เดิมที ผมมีแผนว่าวันอาทิตย์จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นนักศึกษานั่งเรียนวิชาภาษาอังกฤษแล้วครับ แต่สุดท้ายเมื่อวาน อิลฮามทวงสิทธิของเขาครับ โดยตั้งประเด็นว่า อาบีย์ไม่ได้พาเขาไปว่ายน้ำนานแล้ว ก็เลยรับปากไปเมื่อวานว่าจะพาไปว่ายน้ำตอนเย็น หลังอาบีย์เสร็จงาน ปรากฏเมื่อวานสอนเสร็จห้าโมงกว่า กลับมาก็พาไปว่ายน้ำไม่ทันแล้วครับ ซึ่งแน่นอน อิลฮามงอนตุ๊บบ่องๆ อยู่ที่บ้านครับ พอมีโอกาสได้คุยจริงๆ ก็พบว่า คำว่า "ว่ายน้ำ" ไม่ได้หมายถึงไปว่ายน้ำทะเลครับ แต่หมายถึง ให้พาไปนอนพักที่รีสอร์ท ที่มีสระน้ำด้วย ก็เลยต้องมีการเจรจาตกลงกันใหม่ครับ แหม่ ลูกผมติดใจกับสระน้ำและห้องพักของรีสอร์ทเสียจริงๆ สรุปว่า วันนี้ผมจะพาไปว่ายน้ำทะเลแล้วกัน เมื่อได้ข้อสรุป (เมื่อวาน) ด้วยความดีใจเตาฟิกจึงโทรไปหาโต๊ะ (ย่า) บอกว่า โต๊ะ พรุ่งนี้อาบีย์จะพาไปทะเล โต๊ะก็ถามกลับมาว่า ทะเลที่ไหน เตาฟิกก็ตอบว่า ทะเลบ้านโต๊ะ แหม่ โต๊ก็เลยดีใจใหญ่นึกว่า หลานๆ จะไปเที่ยวที่บ้าน เลยต้องโทรไปชี้แจงใหม่ว่า ไม่ได้กลับสตูลครับ แค่จะพาไปทะเลที่ยะหริ่งเท่านั้นเอง แต่ต้องเข้าใจครับว่า นิยามว่า ทะเลของเตาฟิก ก็ต้องทะเลที่สตูลบ้านย่าเท่านั้น ที่อื่นเตาฟิกเรียกว่า ทะเลปลอม ฮิฮิฮิ

(ทะเลปลอมของเตาฟิก)

ขาไปทะเลตาโล๊ะกาโปร์ แวะไปที่บ้านพี่สาวครับ ตั้งใจว่าจะไปชวนพี่ๆ ของลูกไปเที่ยวทะเลด้วยกัน ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลยไปเรียนตาดีกากันหมด เหลือไว้ก็แต่ป้าของลูกๆ ที่เฝ้าบ้านคนเดียว รอบนี้ตกใจเล็กน้อยว่าทำไม คนอยู่ในบ้านแต่บ้านล็อกกุญแจเสียแน่นหนา คุยไปคุยมาเลยได้คำตอบครับว่า เมื่อวาน มีการยิงกันตายไม่ไกลจากบ้านมากนัก (50 เมตร โดยประมาณ เรื่องมันเศร้าสลดกว่านี้ก็ตรงที่การช่วยเหลือนี่แหละครับ ฮือ เอาไว้เล่าโอกาสหน้าแล้วกัน) ลูกๆ เล่นสนุกสนานอยู่บ้านป้าสักพักหนึ่ง ก็เดินทางต่อครับ

