คุยกันไว้นานว่าเราอยากไปเที่ยวเหมืองปิล๊อก ที่รายการท่องเที่ยวนำมาเสนอ...และแล้วก๊วนเพื่อนสนิทก็ชวนกันออกรอบ

และแล้วแผนการท่องเที่ยวของป้าก็สำเร็จลงด้วยดี...อิอิ มีรูปมาฝากกัน

ป้ามีแผนการท่องเที่ยวบ้านเล็กในป่าใหญ่กับเพื่อนๆ ระหว่างวันที่ 4-8 กค. 52 นี้ เย้เย้ ออกรอบกันอีกแล้ว  มีรายละเอียดการท่องเที่ยววันที่ 2-3 มาฝากกัน

คืนวันที่ 4 ก.ค. 2552 เรานอนกันที่แพกิ่งไผ่อิงธาร ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยคจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ(โทร. 089-004-7971) ที่ที่พักมีอาหารเช้าให้ท้องอิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันจร๊า

 

แล้วการเดินทางของวันที่ 5 ก.ค. 2552 ก็เริ่มขึ้น

เพื่อให้ทันมื้อเที่ยงที่เหมืองสมศักดิ์  เราควรออกเดินทางก่อน 9.00 น.มุ่งหน้าสู่อำเภอทองผาภูมิ  ซึ่งห่างออกไปประมาณ 70 กิโล กว่าๆเลี้ยวซ้ายไปปิล๊อกกัน หากมีเวลาพอจะได้แวะเที่ยวตลาด ดูความเป็นอยู่ของผู้คนด้วย (คนท้องถิ่นแนะนำ)

 

เราจะผ่านปากทางเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ไปยึดป้ายอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิเป็นหลักไว้   พอผ่านกิโลเมตรที่ 30 เท่านั้นทางจะเริ่มขึ้นเขาแล้ว...วันนี้ไม่อยากให้ฝนตกเลย  ขึ้นเขาได้สักหน่อยจะพบกับชุมชนปิล๊อก  เราต้องหาทางไปสถานีตำรวจไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แล้วมากันตั้งหลายคน แค่นี้...คงหาไม่ยากหรอก

 

คุณชาลี  (081-325-9471) จากเหมืองสมศักดิ์ หรือบ้านเล็กในป่าใหญ่ของป้าเกล็น.. นัดเราไว้ที่สถานีตำรวจบอกว่า เราควรจะถึงก่อนเที่ยงเผื่อเวลาอีกสักเล็กน้อยสำหรับการเดินทางไปตัวเหมืองเก่า...หรือที่พักของเราเพื่อพาคณะเราไปกินอาหารกลางวัน...คราวนี้แหละจะได้ป้าเกล็นนิสตัวจริงเสียงจริงงานนี้เราต้องเปลี่ยนไปนั่งรถที่ทางบ้านพักนำมารับ...คาดว่าอาจจะเป็นสองแถว

 

หลังอาหารเที่ยงคุณชาลีจะพาเราไปเที่ยวน้ำตก และรอบๆ ที่พัก  และกลับมาปาร์ตี้BBQ มื้อเย็นที่บ้านพัก....หวังว่าทุกคนคงเต็มอิ่มกับบรรยากาศที่แปลกใหม่และความอบอุ่นในการต้อนรับของเจ้าบ้าน ป้าตุ่นไม่ได้เชียร์นะแต่จาการปรึกษาข้อมูลการเดินทางทางโทรศัพท์แล้วรู้สึกว่านอกจากการคงอยู่ของธุรกิจแล้วที่นี่ยังมีน้ำใจเจืออยู่ในลมหายใจ...นับว่าเป็นความสุขของคนเดินทาง

 

เช้าวันที่ 6 ก.ค. 2552 กินอาหารเช้าแล้วคุณชาลีจะจัดอาหารกล่องสำหรับการไปปิกนิกในมื้อเที่ยงที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิก่อนถึงเวลากินมื้อใหม่นั้น จะพาเราไปจุดชมวิวเหนือเทือกเขาตะนาวศรี (สมใจN’อ้อม)ช่องเขาขาดที่สามารถเดินไปฝั่งพม่าได้ เหมืองปิล๊อก  น้ำตกจ๊อกกะดิ่งและกินข้าวเที่ยงหลังจากอิ่มหมีพีมัน ได้รูปสวยสมใจชาวคณะแล้ว ....รถจะนำเรามาส่งที่สถานีตำรวจปิล๊อก คงถึงเวลาต้องร่ำลากันแล้วเพื่อคณะเราจะได้เดินทางต่อไปที่สังขละบุรี

