การให้กำลังใจตนเองเมื่อต้องเผชิญวิกฤตในชั้นเรียนที่ไม่ปกติ ก่อนถึงชั่วโมงภาษาอังกฤษเพียงวินาทีเดียว ฉันมักมองเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นก่อนที่จะเดินถึงห้องเรียนที่จะเข้าสอน เพียงลับมุมอาคารเท่านั้นที่ฉันสัมผัสได้ แสงแว๊บว๊าบที่ผ่านสายตาฉันไป แม้เสียงที่ลอยลมมาล้วนเป็นเสมือนเครื่องเตือนให้สมองตื่นตัวทำงาน และแน่นอนไม่เคยผิดพลาดกับความรู้สึกเช่นนี้ ต้องมีอะไรเกิดขึ้น อย่างใด อย่างหนึ่ง ยิ่งเดินใกล้เข้าไป ความเงียบก็ครอบงำ บรรยากาศเหมือนเมืองร้าง เงียบ..ได้ยินเสียงหนังสือที่กางอยู่บนโต๊ะเรียนโดนลมพัด ลมกรรโชกผ่านไป และเหมือนสายตาฉันมองเห็นภาพเด็กน้อยหันไปทางเดียวกัน ฉันพลันหันมองตามเมื่อเท้าก้าวเข้าไปถึงประตูห้องเรียนพอดี ช่างพอเหมาะพอเจาะกันจริงๆ ฉันกวาดสายตาตามเด็กน้อยที่นั่งหลังสุด เขาขยับกายเล็กน้อยเมื่อเงยหน้ามาพบกับสายตาของฉัน สายตาที่ตอบรับกลับตระหนก และฉันยิ้มทันที ฉันขำ เด็กเอ๋ยเด็ก ... เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าฉันเคยเป็นอย่างที่เจ้าเป็นมาก่อน อิอิ ประสบการณ์สอนให้ฉันรีบคลายความรู้สึกนั้น และสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้เข้าสู่ปกติโดยเร็ว มิฉะนั้น จะมีผลตามมาคือหมดเวลา อิอิ......หมดเวลาแล้วอยากทราบไหมค่ะว่าครูต้อยเห็นอะไร ขออนุญาตไปงีบก่อนนะคะ ยาเป็นเหตุค่ะ สงสัยโดนวางยาให้รีบพักผ่อน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ แล้วจะกลับมาเฉลยค่ะ
จบเหมือนนิยายบางกอกเลยนะครับ กำลังสนุก
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
กุ้งจะรอติดตามอยู่นะคะพี่ครูต้อย ตอนต่อไป
เรียนท่านน้องsmallman
ขอบคุณค่ะน้องกุ้ง
ครูต้อยเพียงปราถนาถอดบทเรียนของตัวเองออกจากมาเท่านั้นค่ะ
สวัสดีค่ะ
เรียนน้องอ.ขจิต
หักแบบนี้ไม่เป็นไร
แต่ถ้าหักโค้งอย่างนี้ต้องระวังค่ะ
ภาพเมื่อครั้งไปลุยแม่ฮ่องสอนกับครอบครัวค่ะ
สวัสดีครับ พี่ต้อย...
แวะมาเยี่ยมนะครับ...
ขอให้มีพลังกาย พลังใจเข้มแข็งและแข็งแรง-เสมอไป
เรียนน้องแผ่นดิน
ขอบคุณหลายๆค่ะ
สำหรับพลัง และความคิดเชิงบวก
ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