คุณค่าของการบันทึกอยู่ที่ความรู้สึกมีคุณค่าของเจ้าของบันทึก

นานมาแล้ว....เห็นใครต่อใครเขาบันทึกกันในที่แห่งนี้ Gotoknow  พอลล่านึกสนุกอยากมีบันทึกเป็นของตัวเองบ้าง หัดพิมพ์ หัดบันทึก หัดอ่าน หัดเข้าใจ แอบเห็นบันทึกอาจารย์ขจิตมีคนมาอ่านและมาแสดงความคิดเห็นเยอะมากๆ เลยลองโทรมาถามอาจารย์... ครั้งแรกที่คุยกันอาจารย์บอกว่ามีอะไรให้ช่วยครับ ซึ่งพอลล่าไม่รู้จะให้อาจารย์ช่วยอะไรเหมือนกันค่ะ แค่อยากรู้จักอาจารย์ เพราะเห็นอาจารย์ดูจะเป็นที่รู้จักของทุกคนค่ะ

ตอนนั้นพอลล่าไม่รู้จักใครเลย การบันทึกก็แบบลองผิดลองถูกมาตลอด เริ่มจากลองนำทฤษฎีความรู้ด้านคุณภาพมาบันทึกบ้าง บทความจากเมล์บ้าง..แต่ ก็ยังไม่ใช่ตัวเอง ไม่มีคนมาอ่านเท่าไหร่ เพราะท่านผอ.สถาบันฯท่านบันทึกความรู้ด้านคุณภาพที่ขั้นเทพอยู่แล้ว ต่อมาพอลล่าได้เรียนรู้มากขึ้น ให้เวลาและศึกษาบล๊อกพอสมควร อ่านบันทึกเพื่อนๆมากขึ้น ไปทักทายเพื่อนๆมากขึ้น  ใส่ความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นลงในบันทึก บันทึกของพอลล่าจะบอกความรู้สึกอารมณ์ช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี สุข ทุกข์ เหนื่อย เครียด ก็จะบอกเล่าผ่านบันทึกค่ะ

 

จนมาวันนี้ พอลล่ามีสองบันทึกที่เปิดใช้งานอยู่คือเรื่องเล่าของพอลล่าที่เล่าเรื่องทั่วๆไปและเรื่องงานของสถาบันฯ ในโครงการพัฒนาคุณภาพด้วยรัก ที่หลายท่านอาจจะได้ผ่านตาไปบ้างแล้ว ไม่นานเท่าไหร่(แต่ก็เป็นปีๆนะคะ) พอลล่าก็มีบันทึกเป็นของตัวเองนับร้อยบันทึก  มีสาระและไม่มีสาระบ้างตามอารมณ์ เพราะที่นี่เราคิดว่าปลอดภัย สามารถแสดงตัวตน ความเป็นพอลล่าออกมาให้มากที่สุด

พอลล่าคิดว่า คุณค่าของการบันทึกอยู่ที่ความรู้สึกมีคุณค่าของเจ้าของบันทึกค่ะ ทุกครั้งที่บันทึกพอลล่าจะใส่ความรู้สึก อยากแบ่งปัน อยากบอก อยากให้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ  สำหรับการตอบกลับขึ้นอยู่กับการแปรสาร ความคิด ต้นทุนต่างๆสิ่งแวดล้อมและอีกหลายๆอย่างของผู้อ่านค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราบังคับไม่ได้เลย และต้องยอมรับว่าไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครรักเราร้อยเปอร์เซ็นต์ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ บางคนรู้สึกดี บางคนเฉยๆ ซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ค่ะ ยิ่งเราเปิดเผยต่อสาธารณชน ความคิดความรู้สึกของผู้คนยิ่งหลากหลาย ชอบไม่ชอบนานาจิตตังค่ะ เราได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็นไปของคนหมู่มาก รู้จักโลกเสมือน รู้จักชุมชนในอีกความหมายหนึ่ง มากกว่าที่เคยเล่าเรียนมา ที่สำคัญเรียนรู้และเข้าใจตัวเอง เข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และสิ่งที่เป็นรางวัลชีวิตคือการได้รู้จักพี่ๆ น้องๆ ทั้งที่มีชื่อกลุ่มและไม่มีชื่อกลุ่ม เช่นชื่อว่ากลุ่มหน้าตาดี กลุ่มแซ่เฮ กลุ่มหน้าตาเฉย ฯลฯ แต่พอลล่าว่าทุกคนคือกัลยาณมิตร การมีนามสกุลต่อท้ายไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกความเป็นเพื่อนของพอลล่าแต่อย่างใด มีโอกาสได้รู้จักท่านผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านจากที่นี่ สัมผัสได้ถึงความรัก ความดีของทุกคน ซึ่งท่านเหล่านั้นอาจจะไม่คิดอย่างพอลล่า แต่พอลล่าคิดว่า ทุกคนรัก เอ็นดูและเอื้ออาทรต่อพอลล่าค่ะ

วันนี้ พอลล่ามีบล็อก SHA อีกบล๊อกหนึ่งเพิ่มขึ้น ต้องขอขอบคุณโกทูโน และสสส. ที่เปิดพื้นที่สำหรับการสื่อสารในเครือข่ายของการพัฒนาคุณภาพรพ. ที่เราเรียกว่า SHA ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรพ.ในโครงการฯ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวดีๆ เรื่องราวการทำงานเพื่อคนไข้ เพื่อเปิดมุมมองของคนภายนอกต่อการทำงานของคนในรพ. พอลล่าอยากให้รพ.ได้เขียนเล่าออกมา เพื่อเขาจะได้เห็นคุณค่าของตนเองจากการทบทวนความรู้สึกของเขาต่อเรื่องนั้น หากบันทึกนั้นได้รับการตอบกลับที่ดีจากผู้อ่านย่อมเกิดความรู้สึกดีๆเกิดแรงจูงใจต่อผู้บันทึกมากขึ้นเหมือนพอลล่าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นพอลล่าคิดว่าที่นี่มีแต่กัลยาณมิตร ที่จะช่วยสะท้อนและช่วยให้กำลังใจพวกเขาในการทำงานให้มากขึ้นค่ะ สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นการช่วยเพิ่มพูนคุณภาพของการดูแลรักษาอาจจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ ซึ่งท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้กล่าวว่า วงการสาธารณสุขเป็นระบบที่เข้มแข็งมากที่สุดในขณะนี้ เพราะไม่มีการแยกส่วน มีความเป็นองค์รวมให้การดูแลตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ขอให้พวกเราจงช่วยกันรักษามาตรฐานวิชาชีพของเราเพื่อประชาชนผู้รับบริการของเราสืบไปค่ะ

 และนี่...คือจิตวิญญาณของการบันทึกของพอลล่าค่ะ

 

 

ยืมท่านผอ.ประจักษ์มาค่ะ