กิเลสสองอย่าง สวรรค์ส่งมาให้ปกครอง
สวัสดีครับ
วันนี้ขอเสนอสาระจากหนังเกาหลีเป็นสาระที่มีการกล่าวในบทภาพยนต์เรื่องนี้ อ่านแล้วชอบจึงอยากขอนำมาแลกเปลี่ยนกันดังนี้ครับ
คำกล่าวนี้เป็นตอนที่พระเจ้าจองโจกล่าวกับชองยายง
ชองยายง "หม่อมฉันขอบังอาจทูล ทุกวันนี้บ้านเมืองเรา แทบไม่มีกฎหมายข้อไหนที่เหมาะสมอย่างแท้จริงพะยะค่ะ"
พระเจ้าจองโจ "ในความคิดของเจ้าคือ ขุนนางโชซอนไร้ประสิทธิภาพ เพราะแสวงหาลาภยศมากกว่างั้นหรือ"
ชองยายง "ถูกแล้วพะยะค่ะ โบราณว่ามนุษย์เกิดมา จะมีกิเลสสองอย่าง คือแสวงหาความรู้และแสวงหาลาภยศ เราต้องยอมรับว่า นี่คือ กิเลสโดยพื้นฐาน"
พระเจ้าจองโจ "แต่ เม่งจื๊อ เคยบอกว่า มีวิธียับยั้งกิเลสเหล่านี้ไง"
ชองยายง "ไม่พะยะค่ะ ท่านเม่งจื๊อ ไม่ได้ชี้แนะวิธีที่ชัดเจน"
พระเจ้าจองโจ "ไม่จริง ข้าว่าเจ้ามองโลกในแง่ร้าย เจ้ามาดูสิ บทนี้เขียนไว้ว่า กิเลสทั้งปวง เกิดจากสิ่งยั่วยุและขาดความยับยั้งชั่งใจ"
ชองยายง "แต่ว่า ความหมายของท่านเม่งจื๊อไม่ใช่แบบนี้พะยะค่ะ ความหมายอย่างชัดเจน คนดี คือ คิดดีทำดี ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุทั้งปวง เหล่านี้ ล้วนเป็นความหมายให้คนใฝ่หาความดีพะยะค่ะ แหะ"
สรุป : คิดดี ทำดี เป็นมงคลแห่งชีวิต คนดีใช้สติ ปัญญา มีความยับยั้งชั่งใจ สามารถเอาชนะกิเลส

ตามมาเรียนรู้ เรื่องราวดีดี ที่ อ.ต้อม ถอดบทเรียนมาฝากครับ "สติ มา ปัญญา เกิด"
มารับข้อคิดดีๆครับ ขอบคุณมากครับ
มาชมหนังเกาหลีด้วยคนค่ะ
กำลังติดตามอยู่พอดี
เรียน ทุกท่าน
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม หวังว่าคงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันนะครับ
<h1>เพิ่งได้ตระหนัก ในตอนเหล่านี้เมื่อได้มีโอกาสอ่านบทความของท่าน และ บทสรุป ที่ท่านได้ให้ไว้ เข้าตำรา ที่ผู้บริหารทั้งหลายควรนำเยี่ยงอย่างที่ท่านกล่าวมา บทสรุป นำไปใช้</h1>
<h1>ขอบคุณที่ให้สติ คะ</h1>
<h1>และยังติดตามดูหนังเกาหลีเรื่องนี้มาตลอด เช่นกัน แต่ไม่ได้ วิเคราะห์ตาม เพราะมัวแต่สงสารนางเอก ที่แม่พระเอกไม่ให้เข้าเฝ้าซักที</h1>
สวัสดีค่ะ
* ตามมาดูลีซาน อาจารย์เก็บถ้อยคำได้เต็มหูเต็มใจดีจังค่ะ
* น่าจะเปิดรอบผู้นำและนักการเมืองไทยบ้างนะคะ เห็นมีแต่รอบสื่อมวลชน อิอิ
* สุขกายสุขใจนะคะ
เรียน คุณ สุฯ คุณพรรณา และ คุณครูวรางค์กรณ์
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม
เนื้อหาบทสนทนานี้ ผมอ่านมาจากเรื่องย่อที่ลงใน Internet จาก Read Lakorn ครับ ส่วนสรุปอื่นๆแนวคิดมาจากความรู้สึกระหว่างดูและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์กับภรรยา เมื่อนั่งดูด้วยกัน ครับ
ฮ่าๆๆ ข้อน้อยขอคาราวะ ชอบๆ เอ้อ นำไปใช้กันได้นะ จ้าวววววนาย
เรียน คุณSila และคุณสุรีรัตน์
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม การเรียนรู้ การมีสติ คิด ใช้สมองแบบหนักและเบา ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยไม่ให้เป็นโรคความจำเสื่อม ครับ
สวัสดีค่ะ ท่านผศ. เพชรากร หาญพานิชย์
เรียน คุณครูลี่
ส่วนผมชอบดู เพราะได้ดูกริยา ท่าทางการแสดงของตัวละคร ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม หนังเรื่องนี้ใกล้จบแล้ว หวังว่าหนังเกาหลีเรื่องต่อไปคงจะดีแบบนี้ และละครไทย คงพัฒนาแบบนี้บ้าง ครับ
สวัสดีค่ะ อ.ต้อม
ชอบดูลีซานเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้นำมาสรุปประเด็นได้ชัดเจนอย่างที่ อ.ต้อมทำ ดีมากๆ เลยค่ะ ทำให้เราได้คิดและนำไปใช้ค่ะ และทำให้สามารถนำไปถ่ายทอดต่อได้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
เรียน อ.แป๋ว
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม ครับ
เป็นคนชอบดูเรื่องนี้มาก นอกจากได้ข้อคิด แล้วได้สังเกตเทคนิค ความละเอียดในฉากและอารมณ์ของตัวละคร
ตัวละครทุกตัว ทุกครั้งที่ลงมาจากตำหนัก หรือบ้าน เมื่อออกจากประตูหรือเดินลงบันไดมา จะหยุดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหน้าไปมองที่ที่เดินจากมา...เพื่อครุ่นคิดหรือทบทวนคำพูดที่รับฟังมา...ไม่เชื่อสังเกตดู
สวัสดีค่ะ
.ดิฉันชอบเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะคำสนทนาตอบโต้ และได้แนวคิดไปปฏิบัติ แต่หนังเกาหลีมักจะจบอย่างสะเทือนใจ เช่น นางเอก พระสนม เป็นคนดีแต่ทั้งลุกและตนเอง ต้องเสียชีวิต ถึงแม้ว่าเป็นสัจธรรมที่มันมีอยู่จริงก็เถอะ
.ขอบคุณนะคะที่นำมาให้อ่านอีกครั้งกับบทสรุปดีๆ
มีบทดีดี ที่เป็นข้อคิดสะกิดใจได้ แต่คนบางคนในบ้านเมืองจะรู้สึดสะกิดใจมั้ยนะ
เรียน ทุกท่าน
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม หนังใกล้จะจบแล้ว ประเทศเกาหลีให้ความสำคัญการธุระกิจหนังแบบนี้ เมืองไทยคงต้องรอต่อไป เพราะเรายังสนใจอย่างอื่นๆ หนังเรื่องนี้นอกจากได้สาระแล้ว มุมกล้อง ธรรมชาติสวย ไม่ได้ไปเที่ยวเกาหลี แต่ได้ชมภาพ ก็เป็นสุขได้ ครับ