ยังโชคดีที่ไม่มีคำกล่าวจากคุณสามีและสาวน้อยน้องแสตมป์ ว่าให้หอบผ้าไปนอนโรงพยาบาลในระยะนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่กำลังระบาด ทุกฝ่ายทำงานอย่างหนัก เพื่อควบคุมโรค ไม่ให้ระบาดมากกว่านี้ และมีคนตายเพิ่มขึ้น

มีแต่กำลังใจ คำถามว่าแม่มีคนป่วยมากเหรอ เหนื่อยไหม กอดแม่ ให้กำลังใจ แม่กลับบ้านค่ำ  จะมีคำเตือนยังไม่เสร็จงานเหรอ กลัวไหม คุณชาลีไปนั่งรอที่ทำงาน รับกลับบ้าน น้องแตมอยู่ที่บ้านไม่บ่น

        ผู้ป่วยมาตรวจรักษามาก ผู้ป่วยอาการไม่มาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่มีภาวเสี่ยงจะให้กลับบ้าน สังเกตอาการ ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ แยกตัวเอง ป้องกันการแพร่เชื้อ  โรงพยาบาลจะทำงานเป็นทีม ประกายจะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ สอบสวนโรค ควบคุมการระบาด ตรวจคัดกรองผู้ป่วยประสานงานกับทุกคนที่เกียวข้อง

      อยู่เวรผู้ประสานงาน สอบสวนโรคคนเดียวตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม อยู่ทำงานวันหยุด ไปประชุม warroom ทุกเช้า และกลับมทำงานต่อ

      ทำอย่างไรผู้ป่วยจึงจะเข้าใจและดูแลตัวเองได้ ไม่ตื่นตระหนกมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ผู้ที่มาโรงพยาบาลจะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว

      คำแนะนำที่ให้ยากไปไหม  ผู้ป่วยและญาติจะกังวลกลัวเกินเหตุหรือเปล่า บางคนไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าลูกป่วย ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ซึ่งตามระบบการรักษา การติดตามผู้ป่วย ทีมจังหวัดขอนแก่นจะมีการติดตาม เยียมบ้าน ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มให้คำแนะนำ ตรวจวัดไข้ แนะนำกรป้องกันโรค

        เมื่อวานมีรายหนึ่งไม่ยอมให้เปิดเผยชื่อ ไม่ให้เครือข่ายติดตามให้คำแนะนำตรวจวัดไข้ให้บ้าน  เมื่อคืนโทรศัพท์ถามอาการให้คำแนะนำการปฏิบัติ การสังเกตอาการ คุยกันเป็นชัวโมง คิดว่าเข้าใจ ปรากฏว่าแม่ผู้ป่วยโทรกลับมาอีก ขอปรึกษาอีกหลายเรื่อง จน ดึก ฟังน้ำเสียงคิดว่าแม่ผู้ป่วยเกิดความเครียดกังวล ดูแลลูก ให้ยาลดไข้ การตัดสินใจไม่ได้ เมื่อเช้ายังมีปัญหา คำถามอีกมากมาย ให้คำแนะนำไป บ่ายโทรอีก อธิบายแล้วอธิบายอีก คนอธิบายไม่เก่ง หรือคนฟังไม่เข้าใจ จนจบการสนทนา แล้วแม่ผู้ป่วยยังบอกว่าจะขอโทรถามอีกเป็นระยะ ขอรบกวนเวลาพักผ่อน ไม่รู้จะถามใคร ขอถามคุณประกาย  คุณประกายให้คำตอบได้ดี ประกายตอบว่าได้คะ แต่ตอนนี้กำลังทำงาน ไม่ได้พัผ่อนตามที่เข้าใจ 

          พอมาคิดอีกครั้งว่า ผู้ป่วย ญาติ จะเกิดภวะเครียดมากไม่สามารถตัดสินใจ จัดการปัญหาได้ด้วยตัวเองจึงโทรกลับ  ขออนุญาตส่งผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำที่บ้านนะคะ  จะได้หายกังวลและไม่เครียด คิดว่าคุณแม่ต้องการผู้ช่วยเหลือที่บ้านนะคะ จึงได้ติดต่อประสานงานส่งต่อให้กับเครือข่ายและเล่าเรื่องให้ฟัง จนป่านนี้ยังไม่ได้รับโทรศัพท์ถามอีก น่าจะเข้าใจและจัดการปัญหาได้หลังจากทีมไปพบและแนะนำที่บ้าน

บทเรียนในครั้งนี้ ทำให้คิดได้หลายเรื่องใน warroom ว่า

  1. ควรมีทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคและมีนักจิตวิทยา หรือสุขภาพจิตไปเยี่ยมบ้านด้วย   

 2.  สิทธิของผู้ป่วย ญาติ ที่ต้องการให้ทีมสุขภาพปกปิดข้อมูล อาจจะทำให้เกิดความลำบาก ยุ่งยากในการรักษา  ซึ่งทีมรักษาจะเคารพสิทธิผู้ป่วยอยู่แล้ว แต่การประสานงานการติดตามผู้ป่วยจะทำให้มีปัญหา 

3.  ควรจะมีการสอนการรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับครู นักเรียน การวัดไข้ การเช็ดตัว เตรียมความพร้อมให้กับประชาชนที่จะดูแลตัวเองได้

         โรคนี้ไม่น่ารังเกียจ เป็นแล้วหาย ถ้าผู้ป่วยร่างกายแข็งแรงดี ดูแลตัวเองได้ดี พักผ่อนให้พอ

         โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดการระบาดทั่วไป ผู้ป่วย ญาติ ไม่ควรจะปกปิดข้อมูลการป่วย เพราะว่าถ้าปิดข้อมูล การติดตามเฝ้าระวังโรค การให้ความช่วยเหลือจะทำให้เกิดความลำบากใจ ยุ่งยากกับทีม และที่สำคัญผู้ป่วยและญาติจะเกิดความวิตกกังวลและเครียดเอง ดูแลตัวเองได้ไม่ดี โอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน  การตัดสินใจในการรักษาหรือมาดรงพยาบาล จะทำได้ไม่ดี