เมื่อความรกรุงรังมาเยือน..ความเรียบร้อยบริสุทธิ์ก็โบยบินจากไกล

 

 

 

ความรกรุงรังของชีวิต

 

(๑)

บันทึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๔.๓๐ น.  

 

เช้านี้ตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีสามด้วยความเป็นห่วงงาน

เมื่อใจตื่น..ตาและกายก็พลอยตื่นอย่างรวดเร็วไปด้วย

ทั้งที่คืนที่ผ่านมาก็กลับจากการสะสางงานจากที่ทำงานก็แสนดึก

เดินเข้าบ้านได้กลิ่นหอมของดอกราตรีโชยเข้าจมูกกลิ่นค่อนข้างแรง แต่ฉันก็ชอบ..กลิ่นราตรี

คืนก่อนก็เข้าบ้านแสนดึกจากการเดินทาง..หอมกลิ่นราตรีจริงๆ จนต้องเดินอ้อมไปหลังบ้านเพื่อสูดกลิ่นให้เต็มจมูก  เต็มใจ

...ลมพระพรายชายชื่นในคืนนี้

กลิ่นราตรีหอมระรื่นชื่นใจแสน

ดอกไม้อื่นดื่นไปในดินแดน

จะเหมือนแม้นราตรีไม่มีเลย..

 

เออหนอ..ทำไมถึงทำตัวห่างจากความงดงามความหอมหวานของชีวิตนะ..ทั้งที่อยู่ใกล้แสนใกล้

เมื่อแรก ก็สรรหาสารพัดสารพันพันธุ์ไม้หอมที่ต้องการมาปลูกไว้รอบบ้าน ทั้งจำปี จำปา กระดังงา รสสุคนธ์ เฟื่องฟ้า  พุดสามสี  พุดซ้อน พุทธรักษา  ลำดวน  ชมนาด เล็บมือนาง ชวนชม ลีลาวดี บัวหลากพันธุ์  ดาหลา  อัญชัญ  พวงชมพู  พวงแสด  พวงเงิน ราตรี  แก้ว  กล้วยไม้หลายตระกูล ทั้งกล้วยไม้ป่าและหวายต่างๆ    แม้เฟื่องฟ้าที่ราคาแสนแพงก็อุตส่าห์ลงทุนซื้อมาตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อ..ความสุขทางใจ

 

แต่ครั้นฤดูกาลผันเวียนผ่าน..

ผ่านร้อน  ผ่านฝน..วนสู่หนาว ..วันแล้ววันเล่า  เดือนแล้วเดือนเล่า  ปีแล้วปีเล่า

จากต้นไม้ที่เคยสวยสด ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ..เมื่อแรก

ก็กลับกลายรกรุงรัง..

ท้ายสุดเฟื่องฟ้าต้นสวยก็หักโค่น..เมื่อเจ้าของหลงมัวกับความรกรุงรังของชีวิต

 

รกรุงรังจริงๆ..

ด้วยทุกวันได้กระทำเช่นนี้..แรกเมื่อใจตื่นกายตื่น ก้าวลงจากเตียงมือก็คลำหาสวิทซ์ในความมืดซึ่งหาไม่ยากเพราะคลำทุกวัน  เมื่อไฟสว่างก็เสียบปลั๊กไฟ กดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วก็กดรีโมทโทรทัศน์  ช่องไม่ต้องเลื่อนเพราะตั้งไว้แล้ว ดูช่อง ๓ เป็นหลัก   เพราะข่าวรอบสองถัดจากตีหนึ่ง คือ ตีสี่ที่คุณพิศาลเป็นคนอ่านคู่กับนักข่าวหญิง  หากไม่ทำงานก็ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆก่อน อ่านหลากหลายชีวิตจากบันทึกของเพื่อนๆใน G2K สักพักก็ว่าเรื่องของงาน   เปิดฟังเพลงออนไลน์ด้วยเบาๆ   แถมเสียบปลั๊กกาต้มน้ำ ..สิ่งที่จะขาดเสียมิได้

 

ประมาณตีสี่กว่าๆ หรือตีห้าก็เสริฟตัวเองด้วยอาหารมื้อแรก ..กาแฟถ้วยโตๆ ..ตั้งชื่อให้กิ๊บเก๋ว่า “ถ้วยผู้ร้าย” เพราะ “ถ้วยผู้ดี” จะเป็นถ้วยเล็กๆ สวยๆ ที่พระเอกนางเอกในละครโทรทัศน์มักจิบๆแล้วก็วาง  แต่ของเราไม่ใช่  กะให้อิ่มสำหรับเช้าเลย สัก ๓ ชั่วโมง ค่อยต่อแก้วที่สองช่วงสายๆสิบโมงครึ่ง  อาจมีขนมชิ้นเล็กๆหลายๆชิ้น หรือชิ้น big สักชิ้น กะให้อิ่มจนถึงเที่ยง มื้อเที่ยงก็อะไรก็ได้ขอให้อิ่ม ส่วนใหญ่ก็อาหารจานเดียว   โต๊ะอาหารก็หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกหละ (หากไม่มีงานข้างนอก) จานเดียวแบบไม่ต้องล้าง กินแล้วทิ้งเลย  อะไรจะปานนี้เนอะ ..ก็มันเสียเวลานี่ ทำจนกลายเป็นความเคยชิน