สุดท้ายถึงทะเล ก็ไม่มีใครลงเล่นน้ำทะเลเลยครับ ก็แน่นอนครับ อิลฮามไม่ได้อยากว่ายน้ำทะเล แต่อิลฮามต้องการว่ายน้ำในสระที่อยู่ใกล้ทะเล ฮือ เก้อเลยอาบีย์อย่างผม เวลาส่วนใหญ่หมดไปกลับการเลือกซื้อของเล่นมือสองที่นำมาขายริมชายหาดครับ อุมมีย์เขาปลื้มมาก เนื่องจากของเล่นยังอยู่ในสภาพดีมาก ฮือ ถ้าเป็นของใหม่ สิ่งที่ซื้อรวมกันวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันบาทครับ แต่ที่จ่ายไปเพียงร้อยยี่สิบบาทครับ ไปเลือกซื้อกันสามคนแม่ลูกครับ ทิ้งผมกับฟัจญรีนไว้ใต้ร่มไม้ ฮือ

วันนี้ชายหาดไม่ค่อยจะมีคนเลยครับ อาจจะเป็นเพราะใกล้เที่ยงหรืองัยไม่ทราบ แต่ก็จะเห็นว่า คนขายของเริ่มมาจับจองพื้นที่เพื่อว่างสินค้ากันเยอะทีเดียวครับ

กลับมาถึงบ้านบ่ายสามโมงครับ เพื่อนซี้โทรมาถามว่า จะเข้ายะลาหรือเปล่า ตอบไปว่า เข้าครับ เพราะมีนัดแล้ว เพื่อนเลยบอกว่า งั้นช่วยเอาโสร่งกับเสื้อมาให้อย่างละชุดด้วย ถามว่าทำไม เลยทราบว่า พ่อเพื่อนเกิดไม่สบายต้องเข้าห้องไอซียู จึงตั้งใจว่าจะไปงานเลี้ยงที่นัดไว้ก่อนแล้วจะแวะไปเยี่ยมครับ

งานแรกที่เข้ายะลา คือไปงานเลี้ยงอากีเกาะห์หลานของ ผศ.สุพร แหละหลีหมีน ท่านนี้คือผู้ใหญ่ที่ผมเคารพครับ เป็นความประทับใจหนึ่งของชีวิตการทำงานที่ได้ทำงานร่วมกัน ไม่นึกว่าจะสนิทกับคนต่างวัยได้มากขนาดนี้ครับ ตอนนี้ ปี 44 ก้าวแรกของผมในการทำงานเป็นอาจารย์ระดับอุดมศึกษา ส่วนท่านเป็นวัยเกษียณอายุราชการแล้วก็มาทำงานที่วิทยาลัย (ในขณะนั้น) การทำงานที่ทำให้ผมมีมิติใหม่ที่มากกว่าการพยายามมองหาความสำเร็จในการทำงาน แต่ให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ของคนที่ทำงานด้วย ที่สำคัญ คำว่า ความมีวินัยและความรับผิดชอบ ซึ่งท่านทำเป็นแบบอย่างได้น่าประทับใจจริงๆ ครับ

อิลฮามน่ารักมากครับ เนื่องจากเมื่อผมสลามกับอาจารย์สุพรเสร็จ อิลฮามก็ยื่นมือไปสลามเลย โดยไม่ต้องบอก พอจะกลับบ้าน ภรรยาผมแยกไปลาภรรยาของท่านอาจารย์ ๆ เลยย้อนความหลังในอดีตของผมเสียงั้น ฮิฮิ คุยยาวไม่ได้ครับ ภรรยากลับมาร่วมวงสนทนาทันที (อาจารย์ท่านกุมความลับผมไว้เยอะครับ)

ที่พลาดไปก็คือยังไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อของเพื่อนครับ เวลาไม่ทัน ที่สำคัญหาที่จอดรถใกล้โรงพยาบาลไม่ได้เลย ครั้นจะเดินไกลๆ ก็ไม่ไหวครับ เนื่องจากภรรยาจะขอไปเยี่ยมด้วย สุดท้ายเลยให้เพื่อนออกมารับของที่ต้องการหน้าโรงพยาบาล พรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมใหม่ครับ (ขออัลลอฮ์คุ้มครอง และให้ท่านหายป่วยเร็วๆ ครับ)