วส่งเนิ่นๆ ประชุมไปก็เช็คตารางงานไปด้วยครับ เอางัยดีละ เดือนนี้เหลืออีกกี่วันเนี๊ยะ (ขอเวลานอกได้มัย)

กลับมาถึงบ้านก็ค่ำพอดีครับ (ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นวันที่สามแล้ว) เสร็จสรรพกับการจัดการลูกๆ เหลือบเห็นสายวัดที่เขาแจกไว้สำหรับวัดรอบเอว (ลูกเอามาเล่น) เลยลองวัดรอบเอวดูหน่อยสิ ว่าการลดปริมาณอาหาร เน้นการกินผัก ออกกำลังกาย(บ้าง) ได้ผลเป็นงัยบ้าง ปรากฏออกมาว่า รอบเอวข้าพเจ้าลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยแล้ว (อัลฮัมดุลิลลาห์) ถ้าคงตัวเลขนี้ไว้ได้ ก็โอเคครับ ไม่ใช่คนที่ทำให้โครงการพี่สาวพลาดเป้า ฮิฮิ ตอนนี้ก็เหลือแค่วัดความดัด สงสัยต้องลองไปวัดดูหน่อยแล้วละครับ

สรุปว่า บันทึกผมไม่มีความรู้อะไรให้แลกเปลี่ยนกันนะครับ ผมแค่เขียนเพื่อเปลี่ยนสมองให้ลองไปคิดเรื่องอื่นบ้างครับ ตอนนี้ก็ได้เวลาเหมาะสมแล้วที่จะกลับไปปั่นงานตัวเองต่อ ราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าครับ