 

ยามบ่ายๆ.. อีกแล้วกาแฟชนิดเท่ๆ “ทรีอินวัน” ที่ไม่ต้องยุ่งยาก มีอยู่ในโต๊ะแบบเตรียมพร้อม   ขนมมีก็เอา ไม่มีก็ไม่ต้อง  กะให้อยู่ในท้องจนถึงค่ำ  มื้อค่ำดูจะวิเศษสุดเพราะแวะที่ตลาด เสือกสรรตามใจสั่ง ..บางวันงานต่อเนื่อง ก็อยู่ยาวที่ๆทำงาน สามทุ่มบ้าง สี่ทุ่มบ้างถึงกลับ

 

ยามค่ำเมื่อเข้าบ้าน..หากเล่าก็ซ้ำกับยามเช้า ..ทั้งเปิดทีวี เปิดคอม เปิดเพลง เปิดแอร์  ..ซ้ำจริงๆ แล้วก็นั่งจ่อมจมหน้าคอมพิวเตอร์อีก หลังจากทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ เสร็จ (บางวันก็ไม่ทำเฉยเลย) นั่งจนดึก..จนดื่น  บางวันเพลียมากก็หลับเยอะ  วันไหนหากอยู่ได้ดึกก็อยู่จนค่อนสว่าง   จนกระทั่งเสียงลมออกหูวี๊ดๆ..ว่าไม่ไหวแล้ว     นี่กระมัง ที่เรียก มีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” ทฤษฎีเพียบการปฏิบัติพลาด   ..ยิ่งพิมพ์ก็ยิ่งพบความรกรุงรังของชีวิต..ทั้งรก..ทั้งรุงรังจริงๆ 

..แม้ไม้ยังมีแมง..(ผลเซียนท้อ หรือละมุดจีน)

..วาสนาก็เหี่ยวเฉา  ฤๅเจ้าจะมิมาถึง..

ยังคงเหลือดอกของแก้วมังกรดอกโตให้เจ้าของได้ชื่นใจ

..พวงชมพูกำลังจะห่อบ้าน..

บันทึกภาพเช้าวันนี้..วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

 

 

 

เมื่อความรกรุงรังมาเยือน..ความเรียบร้อยบริสุทธิ์ก็โบยบินจากไกล

 

(๒)

บันทึกวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒  เวลา ๐๖.๐๐ น.

 

เช้านี้ตั้งใจจะเรียกความบริสุทธิ์กลับคืนมา..แทนที่ความรกรุงรัง..ที่ตัวเองเป็นผู้ก่อกระทำ

 

ฉันเปิดหน้าต่างรับอากาศเย็นๆสบายๆ  มองดูดาวประกายพรึกทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน

และดาวดวงน้อยๆอีกหลายร้อยพันดวงที่ส่องแสงประกายวับวาว   ก่อนจะอำลาท้องฟ้ายามใกล้รุ่ง..

เสียงจักจั่นเรไรอันบอบบาง และเสียงนกจิ๊บๆๆๆ.... เข้ามากระทบโสตสัมผัสของฉัน

ใกล้ๆ นี่แหละ ..ข้างๆหน้าต่าง  แต่มองไม่เห็นตัวเขา แม้พยายามเมียงมอง

และเสียง กรุ๊กกรู..กรุ๊กกรู  ที่ดังไกลห่างออกไปในทุ่งนา (ที่กำลังจากกลายเป็นบ้านจัดสรรในไม่ช้านี้)

ต่างร้องทักทายในยามเช้า พร้อมออกหาอาหารตามวิถีชีวิต  ที่ฉันคิดว่าพวกเขาดูมีความสุข

ช่างเป็นเสียงมโหรีที่แสนวิเศษ..อะไรเช่นนี้

 

ฉันได้กลิ่นหอมของดอกชมมะนาด..กลิ่นหอมอ่อน ๆ  ที่ปะทะจมูก โดยไม่ต้องจับเขามาอังจมูก

กลิ่นหอมที่มาพร้อมสายลมยามเช้า  ยามอุษากำลังจะสาง เรืองแสงเป็นสีส้มอ่อนสวยใส

สายลมเย็น..จากธรรมชาติปะทะผิวกาย    แทนความเย็นของแอร์คอร์ดิชั่นที่เปิดอยู่ทุกวี่วัน

ฉันตั้งใจเดินบนหญ้าด้วยเท้าเปล่า..

เพื่อให้ทั้งจักษุ..โสต  กายและใจได้สัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด..นานที่สุด

 

สิ่งที่ฉันกำลังเรียกกลับคืน..มโนสำนึก   

ความบริสุทธิ์เรียบร้อยของชีวิต

ฉันจะพยายาม..แม้ต้องออกแรงมากก็ตาม

ไม่เผลอใจเผลอกาย..ไม่ปรุงแต่งไปตามสิ่งกระทบ ที่ดูเหมือนว่าได้เข้ามาครอบงำชีวิตจิตใจของฉัน

จนแทบไม่เหลือที่ว่างเลย...

..ความงดงามยามกาลก่อน..