ปัญหานักเรียนไม่กล้าแสดงออก เป็นปัญหาที่พบในหลายๆ โรงเรียนครับ โดยเฉพาะโรงเรียนในชนบท
ผมว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก
สังคมไทยเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญในเรื่องอาวุโส ให้เกียรติ
ยกย่องผู้ใหญ่ หรือผู้ที่อาวุโสกว่า ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของสังคมไทย ซึ่งจะพบเห็นได้ในทุกกลุ่มทุกชั้น โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองจะสั่งสอนลูกหลานกันต่อๆ มา ให้เด็กมีสัมมาคารวะต่อผู้ที่อาวุโสกว่า ซึ่งในทางพุทธศาสนากล่าวรับรองว่าเป็นความดีงาม ผู้ที่ปฏิบัติจะไดรับความสุขความเจริญ
และความคิดเห็นของอาจารย์ ศิลา
ส่วนการแสดงออก ศิลาไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ที่มักอ่อนน้อมถ่อมตนจนถึงจุดที่จะต้องแยกความแตกต่างระหว่างความอ่อนน้อม/เกรงใจ กับกล้าแสดงออก กลับกลายเป็นว่านำมาปะปนกัน แยกออกมาไม่ได้
สาเหตุที่เข้าใจเช่นว่านี้ เพราะมาจากการเคยสัมภาษณ์น้อง ๆ ที่ไม่กล้าแสดงความเห็นของตนเองออกมา เขาบอกว่าไม่พูดออกมาเพราะสิ่งที่อาจารย์บอกไว้แล้ว หรือรุ่นพี่ว่ามา หรือเพื่อน ๆ ที่เก่งกว่าตอบไปแล้ว ดีอยู่แล้ว ก็เลยมองว่าความเห็นตนไม่สำคัญ ไม่จำเป็น
จากสองแนวคิดดังกล่าวข้างต้น หากจะแก้ปัญหาเรื่องการไม่กล้าแสดงออกของเด็ก ผมว่าแก้ยากหรือแทบจะแก้ไม่ได้เลยครับ
เพราะถ้าจะแก้จริงๆ ก็ต้องแก้ในเชิงโครงสร้าง หรือ ในเชิงระบบ ของโรงเรียนนั้นๆ เลยละครับ
ขอบคุณครับ
แก้นักเรียนไม่กล้าแสดงออก
1. พยายามกระตุ้นให้ทุกคนตอบ
2. พยายามสร้างบรรยากาศให้ผู้ตอบไม่รู้สึกผิด
ข้อ 2 สำคัญมากนะครับ เมื่อตอบแล้วไม่รู้สึกผิด ต่อไปก็จะค่อยๆ กล้าตอบ
ขออนุญาตนำแนวคิดนี้ไปเสนอในโรงเรียนนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ภาพนี้ เป็นค่ายธรรมะ ในมุมมองของผมเลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
กอก็รักน่ะแต่ไม่แสดงออกเหมือนกันค่ะ
อิอิ ไม่เกี่ยวกันเลย
กอว่าเดี๋ยวนี้เด็กกล้าแสดงออกกว่าเมื่อก่อนแล้วน่ะค่ะ
แต่กลับกันตรงที่ว่า ที่แสดงออกไปกลับไม่ใช่ความจริงที่ควรจะกล้า
เรียกว่ากล้าแสดงจริงในสิ่งที่ไม่ควรจะแสดงออก
คุณกอก้านครับ
กล้าแสดงจริงในสิ่งที่ไม่ควรจะแสดงออก
มักจะเป็นอย่างนั้นจริงครับ
ขอบคุณครับ
เอ้ เม้นเองงงเอง
แต่เข้าใจที่ตัวเองจะเม้นไปน่ะค่ะ
สงสัยเข้าใจอยู่คนเดียว
เอาเป็นว่า กอต้องกล้าแสดงออก
หมายถึง การแสดงออกของกอต้องให้คนอื่นเข้าใจ
และมีประโยชน์ต่อคนที่ได้ดู และประโยชน์ต่อสังคมด้วยค่ะ
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถูกต้มมั้ยค่ะท่านรอง
อ้าว ไม่ทันท่านรอง
ท่านรองเข้าใจส่ะแล้ว อิอิ
ขอบคุณค่ะ
แสดงออกของกอต้องให้คนอื่นเข้าใจ
และมีประโยชน์ต่อคนที่ได้ดู และประโยชน์ต่อสังคมด้วย
ถูกต้มมั้ยค่ะท่านรอง
ถูกต้ม เอ๊ย ถูกต้องครับ
ขอบคุณครับ
ตามมาขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านและให้กำลังใจค่ะ ขออนุญาตไม่แสดงความเห็นในบันทึกนี้นะคะ (ขอยกยอดไปบันทึกต่อไปของคุณ small man ค่ะ)
สวัสดีค่ะ
เริ่มแรกต้องค่อยๆให้ออกไปหน้าชั้น...
และเริ่มออกบ่อยๆ ไปทำสิ่งที่ง่ายๆก่อน...มีรางวัลล่อใจ
ไม่ตำหนิ...ชม ๆๆๆๆๆ
จะดีขึ้นเรื่อยๆ...
ไม่ตำหนิ ชมๆๆๆๆๆ
ขอบคุณมากครับ
สุนทรียสนทนาสำหรับเด็ก
ดีเหมือนกันนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ผมเคยเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นิสิต นักศึกษาที่มาฝึกงานที่บริษัทฯ หลายรุ่นพอสมควร ผมมีข้อสังเกตส่วนตัวว่า
ถ้าเป็นนักศึกษามักกล้าแสดงออก ถ้าเป็นนิสิตไม่ว่าจะป.ตรี หรือโท ไม่ค่อยกล้าซักถาม ฮ่าๆๆ (นิสิตที่ว่าก็มาจากสถาบันเดียวกับผมนี่แหละครับ เฮ้อ)
ผมคิดว่าสังคมที่เขาอยู่น่าจะมีผลต่อพฤติกรรมในด้านการเรียนรู้พอสมควร แต่การกระตุ้นด้วยกิจกรรม หรือได้พบปะผู้คนภายนอก ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนในสังคมอื่นน่าจะช่วยให้เขาได้ซึมซับอะไรไปได้บ้างนะครับ
สวัสดีค่ะ
แต่ก่อนไม่ค่อยกล้าแสดงออก(ตอนเด็กๆ)
แต่ตอนนี้...ประสบการณ์ บวกกับการที่ต้อง present งานบ่อยๆ
ไม่กลัวเลยค่ะ...
ต้องค่อยๆฝึกและไม่ต้องกังวลมาก...ขอให้จัดเวทีให้เด็กๆ....
เด็กมีความเก่งและพร้อมที่จะเป็นคนเก่ง....ต้องเชื่อว่าทำได้...
และจะทำได้จริงๆ...
สวัสดีค่ะ
ตอนผมเรียน ป.ตรี ผมก็เป็นนิสิตครับ
" ไม่กล้าแสดงออกเหมือนกัน"
เพื่อนๆผมหลายคนก็ไม่กล้าแสดงออกครับ
ต่อมาเมื่อเริ่มทำงาน ถึงค่อยๆกล้าแสดงออกครับ
ขอบคุณมากครับ