สำหรับเหมืองสมศักดิ์ หรือเหมืองป้าเกล็น หรือเหมืองป้าแหม่ม หรือบ้านเล็กในป่าใหญ่ หลายๆคน รู้จักเพราะป้าแหม่มเป็นคนดังในรายการท่องเที่ยว คณะเราเองก็เป็นเช่นนั้น ที่นี่รับลูกค้าเป็นแบบแพคเก็จเท่านั้น เราไป 10 คน คนละ 1400 บาท (อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ+อาหารว่าง+ที่พัก+รถรับส่งจากปิล๊อก) ประทับใจในการบริการม๊ากมาย แม้ว่าโปรแกรมการท่องเที่ยวจะไม่เป็นไปตามแผน...ด้วยฝนทตกปรอยและกระหน่ำลงมา

 

ย้อนกลับทางเดิมผ่านเขื่อนวชิราลงกรณ์  จะไปสืบข่าวมาว่างใดน่าสนใจถ้าน่าสนใจก็แวะสักนิดหนึ่ง

 

ระหว่างทางหมายเลข 323 แวะพักผ่อนอริยาบถ แถมชักรูปงามๆ ที่วัดเกริงกระเวีย หรือจุดชมวิวป้อมปี่แล้วมุ่งตรงเข้าสังขละ

 

คืนนี้ที่สังขละบุรีเราจะนอนที่แพซองกาเรีย (034-595396, 08-1294-9308)

ที่แพจะเป็นห้องนอนแบบปูที่นอนปิกนิก  นอนได้ 10-15 คน มีชานให้นั่งเล่น มีห้องน้ำ 1 ห้องน้ำ และห้องครัว  ของกินสั่งทางร้านให้เตรียมให้ แพจะถูกลากไปกลางแม่น้ำตามความต้องการของเราเมื่ออยากลับมานอนใกล้ฝั่ง...ก็โทรให้เค้ามาลากเรากลับ...อีกบรรยากาศดุจะครบทุกรสชาติเลยนะ

 

ย้ายกระเป๋าลงแพแล้ว  ก็โอ้ลัลล้า...ตามอัธยาศัย

อ้อมกับแอ้นัดกันไปโตนน้ำ...คาดว่าเสียงน้ำแตกกระจาย จะดังต๊าม

คนที่เหลือเตรียมทำกิจกรรมไว้นะ  เช่นหนังสือดีๆ เล่มเหมาะมือ  MP3 ชุดใหม่แก้วช๊อตสำหรับมือใหม่....(ขี้เกียจปวดฉี่บ่อยๆ)

 และถ้าคืนนี้ถ้าฝนไม่ตกเราจะนอนนับดาวกันตรียมตัวไปนับดาวกันเถอะ

 

 แล้วจะเอาเรื่องราวดีๆ จากการท่องเที่ยว และหมู่มิตร มาฝากกันนะคะ

สรุปว่า 5 วัน 4 คืน เรามีแผนการท่องเที่ยวตามโปรแกรม "ฝนเย็นฉ่ำใจ ละไมละไมไปกาญจน์กัน" นี้

วันแรก เดินทาง ปราสาทเมืองสิงห์ ขึ้นรถไฟเก็บบรรยากาศทางรถไฟสายมรณะ พักที่แพกิ่งไผ่อิงธาร ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค

วันที่สอง หลังอาหารเช้า ล่องเรือหางยาวชมแม่น้ำแควใหญ่และน้ำตก เดินทางไปทองผาภูมิ ปิล๊อก และพบกับผู้จัดการที่เหมืองสมศักดิ์จัดมาดูแล

วันที่สาม พักผ่อนสบายๆ หลังอาหารเช้าเรียบร้อย เดินทางไปสังขละ ระหว่างทางตั้งใจจะแวะเขื่อนวชิราลงกรณ์ และจุดชมวิวป้อมปี่ น่าเสียดายที่ฝนตก บอกแล้วทริปละไม ฝนเย็นฉ่ำใจ นอนแพใต้สะพานซองกาเรีย

วันที่สี่ กินกาแฟข้าวต้มที่แพเสร็จ ล่องเรือไปชมโบสถ์กลางน้ำ กลับขึ้นฝั่ง ไปชมบรรยากาศที่ตลาดสังขละกัน เก็บภาพที่สะพานมอญ เสียดายฝนตกจึงไม่ได้แวะหมู่บ้านมอญวังกะ (จริงๆ อยู่ในโปรแกรม) ไปไหว้พระและพระพุทธคยาที่วัดหลวงพ่ออุตตมะ เดินทางกลับมาที่ตัวเมืองกาญจน์ พักที่สวนประสบสุขรีสอร์ท ไปชมบรรยากาศสะพานข้ามแม่น้ำแควกัน และคืนนี้ไปหาท่องไนท์บาซ่าร์กัน หาข้าวกินในเมือง

วันที่ห้า กลับบ้านแล้วจ้า ก่อนกลับไปตลาดพลอย ชมสตูดิโอพร้อมมิตร ที่ใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวร แวะซื้อทองม้วนของขึ้นชื่อ และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เย้เย้