1. ชื่อเรื่องที่วิจัย
พัฒนาการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้วิธีการเรียนแบบประสบการณ์ บูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
2. ชื่อผู้วิจัย
นายสุบิน แจ่มใส ตำแหน่ง ครู คศ.2 ชำนาญการ
3. สถานที่ทำงานที่สามารถติดต่อได้
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 จังหวัดยะลา
หมู่ที่ 2 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 95140
[email protected] โทรศัพท์ 081-9610063
4. ปีที่ทำวิจัยสำเร็จ
พ.ศ. 2551
5. ความเป็นมาของปัญหา
ก่อนมีการพัฒนาการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้วิธีการเรียนแบบประสบการณ์บูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนมีความหนักใจ และเข้าใจบทเรียนยาก ปฏิสัมพันธ์ครูกับนักเรียนมีน้อย ครูผู้สอนปล่อยให้นักเรียนเรียนโดยใช้สื่อทางไกลผ่านดาวเทียมโดยไม่ทราบว่าผู้เรียนเข้าใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งสาเหตุเกิดจากขาดการประเมินผลในขณะที่มีการเรียนการสอนโดยใช้สื่อทางไกลผ่านดาวเทียม และการสอนที่ขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากครูผู้สอนปล่อยให้นักเรียนบันทึกตามสื่อทางไกลผ่านดาวเทียมเพียงอย่างเดียว ขาดการอธิบายเพิ่มเติม บางเนื้อหาทางสื่อทางไกลผ่านดาวเทียมได้นำเสนอเนื้อหาที่ไกลตัวผู้เรียนเกินไป ทำให้นักเรียนไม่เข้าใจ และหรือตามไม่ทันบทเรียน เนื่องจากพื้นฐานความรู้เดิมของผู้เรียนมีต่ำ ทราบผลจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ระดับชาติอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนักเรียนในห้องเรียนมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabality) เรียนร่วมอยู่ด้วย ทำให้กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยภาพรวมล่าช้า
ผู้วิจัยคาดหวังว่าการนำการเรียนแบบประสบการณ์สามารถแก้ปัญหาการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ โดยเน้นประสบการณ์ ซึ่งเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมายสำหรับผู้เรียน ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ (Conception of Learning) โดยเปลี่ยนจากแนวพฤติกรรมนิยม (Behaviorist) ซึ่งมีการยึดครูเป็นศูนย์กลาง และนักเรียนไม่มีส่วนร่วม (Passive Receivers) ในการเรียนมาเป็นการเน้นความคิด (Cognitive) มนุษยนิยม (Humanistic) สังคม (Social) และรูปแบบการเรียนแบบที่เรียกว่า Constructivist Learning Models แล้วนำมาบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนเข้าใจในความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน ภายใต้เงื่อนไขความรู้ และคุณธรรม
6. วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้วิธีการเรียนแบบประสบการณ์ บูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
7. กรอบคิด-แนวคิดทฤษฎีในการวิจัย
การเรียนแบบประสบการณ์ (Experiential Learning)
นิยามและหลักการ การเรียนแบบประสบการณ์ หมายถึง การเรียนรู้จากประสบการณ์หรือการเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยผู้เรียนได้มีโอกาสรับประสบการณ์ แล้วได้รับการกระตุ้นให้สะท้อนสิ่งต่างๆ (Reflection) ที่ได้จากประสบการณ์ออกมาเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆ เจตคติใหม่ๆ หรือวิธีการคิดใหม่ๆ
การเรียนแบบประสบการณ์ ครูต้องคำนึงถึงแหล่งทรัพยากรทั้ง 4 คือ
1. เวลา (Time)
2. สถานที่ (Space)
3. ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisssdom)
4. สื่อการสอนต่างๆ (Teaching Materials)
ซึ่งครูสามารถใช้ทรัพยากรดังกล่าวเป็นตัวเชื่อมโยง ให้นักเรียนก้าวสู่การเรียนรู้โลกรอบตัว หากครูจะให้นักเรียนเรียนแบบประสบการณ์ต้องพิจารณาแหล่งทรัพยากรทั้ง 4 โดยในเรื่องของการใช้เวลา (Use of Time) นั้น ครูต้องไม่กำหนดเวลาตายตัวเหมือนการสอนแบบเดิม แต่ควรยืดหยุ่นเรื่องเวลาเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมีเวลาเพียงพอในการเรียนรู้ หรือการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องของการใช้สถานที่ (Use of Space) ไม่จำเป็นต้องเรียนในชั้นเรียน หรือห้องเรียนเท่านั้น ครูอาจใช้บริเวณสวนในโรงเรียน ชุมชน หมู่บ้าน หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น อินเทอร์เนต (Internet) เพื่อเชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกรอบตัว ในด้านการใช้สื่อการสอน (Use of Teaching) นั้น ครูต้องใช้สมาชิกในชุมชน สมาชิกในครอบครัวของนักเรียน ผู้รู้หรือผู้ชำนาญการในท้องถิ่น พระภิกษุ ศิลปินท้องถิ่น หรือ บุคลากรของรัฐ เช่น นักวิชาการเกษตร พนักงานอนามัย หรืออื่นๆ โดยให้บุคลากรเหล่านี้ได้มีโอกาส ให้ความรู้แก่นักเรียน ครูควรใช้แหล่งทรัพยากรทั้ง 4
