คุณหมอนัดให้ดิฉันมาตรวจอีกใน 5 วันถัดมา และแล้วทีนี้ละ มีเหตุให้คุณหมอตกในเนื่องจากน้ำหนักที่เคยหนักถึง 75 กิโลกรัม ลดลงมาเหลือ 60 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ลดลงวันละ กว่าหนึ่งกิโลทีเดียว...
วันหยุดอย่างนี้หลาย
ๆ คนคงอยากหลับสบายอยู่บนเตียงและผ้าห่มอันแสนนุ่มและอบอุ่น
ดิฉันก็เช่นกันอยากจะหลับยาว ๆ
สักวันแต่คงเพราะตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งของทุกวันทำให้รู้สึกตัวจนได้
ถ้ารู้สึกตัวแล้วสบายดีก็ดีไปแต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา
อาการอ่อนเพลียเกิดขึ้นอีกแล้วแต่วันนี้เป็นมากกว่าทุกวันใจหวิว ๆ
ไม่อยากได้ใคร่ดีอ่อนเพลียไปหมด
แถมยังมีอาการท้องเสียและคลื่นไส้อีกด้วย
ตัวเองก็ยังคิดว่าน่าจะเป็นอาการของหวัดแน่ ๆ แบบว่า
หวัดหลบในอย่างไงละ
ก็เพราะไม่เคยมีอาการนี้สักทีทำให้เกิดการแปลกใจมาก
เรี่ยวแรงแม้แต่เข้าห้องน้ำก็ยังเหนื่อย
หลังจากแข็งใจลุกขึ้นทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็เข้ามานอนพักในห้องนอนทีนี้ละไม่ยอมลุกเลย
อาการอ่อนเพลียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอาการคลื่นไส้ ปากขม
ใจสั่น ไม่อยากพูดกับใคร
อาหารในวันเสาร์ทั้งวันไม่ได้ตกถึงท้องเลย
มีเพียงแต่น้ำที่กินได้เท่านั้น
วันอาทิตย์ยิ่งไปกันใหญ่
ดิฉันนอนซมตั้งแต่เช้าวันเสาร์วันอาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้นเช้าวันนี้ไม่อาจลุกจากที่นอนได้ไม่มีเรี่ยวแรง
อาการใจสั่นมือสั่น เหงื่อออกที่มือยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
อาการท้องเสียก็ยังมีอยู่ บ่ายวันนั้นสามีทนดูอาการของดิฉันไม่ไหว
ต้องใช้ว่า แทบหามส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว
ดิฉันบอกอาการให้คุณหมอจิตรา
คุณหมออายุรกรรมแห่งโรงพยาบาลรัตนเวชพิษณุโลกเบื้องต้นคุณหมอคิดว่า
ดิฉันคงจะท้องร่วงแน่นอน จึงสั่งให้น้ำเกลือทันที
หลังจากเข้าโรงพยาบาลแล้วอาการอ่อนเพลียก็ยังมีอยู่
ดิฉันกินอาหารไม่ได้เลย
ต้องบอกว่าไม่ได้เลยได้กลิ่นเพียงนิดเดียวก็จะอาเจียรให้ได้
คุณหมอจิตราสั่งเจาะเลือดตรวจแต่เนื่องจากไม่พบสาเหตุของอาการโรคทำให้คุณหมอเองก็แปลกใจว่า
ดิฉันเป็นอะไรกันแน่ไม่รู้สาเหตุ
สองวันในโรงพยาบาลทำให้ดิฉันขยาด
หวาดกลัวมาก
ไม่ใช่ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลแต่ครั้งนี้เข้ามาโดยเป็นคนไข้
หลายครั้งที่เข้ามาโรงพยาบาลทุกครั้งก็เพื่อนอนเข้าคุณแม่ของตนเอง
สองวันที่อยู่ที่นี่หัวใจก็ยังเต้นเร็วผิดปกติ แต่คุณหมอก็บอกว่า
เต้นเร็วแต่เต้นเร็วเป็นแบบปกติก็เลยงงไป
อาการท้องเสียบรรเทาแล้ว อาการปวดหัวก็ดีขึ้น ดิฉันจึงขอคุณหมอว่า
จะกลับบ้าน ตอนคุณหมอมาตรวจดิฉันทำท่าแข็งแรง ยิ้มแย้มกับคุณหมอ
และบอกว่า นกดีขึ้นค่ะ(โก-หก อิอิ) อยากกลับบ้านแล้ว
คุณหมอนัดให้ดิฉันมาตรวจอีกใน 5 วันถัดมา และแล้วทีนี้ละ
มีเหตุให้คุณหมอตกในเนื่องจากน้ำหนักที่เคยหนักถึง 75 กิโลกรัม
ลดลงมาเหลือ 60 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ลดลงวันละ
กว่าหนึ่งกิโลทีเดียว...
อ่านอาการบ่งชี้ของการเป็นโรคธัยรอยด์ในบันทึกหน้าค่ะ...
สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยม โรคนี้หากรักษาถูกต้อง ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง เจ้านายที่บ้านผมก็เป็น ทำตามคำแนะนำของแพทย์ก็เป็นปกติดีครับ เป็นกำลังใจ ขอให้สุขภาพแข็งแรง โชคดีครับ