บะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย wax (ขี้ผึ้ง) ผสมผงชูรส ก็จะกลายสภาพเป็นสารพิษเมื่อต้มในน้ำเดือด

ได้รับ forward mail จากเพื่อน ๆ เกี่ยวกับวิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปที่ถูกต้อง เลยถือโอกาสนำมาแบ่งปันกันค่ะ

         ส่วนประกอบของบะหมี่สำเร็จรูปส่วนใหญ่เป็นแป้งสาลีถึง 60-70 %ส่วน 15-20% เป็นไขมัน(อยู่ในรูปเครื่องปรุง) ที่เหลืออีก 5-6 % เป็นเกลือและผงชูรสล้วน ๆ  ถ้าทานมากกว่า 1 ซองต่อวัน ร่างกายจะได้รับปริมาณโซเดียมเกินความต้องการถึง 50-100 % ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูง ถ้าอยากทานก็ควรจะใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปเพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายรับโซเดียมมากเกินไป ควรเลือกซื้อบะหมี่ที่เขียนว่าเพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็กและวิตามินเอไว้หน้าซอง ที่สำคัญไม่ควรทานมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อป้องกันโรคที่เกิดกับไตและโรคความดันโลหิต

วิธีต้มบะหมี่ที่ทำลายสุขภาพ

         ปกติตามความคุ้นเคยเราจะใส่บะหมี่ในน้ำพร้อมเครื่องปรุงและต้มประมาณ 3 นาทีจนเดือด (เพราะอ่านจากข้างหลังซอง) ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะว่าการใส่เครื่องปรุงในน้ำและต้มจนเดือดจะทำให้ผงชูรสเปลี่ยนเป็นสารพิษ ดังนั้นเส้นบะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย wax (ขี้ผึ้ง) ผสมผงชูรส ก็จะกลายสภาพเป็นสารพิษเมื่อต้มในน้ำเดือด ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลา 4-5 วันในการขับ wax ผสมผงชูรสซึ่งกายสภาพเป็นสารพิษนี้ออกจากร่างกาย

วิธีต้มบะหมี่ที่ถูกต้อง

         การต้มที่ถูกต้องให้เทบะหมี่ในน้ำและต้มจนเดือด เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มบะหมี่ทิ้ง (เป็นการเท wax ผสมผงชูรสซึ่งเป็นสารพิษทิ้งไป) ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้งและใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มไว้แล้ว ปิดไฟ แล้วจึงใส่เครื่องปรุงขณะน้ำยังร้อน(ผงชูรสในเครื่องปรุงจะได้ไม่กลายเป็นสารพิษอีก)

นี่เป็นวิธีเล็กๆน้อยๆ ที่เรามองข้าม ซึ่งเวลาหิวเราคงไม่ต้องการกรรมวิธีที่ยุ่งยากเกินไป แต่ถ้าลองหันมาใส่ใจสุขภาพก็คิดว่าเป็นวิธีการที่ดี วิธีหนึ่งค่ะ

ขอบคุณภาพจาก www.youaremysmile.com