ตักบาตร...พระสงฆ์พายเรือ ณ...บางคนที
วันนี้วันพระ หลังจากที่เมื่อคืนจัดดอกไม้ให้ลูกสาวคนโต นิว บูชาพระซึ่งทำเป็นประจำ แต่เมื่อคืน น้องเนิสร์ น้องเล็ก แย่งทำ บูชาดอกไม้พระเอง..
เช้ามาไม่มีโอกาสไปวัด แต่นึกถึง ทีอำเภอบางคนที สมุทรสงคราม มีโอกาสตื่นนอนตอนเช้าวันที่ 18-20 เมษายน 52 ที่บ้านเรือนเพชร 2 บ้านทิพย์สวนทอง พร้อมคู่ชีวิต และออกมารอใส่บาตรพระสงฆ์ เพราะท่านจะพายเรือมา ในชีวิตคนบ้านดอน อยู่ภูเขามาตลอด แทบไม่มีโอกาสเห็น ภาพเช่นนี้ เราจึงรู้สึกจดจำ นึกได้ และนึกถึงเสมอๆ ภาพงดงามของธรรมชาติ แม่น้ำแม่กลอง เมืองสามน้ำ
สายตาเรามองทอดยาวตามน้ำใส ไหลเรื่อยๆ เอื่อยๆ ของแม่กลองกว้างขวาง เห็นพระท่านพายเรืออยู่ฝากตรงข้ามท่าน้ำที่เรานั่งอยู่ มองเห็นท่านไกลๆ แต่ชัดเจนในใจว่าแสนงดงามสุขใจ สักพักท่าน พายมาถึง และรับบาตร และให้พร เรือท่านผ่านไป ใจยังเป็นสุข เป็นเช่นนี้ 3 วัน
เช้า วันที่ 2 ท่านเห็นเราเป็นคนต่างถิ่น ท่านบอกท่านอยู่วัดโพธิ์ปรก ค่ายบางกุ้ง (ต้นโพธิ์ปรกคลุมโบสถ์โบราณทั้งหลัง)ห่างจากนี้ไป 4 กม. ตอนเย็น ๆ ประมาณ 5 โมง ได้ไปกราบพระ และไหว้ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่นั่น
วันสุดท้าย ท่านถามว่า โยมยังไม่กลับเหรอะ...ท่านยื่นลิ้นจี่ พวงใหญ่ มาวางตรงพื้น บอกว่า เอาไปทานนะ เพราะว่าท่านได้มาจากการใส่บาตร ญาติโยมถวายมาก ไหว้พระและจากบางคนที มาด้วยความงดงามของธรรมชาติ ผู้คน และวัฒนธรรม
วันหลังจะเอาเรื่องความหัศจรรย์ที่พบ ที่บางคนทีมากมายมาเล่าเป็นการทบทวน ทั้งที่มา เจ้าหญิงมณฑาทิพย์ ที่วัดโพธิ์ปรก โบสถ์ คริสตจักรที่สวยที่สุด ตลาดน้ำบางน้อย ตลาดน้ำอัมพวา พิพิธภัณฑ์ ร2 ค่อยๆทยอยเล่านะ เพราะต้องพาเด็กๆ ลูกสาว ไปวัดสิริพงศ์ ที่วัชรพล บางเขนก่อน ไปห้องสมุดที่วัด ใหญ่ และดีมากๆ


วิวงดงามริมแม่กลองยามเช้า ตรงข้ามท่าน้ำบ้านทิพย์สวนทอง และท่าน้ำตักบาตร


เมืองสามน้ำ น้ำเค็ม น้ำจืด น้ำกร่อย ที่แม่กลอง ตื่นเช้าๆ ตายังตู่เลย



ตักบาตรยามเช้า แม่กลอง อ.บางคนที


หลวพ่อนิลมณี ภายในโบสถ์เก่าแก่ ที่มีโพธิ์ปรกคลุมทั้งหลัง และรากกิ่งโพธิ์ภายในตัวโบสถ์ ด้านหลังมีศาล เจ้าหญิงมณฑาทิพย์ ที่แกะสลักด้วยไม้ที่หล่นมาจากต้นนี้


เจ้าหญิงมณฑาทิพย์ ด้านหลังโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดโพธิ์ปรกค่ายบางกุ้ง ถ่ายกับพี่ๆ อ๋อย ติ๋ม นก ในเย็นๆวันที่ 19 เมย 52
มีคะ และจำได้จากการอ่านแม่นมาก..เพราะประทับใจ เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ G2K ฟังนะคะ ...ตอนนี้ พา 3แฝดไป ห้อสมุดก่อนคะ ห้อสมุดวัดศิริพงษ์ แต่ดีนะคะ สุดยอด 4 ชั้นแนะ หนังสือเพี๊ยบๆๆๆๆ (ตกลงคะ เรียนเกษตรศาสตร์ หาทุนให้ด้วยนะคะ ตอนนี้คุณแม่คุณพ่อหลังอานแล้วคะ...อิอิอิ)
สวัสดีค่ะ คุณฮูโต๋
มาทำบุญด้วยคนค่ะ
