รูปแบบการจัดการศึกษาที่เอื้อประโยชน์ และตรงกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น เช่น การเทียบระดับการศึกษา, การเทียบโอนประสบการณ์ของผู้นำท้องถิ่น อสม.

บันทึกนี้เป็นการสรุปการวิเคราะห์สิ่งที่เป็นโอกาสในการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของครู กศน. ให้มีประสิทธิภาพ

โอกาส

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช กำหนดให้มีการส่งเสริมและสนับสนุน  การกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์การทางศาสนาและเอกชน จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียม

2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 มาตรา  8 (2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และมาตรา 58 (2) กำหนดให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน    องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสม จึงทำให้หน่วยงานต่างๆ หันมาสนใจการศึกษามากขึ้น

3.รัฐบาลเห็นความสำคัญในการยกระดับการศึกษาของประชากร จึงส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณให้แก่ กศน.มากขึ้น

4. ในชุมชนมีแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาที่สามารถนำมาจัดกระบวนการเรียนรู้ได้

5. มีการประชาสัมพันธ์ แนะนำกิจกรรมหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนให้กับประชาชนอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

6. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตระหนักและเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดสรรงบอุดหนุนให้เพิ่มขึ้นเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ

7. รูปแบบการจัดการศึกษาที่เอื้อประโยชน์ และตรงกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น เช่น การเทียบระดับการศึกษา, การเทียบโอนประสบการณ์ของผู้นำท้องถิ่น อสม. เป็นต้น

8. การบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย

o      ให้ความร่วมมือ

o      หนุนเสริมงบประมาณ

o      สถานที่

o      วัสดุ/อุปกรณ์

o      ร่วมจัดกิจกรรม

9. โครงการพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกับการจัดกิจกรรม

o      การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ชุมชน

o      การพัฒนาสมรรถนะการทำงานจากการปฏิบัติงาน

10. การใช้ระบบ ICT มาใช้ในการสื่อสารและ ลปรร. ร่วมกันกับภาคีเครือข่าย