จะเป็นความรู้สึกเป็นสุขทันที นั่นคือบุญระยะแรก

 

    บางครั้งก็มีเหตุการณ์ต่างๆ มาพาเราให้ได้ไปทำอะไรต่อมิอะไร โดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน แต่ก็แปลกดี ที่ทำไมต้องเป็นเราด้วยนะ หรือจะเป็นความบังเอิญ แต่ความบังเอิญก็ไม่มีในโลก 

 เช่นวันหนึ่งผู้เขียนได้ไปท่องเที่ยว ในภาคเหนือ ไปค้างที่นั่นหนึ่งคืน เช้าตรู่ตื่นขึ้นมา ก็ทราบว่ามีวัดอยู่ใกล้ๆที่พัก จึงได้ออกไปซื้ออาหาร เพื่อจะได้ไปถวายข้าวพระเช้านั้น

  ไปถึงวัดเช้ามาก อากาศก็เหน็บหนาว มีละอองหมอกโรยตัวเต็มไปทั้งพื้นที่ พอตะวันขึ้น ก็เกิดแสงสีทองผ่านม่านหมอก ดูงดงามเจริญตา หลังจากเก็บภาพกันเรียบร้อย แล้ว ก็ตั้งใจจะไปถวายข้าวพระ

 เมื่อผู้เขียนเดินเข้าไปในโรงครัว ก็พบชายคนหนึ่ง คงจะเป็นคนอยู่อุปฐากพระ เขาเดินเข้ามาบอกผู้เขียนว่า ตำน้ำพริกนะ มีผักจิ้มเป็นสะเดาเขาให้มา ลวกด้วย ว่าแล้วก็ชี้โน่นชี้นี่ นำอุปกรณ์ เครื่องปรุงมาวางให้ ทั้งผักจิ้มอะไรนั่นด้วย แล้วก็จากไป

  ผู้เขียนกับคณะที่ไปกัน ก็ช่วยกันใหญ่ ค้นรื้อข้าวของมาปรุงอาหารกัน ลืมเสียสิ้นว่า เราซื้อข้าวผัดกระเพรามาตั้งหลายกล่อง

 ผู้เขียนตำน้ำพริกกะปิ และลวกสะเดา บางคนก็ปอกมะละกอ ทอดปลา

ไม่นาน เราก็ทำอาหารสำเร็จ จัดลงสำรับเรียบร้อย แล้วคุณคนนั้นก็โผล่เข้ามาอีก มาบอกว่า ไปถวายพระได้แล้ว เราก็พากันไปอย่างว่าง่าย

    ความรู้สึกที่นำของไปนั้น มันปิติ ปลื้มๆใจ และอิ่มเอิบ บอกไม่ถูก มิน่าเขาถึงบอกกันว่า บุญที่ทำด้วยมือของเราเอง จะเป็นความรู้สึกเป็นสุขทันที นั่นคือบุญระยะแรก ยิ่งได้ถวายข้าวพระ ท่านรับบิณฑบาตรจากเรา ก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง เราอยู่ตั้งไกลยังมาได้ทำบุญกับท่าน และท่านก็สงบ สมเป็นเนื้อนาบุญที่สูงค่า

   วันเวลาผ่านไปนานมากแล้ว วันนี้มาย้อนระลึกถึง เพราะเปิดอัลบัมภาพ แล้วพบภาพที่กำลังปรุงอาหารถวายพระ ก็บังเกิดความปิติใจขึ้นมาอีก บุญเป็นเช่นนี้เองหนอ คิดเมื่อไหร่ ก็ดูสว่างวาบขึ้นมาในใจ เสมือนกำลังลงมือประกอบทีเดียว

  กับค่ำวันหยุด วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

จึงบันทึกความจำ มาให้ได้บุญร่วมกันค่ะ

กำลังลวกสะเดา จิ้มน้ำพริกกะปิ