คำอธิษฐานเวลาทำบุญ
ขอบุญ ......... ที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาทั้งหมดในชาตินี้ ..........จงถึงแก่
เจ้ากรรมนายเวร และผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัวที่มีมาถึงตัวทุกภพทุกภูมิ
ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้า ......พ้นจากสภาวะการณ์คับขันและเลวร้าย ให้อยู่รอดปลอดภัย มิพบกับความยากลำบาก ณ ปัจจุบัน ... แลอนาคต
หากไม่ถึงเพียงใด ขอให้คำว่าไม่มีไม่รู้ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้ปรากฎแก่ข้าพเจ้า
ขอให้ ......หน้าที่การงานที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ ให้ได้กระทำได้สำเร็จ.....
อย่างมั่นคง
ขอพระจงเป็นสักขีพยานในการ .........อธิษฐานจิต...............ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ
(และจากนี้จงกอบแต่กรรมดี)
สวัสดีค่ะ
.จะคอยอ่านประวัติเจ้าหญิงนะคะ
.ภาพวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ชาวบ้านคงอยู่อย่างมีความสุขไม่น้อยเลยนะคะ
.ดีใจด้วยนะคะที่ได้ทำบุญตักบาตรริมแม่น้ำ ดิฉันไม่เคยเลนค่ะ
ขอบคุณที่นำเสนอสิ่งดี ๆ ค่ะ
อนุโมทนาด้วยนะคะ
(^___^)
พอดีทราบประวัติของเจ้าหญิงมณฑาทิพย์ขอเอามาลงไว้ให้นะคะ
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลของว่าที่ ร.ศ. หญิงพจน์ฤดี ข้าราชการสังกัดกรรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเอื้อเฟื้อมอบให้มาเพื่อนิตยสารมิติหลอน เมื่อคราวไปเยี่ยมชมวัดบางกุ้งโดยเฉพาะ ซึ่งได้เข้าไปคุยเรื่องข้อมูลศาลนางไม้เจ้าจอมกับท่านโดยตรง ดังมีใจความดังนี้
วัดบางกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2531 บริเวณวัดยังเป็นป่ารกร้างอยู่มาก ขาดการดูแลเอาใจใส่จากหลายฝ่าย พระวินัยธรองอาจอาริโยได้เดินธุดงค์มาที่บริเวณวัดบางกุ้ง ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ข้างอุโบสถหลวงพ่อนิลมณีหรืออุโบสถปรกโพธิ์ บรรยากาศเงียบสงบมีความวิเวกเหมาะแก่การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน ท่านได้ออกเดินสำรวจบริเวณวัดซึ่งทราบทางประวัติศาสตร์มาบ้าง บริเวณวัดนี้แหละเคยเป็นค่ายทหารจีนบางกุ้งสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานีมาก่อน แต่ปัจจุบันรกร้างชวนสังเวชยิ่งนัก ตอนกลางคืนยามดึกขณะเจริญกรรมฐานมักจะเกิดนิมิตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งชุดไทยโบราณมากราบไหว้หลวงพ่อนิลมณีหน้าอุโบสถปรกโพธิ์เป็นประจำ มีลักษณะผอมสูงผมยาวใบหน้างาม แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ต่อมาไม่นานเสาคานที่หน้าอุโบสถหล่นตกลงมาพิงอยู่ข้างอุโบสถ คืนนั้นเองท่านได้นิมิตเห็นผู้หญิงชุดไทยคนเดิมมาบอกให้นำไม้ท่อนนี้มาไว้ที่หลังอุโบสถแล้วให้สร้างศาลด้วย ท่านก็ทำตามให้ชาวบ้านช่วยกันนำไม้มาไว้ข้างอุโบสถด้านหลังแล้วสร้างศาลให้หนึ่งหลังตามคำขอร้อง นำไม้ท่อนนั้นแกะสลักเป็นรูปหน้าผู้หญิงไม่มีแขนขา หลังสร้างศาลเจ้าเสร็จนำไม้แกะสลักไว้ภายในให้ชื่อว่า “ศาลนางไม้เจ้าจอม” ผู้คนให้ความเคารพนับถือกันมากเพราะมีความศักดิ์สิทธิ์ อภินิหารแก่ผู้คนอยู่เสมอ