ดังกล่าวรวมเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้นักเรียนมีความรู้อย่างกว้างขวาง พัฒนาความคิดและทักษะกระบวนการกลุ่ม รวมตลอดถึงการพัฒนาเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้
การวัดและผลประเมินผล
แนวคิดในการวัดผลประเมินผลที่นิยมใช้โดยทั่วไป คือ แนวคิดของบลูม (Bloom, 1956) ซึ่งเน้นการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัยหรือด้านสติปัญญา (Cognitive Domain) ด้านจิตพิสัยหรือด้านความรู้สึก (Affective Domain) และด้านทักษะพิสัยหรือด้านทักษะกลไก (Psychomotor Domain) ดังที่กล่าวไว้ในการเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งสามารถเลือกใช้วิธีการวัดได้หลายรูปแบบ เช่น การทดสอบ การสัมภาษณ์ การสอบถาม การสังเกต การตรวจผลงาน การใช้แฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ส่วนรูปแบบการประเมินที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ได้แก่ การประเมินตามสภาพจริง การประเมินภาคปฏิบัติ การใช้แฟ้มสะสมงาน การทดสอบ การประเมินโดยใช้ศูนย์การประเมิน เป็นต้น
หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง
การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยูบนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไมประมาท โดยคํานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรางภูมิคุมกันที่ดีในตัวตลอดจนใชความรูความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู 5 สวนดังนี้
1. กรอบแนวคิด
2. คุณลักษณะ
3. คํานิยาม ความพอเพียงจะตองประกอบดวย 3 คุณลักษณะ พรอมๆ กัน ดังนี้
- ความพอประมาณ
- ความมีเหตุผล
- การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัว
4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดําเนินกิจกรรมตางๆ
- เงื่อนไขความรู
- เงื่อนไขคุณธรรม
5. แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดวาจะไดรับ
8. วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย
8.1. กลุ่มเป้าหมายและวิธีเลือก
นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 24 คน
8.2. กิจกรรมการพัฒนา
ผู้วิจัยได้ดำเนินการโดยการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน มีขั้นตอน ดังนี้
8.2.1 การวางแผน ผู้วิจัยได้ดำเนินการโดยการศึกษาเอกสาร ตำราต่าง ๆ และศึกษาผู้เรียน แล้วจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยปรับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาการเรียนรู้แบบประสบการณ์ โดยเน้นการยกตัวอย่างที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน
8.2.2 การปฏิบัติการเรียนการสอน ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้ ขณะปฏิบัติการสอนได้มีการสังเกตและเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาทบทวนตรวจสอบแล้วนำมาใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8.3. วิธีรวบรวมข้อมูล
รวบรวมข้อมูลโดยใช้บันทึกหลังการสอน บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งพฤติกรรมของครู และของนักเรียน
8.4. วิธีวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ตารางสรุปข้อมูลการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และผลของการพัฒนาที่เกิดขึ้น (ทั้งที่บรรลุผลแล้ว และที่ยังไม่บรรลุผล) ซึ่งในตารางจะระบุปัญหาผู้เรียน กิจกรรมที่ใช้ ผลของการพัฒนาทั้งทางด้านความรู้ กระบวนการคิด คุณลักษณะที่ต้องปลูกฝัง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้สอนและนักเรียน
9. ผลการวิจัย
9.1. ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายก่อนทำวิจัย
นักเรียนมีความรู้พื้นฐานต่ำ จากการวัดผลก่อนเรียน และจากการสังเกตุโดยใช้แบบสังเกตุในการเรียนการสอนโดยใช้สื่อทางไกลผ่านดาวเทียม นักเรียนส่วนใหญ่เรียนไม่ทันกับดาวเทียม
9.2. วิธีคิดและพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงาน/ผู้วิจัย (ครู : นักวิจัย)
เมื่อนักเรียนเรียนโดยใช้สื่อทางไกลผ่านดาวเทียมไม่ทัน ครูจึงต้องคอยสรุป และหรือเสริมให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาให้ชัดเจนขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ของนักเรียน โดยบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มปรับจากผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง กิจกรรมการสอน และวิธีการวัดผล
9.3. การเปลี่ยนแปลงหลังจากการปฏิบัติการ
9.3.1. การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มเป้าหมาย (วิธีคิด/พฤติกรรม)
