เมื่อปลายปีการศึกษาที่ผ่านมา ประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ เวลาเที่ยงวันนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ คนหนึ่งชื่อน้อยถูกเพื่อนประคองนำตัวมาหาฉันที่ใต้ถุนอาคาร น้อยมีอาการตะโกนพูดจาภาษาพ่อขุนรามอย่างถนัดชัดเจน เข้ามานั่งและเอามือสองข้างปิดหน้าบอกว่า "กลัว ๆ ๆ ๆ ๆ มันกำลังตาม..มา มันจะฆ่า..."และขอน้ำฝน ๑ ขัน เพื่อน ๆได้นำน้ำเย็นมาให้บอกว่าไม่ชอบ ขอน้ำฝนเพียงอย่างเดียว เพื่อน ๆ และครูอยู่ในอาการตกใจ ถ้าหากจะคิดว่าประสาทหลอน แต่น้อยไม่ใช่เด็กมีประวัติติดยามาก่อน เป็นเด็กประพฤติดี เพื่อน ๆเล่าว่า "ก่อนที่น้อยจะไปทานข้าวกลางวัน น้อยบอกปวดศีรษะมาจนแทบจะระเบิด จึงไปล้างหน้าแล้วมีอาการโวยวายขึ้นว่าพวก...เป็นใคร" เพื่อน ๆ จึงพามาที่นี่ คุณครูท่านหนึ่งสงสัยว่าผีเข้าจึงถามว่า"เป็นใคร มาจากไหน มาอย่างไร"น้อยบอกว่า "ขี่ม้ามา จะไปหาเพื่อนที่เขาช้างล้วงแต่จำทางไม่ได้ ทางมันเปลี่ยนแปลง ตอนนี้หลงทาง เพราะถูกพวกมันขับไล่" ดื่มน้ำทุก ๆ ๒-๓ นาทีหมดเป็นขัน ๆ สักพักก็จะเอามือปิดหน้าบอกว่ากลัวแล้วก็นอนนิ่งไป ลุกขึ้นมาโวยวายอีกเป็นแบบนี้หลายครั้ง บังเอิญมีแขกมาเยี่ยมโรงเรียนจึงถอดสร้อยคอที่คล้องพระมาสวมคอให้น้อย แต่น้อยดึงขาดทำให้พระเครื่องหลุดกระจุยกระจายและถามไถ่กันต่อไป ในขณะเดียวกันนักการภารโรงได้ไปตามคนในหมู่บ้านมาจุดธูปเทียนบอกกล่าวตามความเชื่อ และถามไถ่กันต่อไป ได้ความว่า "สมัยก่อนเคยมารบกันกับเพื่อน ๆ แถวนี้ ข้ามีบ้านอยู่ทางโน้น บ้านของข้าหลังใหญ่โตมาก ปัจจุบันพื้นที่บ้านของข้าเขาทำเป็นค่ายทหารไปหมดแล้ว " น้อยชี้ที่นาฬิกาของครูแหววถามว่า "นี่อะไร ข้าไม่รู้จัก แต่ทองนี้รู้จัก ข้ามีเยอะแยะ ฝังไว้ใต้ดิน ตอนนี้ก็ยังอยู่" ส่งโทรศัพท์มือถือให้ดูก็บอกว่าไม่รู้จัก..สักครูต่อมาได้บอกว่า "ข้าเห็นเลขอยู่บนหัวใครก็ไม่รู้มีเลข........" ภายหลังที่มีการจุดธูปตามความเชื่อแล้ว ก็ยังมีอาการเหมือนเดิมอีกสองสามครั้งแล้วจึงหายเป็นปกติ ดูท่าทางว่าน้อยคงจะงุนงงเล็กน้อยแล้วหลับไปเป็นเวลานานกว่าชั่วโมง พ่อแม่และญาติ ๆ ติดตามมารับตัวกลับบ้าน ปัจจุบันน้อยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แต่บุคลิกภาพของน้อยเปลี่ยนไปจากเดิมมาก รูปร่างผ่ายผอมลง ไม่ร่าเริงเหมือนเพื่อน ๆ เหมือนเด็กที่ขาดหรือเกินอะไรสักอย่าง ขณะที่ฉันสอนหรืออบรมอยู่หน้าชั้นเรียน น้อยจะแอบยักคิ้วหลิ่วตาให้ฉัน บางคราวฉันบอกให้เพื่อนทั้งห้องหันไปมองน้อยก็ยังไม่เลิกการยักคิ้ว ลักษณะทำไปแบบไม่รู้ตัว ลักษณะการเดินเหมือนนักเลง กิริยาที่เคยยกมือไหว้อ่อนน้อมหายไป น้อยเดินมากับเพื่อน ๆ ในขณะที่เพื่อนไหว้น้อยก็คงยังเฉย ๆ กิริยาท่านั่งเรียนของน้อยก็เปลี่ยนไป เพราะห้องเรียนเป็นธรรมชาติว่าจะนั่งเรียนหรือนอนเรียนก็ได้ แต่น้อยจะนอนใช้ขาไขว่กันทำให้เพื่อน ๆ ต้องเตือนบ่อย ๆ เวลานั่งก็ทำหลังงองุ้มเหมือนคนแก่ จากการพูดคุยกับคุณครูท่านอื่น ๆ ได้ทราบว่าน้อยมีกิริยาเหมือนไม่อยากเรียน และพูดมาก คุยเก่งจากหน้ามือเป็นหลังมือ .. ฉันเป็นคนไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับแต่ไม่ลบหลู่
เป็นพฤติกรรมที่น่าศึกษานะคะ
ถ้าเชื่อในด้านไสยศาสตร์ อาจจะต้องทำบุญกรวดน้ำ อย่างที่อ.ขจิตบอก บวชเณรหรือขอขมา ก็คงต้องว่าไปตามความเชื่อ
หากแต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ คงเป้นวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งอาจจะต้องปรึกษากันระหว่างผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้เชี่ยวชาญทางพฤติกรรม...
ว่าแต่ว่า เรื่องอย่างนี้น่าสนใจมากเลยค่ะ
มีความคืบหน้าอย่างไร ครูคิมเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ
สวัสดีค่ะ มาอ่านเรื่องแปลกแต่จริง ไม่เชื่ออย่าลบหลุ่ค่ะ
แวะมาทักทายด้วยความคิดถึงค่ะ
ตอนอยู่บ้านก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่เป็นผู้ใหญ่แล้ว
ผู้เฒ่าผู้แก่ แต่งขันดอกไม้ไปขอขมา ทำพิธีกรรมตามร้องขอ แล้วก็ดีขึ้นค่ะ
กรณีของน้อย มองได้ 2 แง่ ตามประสาคนที่อยู่กับถิ่นที่มีวัฒนธรรมความเชื่อดั้งเดิม และเรียนวิทยาศาสตร์มา คล้ายของคุณตุ่น
ทั้งนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือของ บ้าน (ชุมชน ครอบครัว) วัด โรงเรียน ในการปรับแก้ ทั้ง 2 แง่ นะคะ
ปล. งานบุญหลวง กระติกกลับบ้าน ไปช่วยแม่ขายขนมถ้วยค่ะ
ถ่ายภาพแถวๆ หน้าบ้าน
และแถวๆ วัด
พี่คิมขา...เป็นเรื่องแปลกๆ..เราไม่อาจทราบได้ว่าจริงหรือไม่..
ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่...แต่ก็คงต้องหาทางช่วยน้อยให้เขามีความสดใสกลับคืนมา
เป็นกำลังใจให้นะคะ...แต่เอ้...ที่บอกว่าเห็นเลขบนหัวคน...เลขอะไรน๊า..คริคริ
น่าสนใจ
สวัสดีค่ะครูคิม
กอเคยโดนผีเข้ามาแล้ว
กอเลยเชื่อว่าผีมีจริงค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ครูคิม
ผีเข้า สุดยอดไปเลย ผมละอึ้งไปเลยครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์น้องขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะน้องตูนสิริพร ทิวะสิงห์ tuk-a-toon
สวัสดีค่ะคุณวัชรา ทองหยอด
สวัสดีค่ะอาจารย์ชยพร แอคะรัจน์
สวัสดีค่ะKRUPOM
สวัสดีค่ะน้องกระติก~natachoei ที่ ~natadee
สวัสดีค่ะน้องadd
สวัสดีค่ะท่าน ผอ.นายประจักษ์~natadee
สวัสดีค่ะน้องกอสุดสายป่าน