ขอผ่อนลมหายใจ..ด้วยเรื่องที่น่ายินดี   ระยะนี้ทำงานหนัก  ทั้งงานประจำ  งานจร  งานเรียน  และงานส่วนตัว   พยายาม  จัดอันดับ  และเรียบเรียงงานเสมอ  ไม่ได้ขาด  ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง  ทั้งงานราษฎร์และงานหลวง ฮา.....

บันทึกนี้  ขอเขียนด้วยความร่าเริง จากการที่ได้รับข่าวที่น่ายินดีของตัวเอง  ความจริงแล้ว  ข่าวที่น่ายินดี  ได้เดินทางมาหาครูอ้อยและครอบครัวเสมอๆๆ  เป็นระยะ  พอได้เป็นบันทึกแห่งความสุข 

เกริ่นเสียยาวเชียว  คงจะรออ่านกันสินะคะ  ตัวครูอ้อยก็ต้องการเขียนสั้นๆๆ กระทัดรัด  แต่เกรงว่า  ผู้อ่านจะหาว่า.....ครูอ้อย  ขี้คุย 

จึงมีความจำเป็น  ที่จะต้องนำท่านไปที่อื่นๆๆก่อน แล้วเดี๋ยวจะ .....อ๋อ เองล่ะค่ะ

*****

เมื่อวานนี้  ตอนกลางวัน  กินข้าวกลางวันเสร็จแล้ว  ไปแปรงฟันแล้ว  รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย  จึงกินยาไป 2 เม็ด  ระงับไว้   แล้วก็งีบไปสัก 15 นาที  ตื่นขึ้นมา สดชื่น  และถึงเวลาสอนพอดี  นักเรียนก็เดินแถวมาเรียนแล้ว  ครูอ้อยก็สอนตามปกติ.....เมื่อถึงเวลาว่าง.....เก็บภารกิจเสร็จแล้ว  เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์  

ครูอ้อย  เห็นพี่ครูมาระบายเรื่อง......การทำงาน

สักพักหนึ่ง  ก็มีชายหนุ่มนักธุรกิจ เดินมาหาครูอ้อย.....ท่านรายงานว่า  ท่านเป็นตัวแทนจากบริษัท  สำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง  มาเชิญครูอ้อยเป็นวิทยากร และ เขียนหนังสือ ให้แก่สำนักพิมพ์นี้.....

เราสนทนากันพอสมควร  ครูอ้อย  ไม่ได้ตกลง.....ด้วยมีข้อจำกัด เรื่อง เวลา.....

พอกลับมาถึงบ้าน  ได้เล่าให้พ่อบ้านฟัง  พ่อบ้านได้เตือนเรื่องความปลอดภัย  โดยการโทรศัพท์เช็ค  นามบัตรของชายคนนี้ว่า.....เป็นไปตามที่ท่านอ้างหรือเปล่าก่อน  แล้ว เรื่องอื่นค่อยมาคิดกัน 

ครูอ้อยไม่ค่อยคิดอะไรมากนัก  นอกจากจะมีเรื่องเลวร้ายมากระทบ  จึงได้คิดกัน 

ชีวิตนี้  คิดเป็นบวก และมีความสุขเสมอเหตุผลของชายท่านนี้  เธอเล่าว่า.....เธอได้พบครูอ้อยในเว็บไซต์   และเห็นผลงานมากมาย 

จึงได้นำ.....ครูอ้อย แซ่เฮ  เสนอกรรมการ  และจึงรีบมาทาบทาม......เพื่อเป็นวิทยากรของสำนักพิมพ์ 

ส่วนรายละเอียดอื่นๆๆ  ได้เกริ่นมาพอสมควร....น่าสนใจ  โปรดติดตามอ่าน ตอนต่อไป