การก่อตัวของมิตรภาพระหว่างครูอิงจันทร์และครูคิมเกิดขึ้นเมื่อไรนั้นจำไม่ได้ เรื่องใดอย่างไรก็จำไม่ได้เลย  เราคุยกันทั้งทางเมล์และโทรศัพท์แทบทุกวัน  ถ้าจะว่างเว้นก็ไม่เกิน ๑ วัน นอกจากเรานัดกันว่าอยากเจอกันและครูคิมมีความสะดวกที่จะเดินทางไปหาครูอิงจันทร์  โดยเจตนาครูอิงจันทร์มีเหตุผลที่ไม่พร้อมในการจะเปิดเผยตัว 

       อุปสรรคเรื่องเวลาและโอกาส  หากเราไม่ตัดสินใจจัดการให้ลงตัวก็คงจะไม่ลงตัวไปเรื่อย ๆ ครูคิมจึงตัดสินใจนัดเป็นวันเสาร์ อาทิตย์และต่อวันราชการอีก ๒ วัน ยื่นใบลากิจจากผู้บริหารโรงเรียนแจ้งเหตุผลว่าจะไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน  ส่วนครูอิงจันทร์ก็ลากิจเช่นกันเพื่อรอต้อนรับครูคิม 

        ขณะเดียวกันคุณเอกได้ติดต่อประสานกับครูคิมเสมอเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือโรงเรียนของครูคิม  เราคุยและแลกเปลี่ยนกันได้ทุกเรื่อง  เมื่อทราบว่าคุณเอกเครียด  จึงชวนคุณเอกไปเยี่ยมครูอิงจันทร์และได้ตอบรับ จากครูอิงจันทร์ด้วยดี   

       ครูอิงจันทร์เตรียมเรื่องที่พัก รถตู้และอาหารรวมทั้งรายการนำเที่ยว เป็นอย่างดี การนัดครั้งนี้ครูอิงจันทร์จะสามารถรู้จักครูคิมและคุณเอกเพระเห็นจากภาพถ่าย  ขระที่รถตู้แล่นผ่านเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปคลองวาฬนั้น  ครูอิงจันทร์ได้โทรเข้ามาว่า "เห็นพวกเราอยู่ในรถตู้ที่แล่นสวนกัน"  เนื่องจากครูอิงจันทร์ไปรับคุณโบกี้มาเป็นเพื่อน

      ครูคิมและคุณเอกไปถึงที่พักก่อน  เพียงไม่นานครูอิงจันทร์ ลูกชาย ๒ คนและคุณโบกี้ติดตามมาด้วย  เรานัดกันมาแล้วว่าจะทานอาหารเช้าด้วยกัน  เพราะครูอิงจันทร์เตรียมไว้เป็นอาหารมื้อพิเศษ  คราวนี้ครูคิมได้ลิ้มรสผักเหลียงแบบสด ๆ ซึ่งคราวแรกทานผักเหลียงผัดไข่ที่หาดใหญ่มาแล้ว  บรรยากาศการท่องเที่ยวได้เล่ามาแล้วในบันทึกที่  ๒๙๔ เป็นต้นมา 

      ความตั้งใจจะพักที่ประจวบคีรีขันธ์เพียง ๒ วัน ทุกคนเก็บสัมภาระลงกระเป๋า  แต่ด้วยการตัดสินใจอย่างรวดเร็วขอคุยกันต่ออีก ๑ วัน คืนนั้นคุณเดียวและคุณแป๋วจากเพชรบุรีไปเยี่ยม มีขนมไปฝาก คุยกันมีรสชาติและอิ่มใจ  สำหรับอาหารทุกมื้อที่ไม่เคยขาดก็คือปูม้านึ่ง เมื่อถึงวันกลับ..เราไม่อยากจะจากกันเลย

       มิตรภาพชาว GotoKnow ที่หลายท่านได้สัมผัส ประทับใจและเล่าขานกันมามากมายหลายบันทึก...สำหรับบันทึกถึงครูอิงจันทร์ฉบับนี้  ขอไม่ทิ้งร่องรอย....ความในใจ  ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่เห็นความสำคัญของคำว่า..มิตรภาพค่ะ