ต่อมาพระวินัยธรฯ ได้ฟื้นฟูวัดบางกุ้งร่วมกับประชาชนจนเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง ผู้หญิงแต่งกายชุดไทยโบราณมาปรากฎในนิมิตอีกได้บอกว่าเป็นองค์หญิงนามว่า “องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) ต้องการให้สลักรูปองค์หญิงจากไม้ต้นโพธิ์ซึ่งมีอายุประมาณ 100 ปี โดยขอร้องให้แกะสลักทั้งองค์ หลังจากนั้นท่านได้ปรึกษาหารือญาติโยมหาช่างแกะสลัก โดยนายช่างคิดราคาค่าแรง 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน) เมื่อตกลงราคากันแล้วพอช่างลงมือแกะสลัก แต่ช่างไม่รู้ว่าจะแกะสลักเป็นรูปองค์แบบใด เพราะไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาองค์หญิงมณฑาทิพย์มาก่อน ทำให้แกะสลักไม่ได้ เมื่อการเป็นดังนี้ท่านเจ้าอาวาสจึงลงมือแกะสลักเองทั้งที่ไม่เคยแกะสลักไม้รูปใดๆ มาก่อนเลย
การแกะสลักไม้เป็นรูปคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ท่านได้ใช้ความพยายามอย่างสูงแกะสลักในช่วงเย็นจนมืดค่ำตามแบบที่เห็นองค์หญิงในนิมิตเหมือนมีอำนาจอย่างหนึ่งมาดลบรรดาลให้แกะสลักรูปองค์หญิงทั้งองค์ได้จนเป็นผลสำเร็จ โดยเริ่มลงมือแกะสลักเมื่ออาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2549 ใช้เวลาแกะสลัก 3 อาทิตย์ หลังจากนั้นได้ทำการลงน้ำมันรวมเวลาเดือนเศษ มีสลักอักษรไว้ที่ฐานว่า “องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า)”
ภายหลังพระวินัยธร องอาจอาริโย พบหนังสือ “กฎแห่งกรรม” ของคุณ ท.เลียง พิบูรณ์ เข้าโดยบังเอิญพบเห็นเรื่องราวขององค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2291 เช่นเดียวกับที่เคยนิมิตเห็นน่าจะเป็นองค์เดียวกัน มีเนื้อหาดังนี้
องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) เกิดเมื่อปลายปีกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2291 เป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างสมัยพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กับพระเจ้าสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) องค์หญิงเป็นบุตรตรีของกรมหลวงบวรวังในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ บ้านเมืองมีเหตุเดือดร้อน มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงผู้ใดประจบสอพลอ ผู้นั้นจะได้เป็นใหญ่ทั้งที่ไร้ความสามารถ ผู้ครองแผ่นดินได้แต่ลุ่มหลงและเสพสุขในกามา