เยียวยา รักษาใจ
หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 355 เดือนพฤศจิกายน 2551
เยียวยา รักษาใจ
ผมใช้ชีวิตเกือบ ๒๐ ปีรักษาผู้ป่วยต่างๆ พบว่าคนที่เจ็บป่วยทางใจสาเหตุหลักๆ ก็คือตัวความคิดของผู้ป่วยนั่นแหละเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการที่กล่าวถึง
ฉะนั้นจะบรรเทาหรือรักษาก็ต้องแก้ที่ความคิด เพราะความคิดของผู้ป่วย ซึ่งถ้าคิดถูกหรือเห็นถูกจะไม่มีปัญหาตามมาแต่อย่างไร
เมื่อผู้ป่วยเห็นไม่ถูกต้องก็เป็นหน้าที่ของหมอหรือใครก็ได้ที่พอมีความเข้าใจ ช่วยแนะนำว่าความเห็นหรือความคิดนั้นไม่ถูกต้อง และแนะนำวิธีการหรือชี้ให้เห็นแนวทางที่ถูกต้องที่เรียกว่า “สัมมาทิฐิ” เพื่อจะได้รักษาโรคทางใจนั้นๆ ซึ่งวิธีดังกล่าวหากจะเรียกว่ายาจะได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทา ยาฉีด แต่ก็พออนุมานได้ว่าเป็น “ยาใจ”
จรวยเงิน
งุนงง หนักหนาเงินตราเจ้าเอย ไม่เคยเว้นเลยทุกวี่วัน
เงินตรานี่หรือคือกระดาษ ผู้สร้างขึ้นมาสิอนาถ
หลงใหลเป็นทาส อำนาจเงิน
บางคนมีฐานะดีแต่อยากจะประกอบอาชีพง่ายๆ ได้เงินมากๆ แทนที่จะได้ดังที่หวังไว้ แต่กลับได้ในสิ่งที่ไม่ต้องการ เรื่องราวของคุณจรวยเงินเป็นอย่างไรนั้น ลองติดตามดู
บ่ายวันเสาร์ ผมนั่งตรวจอยู่ที่คลินิก คุณจรวยเงินซี่งมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง มาพบด้วยอาการปวดศีรษะ เธอได้เล่าให้ผมฟังว่าช่วงนี้ปวดศีรษะบ่อย กินยาแก้ปวดเป็นประจำ กลัวว่าความดันจะขึ้นสูง จึงมาให้ผมตรวจ
จากการวัดความดันพบว่าความดันสูงขึ้นเล็กน้อย คุณจรวยเงินยืนยันว่ากินยาลดความดันสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายระบบอื่นๆ พบว่าปกติ ผมจึงได้นั่งพูดคุยกับคุณจรวยเงิน จึงทราบสาเหตุของอาการปวดศีรษะว่าเกิดจากอาชีพที่เธอทำอยู่ คืออาชีพการปล่อยเงินกู้
เธอเล่าให้ฟังต่อว่าลูกหนี้หนีหน้า ไม่ยอมมาพบ ไม่ชำระเงิน ปิดโทรศัพท์ และมีลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งเป็นญาติของเธอเอง มาขอกู้เงินเกือบ ๒ แสนบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เธอก็ใจดีให้ยืมเงินไปและก็ยังแปลกใจว่าทำไมถึงให้ยืมเงินโดยไม่มีอะไรค้ำประกัน ซึ่งขณะนี้ญาติคนดังกล่าวของเธอ ได้ผ่อนชำระเงินคืนมาเพียง ๑๒,๐๐๐ บาท และก็เงียบหายไป
เมื่อผมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงรับอาสาเคลียหนี้ให้ แต่ไม่ใช่หนี้เงินตรา นะครับ เพราะผมรับอาสาเคลียหนี้ทางใจ หรือหนี้กรรม จึงให้คำปรึกษาดังนี้
การที่ลูกหนี้ปิดโทรศัพท์หนีหน้า ไม่ยอมให้พบ เพราะเขาไม่มีเงินที่จะชำระ หากเขาเปิดโทรศัพท์หรือมาพบคุณ เขาจะต้องถูกว่าหรือถูกด่าว่าผิดสัญญา ไม่รักษาสัญญาที่จะนำเงินที่ยืมมาชำระคืน เขาก็ไม่รู้จะถูกว่าถูกด่าไปทำไม
