ขีปนาวุธ ทางยุทธศาสตร์ MGM-31 Pershing 1 และ 2

ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ MGM-31 Pershing 1 และ 2

ในปี 1958 มาร์ตินได้เริ่มพัฒนา เพอร์ชิ่ง ลำเลียงบนยานสายพาน เอฟเอ็มซี สี่คัน ยานเหล่านี้บรรทุกแท่นยิงและตัวอาวุธปล่อย สถานีทดสอบโปรแกรมเมอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ชุดเครื่องรับวิทธยุและหัวรบนิวเคลียร์ อาวุธปล่อยเมื่อประกอบแล้วจะถูกยกขึ้น เพื่อยิงในแนวตั้ง การยิงจะกระทำในระยะไกล


กำลังขับเคลื่อนได้มาจาก มอเตอร์จรวดธิโอคอล สองขั้น การควบคุมทำด้วยระบบนำวิถีแรงเฉื่ือย การยิงอาวุธปล่อยขึ้นไปในอวกาศแล้วกลับลงมาเหนือเป้าในพิสัย 100 ถึง 460 ไมล์ทำการทดสอบในเดือน กุมภาพันธ์ 1960 และเข้าประจำการครั้งแรกในสหรัฐ เดือน กรกฎาคม 1962 พอถึงปี 1964 ก็วางกำลังในกองทัพอากาศสหรัฐและในเยอรมันตะวันตก ในหน่วยของทหารอากาศเยอรมัน
เพอร์ชิ่ง 1 เอ ผลิตมาตั้งแต่ปี 1967 บรรทุกบนรถ เอ็ม 656 ขนาด5ตันที่ดัดแปลงโดยเฉพาะให้สามารถลำเลียงไปกับ บ.ล. ซี-130 ได้ ระบบอาวุธทั้งหมดสามารถบรรทุกไปได้โดยรถเพียงคันเดียว การปรับปรุงอื่นๆได้แก่ระบบการสื่อสารและลดเวลาปฏิกิริยาตอบโต้อีกครั้งในปี 1976 ทำให้สามารถยิงอาวุธปล่อยได้3นัดต่อเนื่องและปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว จากสถานที่ๆไม่เคยสำรวจมาก่อน


การพัฒนาครั้งต่อมาเป็นผลให้ได้ เพอร์ชิ่ง 2 ออกมาเพื่อลดยีลด์หัวรบลงไปได้ เนื่องจากมีความแม่นยำสูงขึ้น เพราะระบบนำวิถีด้ยเรดาห์เฉพาะพื้นที่ เพอร์ชิ่ง 2 มีพิสัยไกลกว่า รุ่น 1 เอ เป็นสองเท่าและได้พัฒนาโดยสัญญาเป็น 360 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาทดแทนระบบแรกๆจำนวน 108 ระบบในเยอรมันตะวันตกเริ่มในปี 1984 งานปรับปรุงอื่นๆได้แก่ลดบริภัณฑ์สนับสนุนและกำลังพลปรับปรุงเวลาปฏิกิริยาปฏิบัติการและให้อยู่รอดได้สูงขึ้น



หัวรบเจาะลงไปในพื้นดินทำให้อาวุธปล่อยมีประสิทธิภาพลึกลงไปถึง98ฟุต พิสัยของอาวุธปล่อย 120 ไมล์ ยิงทดสอบความแม่นยำอยู่ภายใน 82 ฟุต ขีปนาวุธแบบนี้ยิงได้สูง 1 ล้านฟุต ความเร็ว 12 มัค

 

Create Date : 17 มีนาคม 2551
Last Update : 17 มีนาคม 2551 23:43:06 น.    

มาร์ติน TM-61 มาทาดอร์ ระบบขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์แบบแรกของโลก

ระบบ อาวุธ พื้น สู่ พื้น ทางยุทธวิธีรุ่นแรกพัฒนาในช่วงระหว่างสงครามเกาหลี โดย อเมริกาและฝรั่งเศส มีรูปทรงคล้ายเครื่องบินปีกลู่หลัง ยิงจากฐานพื้นแข็งหรือแท่นยิงเคลื่อนที่ ระบบช่วยส่งแรงขับ 50000 ปอน์ด แรงขับเดินทางได้จากเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต อัลลิสัน เจ-33 แรงขับ 4600 ปอนด์ ติดหัวรบหนัก 3000 ปอนด์ ได้ทั้งหัวรบธรรมดาและหัวรบนิวเคลียร์



......ระบบนำวิถีเชื่อมโยงกับวิทยุเส้นสายตา ทำให้พิสัยอาวุธจำกัดกว่าที่ควรจะเป็นคือ 650 ไมล์ ต่อมาเพิ่มระบบนำวิถีไฮเปอร์โบลิค ทำให้แล่นไปได้ถึง500ไมล์ มาทาดอร์ชุดแรก 1000 ชุดเข้าประจำการใน ท.อ.สหรัฐในปี 1955



แบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่รู้จักในนามว่า เมซ Martin TM-76 Mace missile ใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้น บรรจุเชื้อเพลิงมากขึ้นเป็นสองเท่าและหัวรบใหญ่ขึ้น ระบบนำวิถีแบบใหม่และพัฒนาให้พิสัยไกลออกไปอีก ระบบ เมซเข้าประจำการในเยอรมันตะวันตกในปี 1959และปลดประจำการในปี1966