ในการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย หลายครั้งบุคลากรสุขภาพมักจะหวังดี เมื่อเห็นคนไข้ดูกระสับกระส่าย เป็นทุกข์ ทุกข์ที่เกินกว่าทุกข์กาย จึงอยากให้สิ่งดีๆในความรู้สึกของตนเอง เช่น การได้สัมผัสพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ การได้ฟังคนอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

บางครั้งคนไข้ในขณะนั้น ยังไม่พร้อม ที่จะรับฟัง และบางครั้งถึงกับต่อต้านหรือปฏิเสธเลยก็มี

ตัวอย่างของคนไข้ที่แสดงอาการปฏิเสธ

คุณลุงอายุ ๗๘ ปี ปฏิเสธเทปธรรมะที่มีผู้หวังดีเปิดให้ฟังขณะไม่ค่อยรู้สึกตัว แล้วกระสับกระส่ายมากขึ้น เมื่อสอบถามญาติก็พบว่าคนไข้เคยมีเรื่องขัดแย้งกับท่านเจ้าอาวาสวัดที่บ้าน

คุณป้าเป็นหญิงหม้าย อายุ ๗๔ ปี ปฏิเสธธรรมะและการเข้าวัดเข้าวา เพราะสามีหนึ่งในสองคน หนีจากป้าไปบวชพระ ปล่อยให้ป้าต้องเลี้ยงดูลูกทั้งหมดเองอย่างยากลำบาก การเข้าหาวัดมีความหมายสำหรับคุณป้าที่เป็นคนสู้ชีวิต ว่าคือ การละทิ้งปัญหา


อยากจะชวนให้คิดถึงเหตุผลประเด็นอื่นๆที่ทำให้คนไข้ไม่อยากฟังธรรมะ แล้วรวบรวมไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจตนเอง สอบถามความต้องการของคนไข้เสียก่อน ป้องกันไม่ให้การหยิบยื่นสิ่งดีๆ ต้องกลายเป็น ยัดเยียด ที่ผู้รับไม่ต้องการ

แล้วเราจะช่วยคนไข้กลุ่มนี้อย่างไร หรือถ้าเขาปฏิเสธแล้วก็ปล่อยไป แล้วแต่บุญแต่กรรม