กรณีที่มีญาติมายืมเงิน ๒ แสนบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คงมีเหตุอะไรสักอย่าง คุณลองนึกทบทวนดู ด้วยความเป็นญาติ เคยทำงานหรือมีบุญคุณต่อกัน ก็อาจเป็นเหตุสักอย่างที่ดลใจคุณให้ใจอ่อนให้ญาติยืมเงินมากขนาดนั้น โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งๆ ที่คนที่มีอาชีพให้เงินกู้มักจะต้องยึดหลักทรัพย์บางอย่างไว้เป็นประกัน แต่ก็นั่นแหละคุณเองก็ได้ให้เขายืมไปแล้ว และได้คืนมาบางส่วน และก็ไม่แน่ใจว่าจะได้คืนมาอีกเท่าไหร่จะได้หรือไม่ได้ ก็ไม่แน่ มันเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หากจะคิดให้ดีก็ดูเหมือนอาจจะมีความหวังอยู่ แต่หากคิดในแง่ไม่ดี ถ้ายอมรับได้ ก็ได้คืนแค่นี้แหละ เพราะถ้าคิดว่าการทำธุรกิจต้องมีกำไรและขาดทุน รายอื่นคุณกำไรจากดอกเบี้ย แต่รายนี้คุณขาดทุนเงินต้นไปก็ต้องยอมรับ เพราะแม้แต่สถาบันการเงินก็ยังมีขาดทุนหรือมีหนี้สูญ มันเป็นปกติของการทำธุรกิจ ซึ่งมีผลทั้งกำไรและขาดทุน อาชีพการปล่อยเงินให้กู้เป็นอาชีพที่มีกำไรมาก มีความเสี่ยงมาก เมื่อคุณพร้อมที่จะได้มากคุณก็พร้อมที่จะเสียมากเช่นกัน (กล้าได้กล้าเสีย)
หากคุณอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คุณวาดความหวังไว้ เช่น ลูกหนี้ต้องเปิดโทรศัพท์ มาพบเพื่อชำระหนี้ หรือให้ญาตินำหลักทรัพย์มาทำสัญญา และชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ มันจะเป็นไปได้ไหม ถ้าไม่ได้คุณก็คงจะคิดมาก กลุ้ม นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ โรคความดันโลหิตสูงที่คุณเป็นอยู่ก็คงจะแย่ตามไปด้วย สุดท้ายคุณอาจจะได้โรคหลอดเลือดในสมองแตก จากความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้คุณป่วยหนัก เป็นอัมพาต เผลอๆ อาจจะตายได้ ยังไม่นับว่าจะต้องเสียเงินจำนวนมาก เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดในสมองแตก ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงอีกต่างหาก ในทางตรงข้ามหากคุณเลิกเสี่ยง นำเงินไปทำธุรกิจอื่น เช่นฝากธนาคารกินดอกแต่น้อย และก็เสี่ยงน้อยเช่นกัน คุณควรจะทำอย่างไรต่อไปโดยมีทางเลือก ๓ ทาง คือ
๑. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า จะต้องได้รับการใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย คืนทั้งหมด แต่จะได้ความเครียด ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมองแตกตามมา
๒. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยไม่คาดหวังว่าจะต้องได้รับการใช้หนี้คืนเท่าไหร่ ยอมรับเรื่องกำไร ขาดทุน หนี้สูญ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ยอมรับได้ทุกกรณี
๓. หยุดปล่อยเงินกู้ แล้วเปลี่ยนอาชีพ นำเงินฝากธนาคาร แม้ว่าจะได้ผลตอบแทนน้อย แต่ไม่เสี่ยง เพื่อสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี
ผมได้ชี้ทางเลือกให้คุณจรวยเงินดังนี้ แล้วคุณจรวยทองจะเลือกทางไหน
ได้ข้อคิดดีมากครับ ขอบคุณมากครับ