นักเรียนเข้าในเนื้อหาง่ายขึ้น หลังจากครูสรุปเนื้อหาโดยใช้ประสบการณ์ของนักเรียน และนักเรียนได้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงช่วยในการทำความเข้าใจเนื้อหา
9.3.2. วิธีคิด/พฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงาน นักวิจัย
ครูยกตัวอย่าง โดยใช้ประสบการณ์ของผู้เรียน ทำให้ครูผู้สอนต้องเตรียมสื่อที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น สอนเรื่องปริมาณ ครูต้องเตรียมซองผงซักฟอกที่มีปริมาณต่างกัน ราคาต่างกัน และหลายยี่ห้อ เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกได้ว่าอย่างไหนประหยัดกว่า และนักเรียนควรเลื้อกซื้อสินค้าอย่างไร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
9.3.3. ท่านได้เรียนรู้ / แง่คิดจากการทำวิจัยครั้งนี้ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ปฏิรูปการเรียนรู้ / ปฏิรูปโรงเรียน / ผู้สอน / ผู้บริหารในด้านใดบ้างและอย่างไร (โปรดให้รายละเอียด)
นำวิธีวิจัยไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และสามารถนำผลการบูรณาการกับปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ผลที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยผู้เรียนได้เริ่มสังเกตุสิ่งต่างๆ รอบตัว สามารถนำเนื้อหาในบทเรียนไปใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น จากการตรวจบันทึกรายรับ-รายจ่ายของนักเรียน นักเรียนซื้อของในราคาที่ลดลง และเริ่มสังเกตุปริมาณ หรือความจุของสิ่งที่ซื้อ เริ่มมีการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างปริมาณกับราคาของสินค้า
สำหรับครูผู้สอน จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ทราบว่า การนำประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนมาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาง่ายขึ้น และเมื่อนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้ผลของการวัดผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ ดีขึ้น นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับครูมากขึ้น และนักเรียนมีบัญชีรายรับ-รายจ่ายของนักเรียน ซึ่งนักเรียนได้เรียนรู้การใช้เงินอย่างประหยัด ตัวอย่างเช่น นักเรียนสามารถบอกได้ว่าในแต่ละสัปดาห์นักเรียนสิ้นเปลืองเงินกับการซื้อขนมไปเท่าไร ซึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ นักเรียนได้ทราบค่าใช้จ่ายของตนเองและหันมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
10. สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ
จากผลการวิจัยทำให้ผู้วิจัยค้นพบกิจกรรมการสอนที่เหมาะกับเนื้อหาบางเนื้อหา ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมเป็นการจัดการองค์ความรู้ (KM) และไปสู่ Best Practice ส่วนกิจกรรมที่สอนแล้วนักเรียนไม่ประสบผลสำเร็จ ผู้วิจัยได้นำไปปรับปรุงโดยการนำกลับไปออกแบบการสอนใหม่ (Back Ward Design)
11. บรรณานุก
สวัสดีครับ
เยี่ยมมากเลยครับ
อยากให้มีการเขียนวิจัย เสนอในG2K เพื่อเป็นการแบ่งบันข้อมูลข่าวสารกัน
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณสำหรับคำชมครับ.....แต่อยากได้ข้อเสนอแนะเยอะๆ ครับ
ผลจากการวิจัยครั้งนี้ได้นำไปใช้ที่จังหวัดยะลา ปีการศึกษา 2551 แล้วครับ เพราะบริบทของกลุ่มเป้าหมายเหมือนกัน คือ นักเรียนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดยะลา ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง (จ.แม่ฮ่องสอนใช้ภาษากลุ่มชาติพันธุ์เป็นภาษาแรก เช่นเดียวกับ จ.ยะลา ใช้ภาษายาวี เป็นภาษาแรกเหมือนกัน) เป็นนักเรียนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เหมือนกัน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ตอนนี้กำลังเขียนรายงานการวิจัยอยู่...เป็นการต่อยอดงานวิจัย ...เสร็จแล้วจะเผยแพร่ต่อไปครับ...อยากให้นักวิจัยมือสมัครเล่นเหมือนผม...เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาในชั้นเรียน โดยวิธีวิจัย ทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้ว่าวิจัยเป็นเรื่องใกล้ตัว และไม่ยากอย่างที่คิด
Action Research มีการเก็บข้อมูลเหมือนเขียนไดอารีส่วนตัว ครบสัปดาห์ก็มาทบทวนดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือไม่เปลี่ยนแปลง สัปดาห์ต่อไปก็ทบทวน แล้วเอาแต่ละสัปดาห์มาทบทวน รวบรวมเป็นรายเดือน พอสิ้นปีก็มาเขียนเป็นรายงาน ไม่ต้องใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และหรือเกิดขึ้น ทั้งตัวครูผู้วิจัย และสิ่งเปลี่ยนแปลง และหรือที่เกิดขึ้นกับนักเรียน คือผลการวิจัยครับ
เยี่ยมมากเลยค่ะ
มีการต่อยอดงานวิจัยด้วย
อยากอ่านจังเลยค่ะ
งานวิจัยที่นำผลการวิจัยมาใช้ต่อหายากน่ะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...สู้ๆ