หากใครมีบุตรีต้องนำตัวมาถวายใครขัดขืนจะถูกประหารชีวิต เหลืออยู่ก็แต่กรมหลวงบวรวังในที่ท่านไม่ยอมข้องเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด ไม่คบค้าสมาคมกับใคร เมื่อบุตรีเติบโตเป็นสาวให้แต่งตัวเป็นชายพร้อมทั้งข้าทาสบริวารที่เป็นหญิง 300 คนเป็นชายอีก 16 คน จัดให้ฝึกอาวุธเรียนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเช่น ฟันดาบ กระบี่กระบอง หมัดมวย ตำราพิชัยสงคราม องค์หญิงเชี่ยวชาญอาวุธ ตลอดจนเวทมนต์คาถามีความสามารถด้านวิชาอาคมยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน
เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกข้าศึกพม่ายกกองทัพประชิดเมืองผู้เป็นบิดา สั่งให้บ่าวไพร่ต่อเรือใหญ่ 30 ลำ เรือเร็ว 10 ลำ เรือแจว 20 ลำ พร้อมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุปกรณ์การก่อสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ลงด้วยอาคมพร้อมเรือคุ้มกันองค์หญิง ซึ่งแต่งกายเป็นชายเยี่ยงชายชาวบ้านธรรมดา หลบหนีออกจากกรุงตอนกลางคืน แต่บิดามิได้มาด้วย
กองเรือได้ล่องน้ำมาเป็นระยะเวลา 3 วัน พบกองเรือพม่าบรรทุกกระสุน ดินดำ จึงสั่งให้พลพรรคเข้าโจมตีตอนเวลาดึก จึงเกิดไฟลุกโชติช่วงฆ่าทหารพม่าซึ่งกำลังหลับ เพราะเมามายแทบหมดสิ้น จนรุ่งเช้าพม่าส่งกำลังติดตาม องค์หญิงสั่งให้กองกำลังหลบตามป่าชายฝั่ง แล้วร่ายเวทมนต์กำบังพรางตาจนพม่าพ้นไป กองเรือหนีเล็ดรอดไปได้อย่างปลอดภัย แล้วหาทำเลสร้างเมืองเล็กๆ อยู่ เมื่อคราวศึกบางกุ้งองค์หญิงได้คุมกำลังเข้าช่วยรบพม่าเป็นสามารถจนได้รับชัยชนะ เมื่อสิ้นอายุขัยดวงวิญญาณยังผูกพันกับวัดบางกุ้ง ยังคงวนเวียนอยู่ที่ศาลคอยแผ่บารมี ให้ความช่วยเหลือผู้ทุกข์ร้อนที่มาขอพึ่งพา
เรื่องความเป็นมาขององค์หญิงมณฑาทิพย์นับว่าพิสดารมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลองค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) เป็นที่ยอมรับนับถือของคนทั่วไป ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนอย่างไรมาบนบานในสิ่งที่ต้องการมักไม่ผิดหวัง เป็นต้นว่าเรื่องหน้าที่การงาน การสอบเข้างาน การสอบเรียน และทางด้านโชคลาภ มีคนได้เลขไปเสี่ยงโชคแล้วรวยมีปรากฎอยู่เสมอ แต่อย่าบนเรื่องเกณฑ์ทหารนะใครไปบนให้ช่วยแน่นอนรับรองถูกชัวร์ เพราะท่านชอบทหารที่มีเลือดนักสู้เต็มตัวเมื่อมีชีวิตอยู่
นี่แหละองค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) จึงได้ชื่อว่า “เจ้าหญิงผู้หาญกล้า” รักชาติยิ่งชีพแม้ร่างกายสูญสลายแต่วิญญาณแห่งความรักชาติยังคงอยู่ตราบนิรันดร์ควรแก่การสรรเสริญและสักการบูชายิ่งนัก
ขอบคุณทุกความคิดเห็น โดยเฉพาะคุณ Moby นะคะ ที่แบ่งบัน เรื่องราวคะ
ดิฉันชื่อ บังเอิญเหมือนเจ้าหญิง
มีความสนใจประวัติของเจ้าหญิงมาก
ได้อ่านแล้วมีความรู้สึกดีมาก