บางครั้งก็จำเป็นต้องไม่เลือกรับประทานเกาเหลา แม้ว่าจะชอบสั่งมากกว่าเส้นหมี่ เล็ก ใหญ่

จากบันทึกเล่าเรื่อง ภารกิจพรากผู้เยาว์  เว้นระยะหนึ่งสัปดาห์ ก็ได้เวลาผู้ใหญ่ผจญภัยกลางมหานคร ไม่เฉพาะผู้ใหญ่ระดับพ่อแม่เท่านั้นนะคะ ญาติผู้ใหญ่สูงวัยขึ้นไปกว่านั้นด้วยค่ะ

          เมื่อหลานสาวสร้างทางเดินแห่งอนาคตด้วยตนเองได้แล้ว ใช่ว่าจะปล่อยให้เด็กในวัยที่เพิ่งจะสลัดกระโปรงจีบสีน้ำเงิน เดินบนถนนเองโดยลำพัง แว๊บหนึ่ง ฉันเห็นภาพในจินตนาการเป็นภาพเรือแจว ที่คุณครูโรงเรียนต่างๆ จากทั่วสารทิศกำลังส่งลูกเรือขึ้นฝั่งเพื่อให้เด็กๆ แยกย้ายกันไปลงเรืออีกฝั่งหนึ่ง ในมุมมองนั้น ฉันและเครือญาติอยู่ในเรืออีกลำหนึ่งที่ทอดสมอจอดรออยู่ห่างๆ เพื่อจะหาทางนำเรือของตนเองอ้อมแม่น้ำข้ามไปยังแม่น้ำอีกสายที่ลูกของเราเลือกไปลงเรือ

สาวน้อยลงเรือสำเภาสีฟ้าค่ะ แล้วเราจะสะกดรอยตามไปอย่างไรดี?

จากเด็กบ้านอยู่นอกเมือง เดินทางเข้าสู่มหานคร เมืองที่ผู้คนล้วนชอบอาศัยอยู่ใน "กล่อง"

จากเด็กที่เคยโวยวายเวลาเห็นบ้านที่ไม่มีพื้นดิน พื้นสนาม

จากเด็กที่เคยครอบครองห้องส่วนตัวและมีอิสระทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน ภายใต้กรอบที่กำหนดไว้

และจากเด็กที่อยู่ในวงล้อมความอบอุ่น(ในมุมมองของผู้ใหญ่) หรือ จู้จี้เซ้าซี้จุกจิก (ในมุมมองของเด็ก)

ใครจะรู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่

อยากอยู่ในกล่องบ้าง จึงคิดหาทางไปตรงนั้น...เริ่มต้นจาก "หอพัก" ไม่ใช่ "บ้านญาติ" อย่างที่ฉันเคยเดินตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้ แต่เมื่อจัดการกับชีวิตให้ลงกล่องที่ต้องการไม่ได้ ก็ต้องตามหา "กล่องใหม่ในมหานคร" กันต่อไป

เมื่อลูกสอบตกจากหอพักของมหาวิทยาลัย ดูเธอไม่สะทกสะท้าน เพราะสังหรณ์ใจอยู่แล้วจากการถูก กรรมการสัมภาษณ์

"แม่ อาจารย์เขาไม่ถามอะไรหนูเลย ถามแต่นิสิตสองคนที่สัมภาษณ์พร้อมกัน"

"แล้วอาจารย์ถามอะไรบ้างล่ะ"

"ถามแต่คนอื่นว่าการเดินทางเป็นยังไง พักที่ไหน ลำบากมากมั้ย แต่ถามหนูว่า นอนดึกมากล่ะสิ ดูตาคล้ำๆ นะ"

อืมม์ คงไม่มีหวังจริงๆ นะแหละ!

เอ..แล้วเค้าพิจารณาเลือกให้นิสิตเข้าพักหอพักอย่างไรกันนะ? เด็กเจ็ดร้อยกว่า เอาสามร้อย หรือดูพ่อแม่เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสิน เหตุผลที่ใส่ในใบสมัครก็ใส่ไว้ตามความจริง "ก็เพราะเด็กไม่เคยใช้ชีวิตโดยลำพัง ไกลจากบ้านเกิดบ้านนอก(เมือง) การอยู่ให้ใกล้ที่สุด มีผู้ควบคุมดูแล จำกัดเวลา ความประพฤติ จะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกปลอดภัย แต่ตกหอไปแล้วก็ไม่เสียใจเท่าไร และไม่ได้วิ่งเต้นเข้าคิวสมัครใหม่ เพราะบังเอิญได้อ่านบันทึกเล่าเรื่องเกี่ยวกับหอพักผ่านเว็บไซต์ >>เบื้องลึก U-center<< แค่นี้ก็สร้างความวิตกกังวลให้ผู้ใหญ่ๆ ที่บ้านแล้วค่ะ

เอาล่ะค่ะ การผจญภัยของเรา ปู่ย่า พ่อแม่ และสาวน้อยที่ตกหอทั้งหลาย เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ

มีบ้านให้พักอยู่สบายไม่ชอบ...ร้อนถึงญาติผู้ใหญ่

ปู่ย่าติดต่อเพื่อนสนิทที่เป็นบอร์ดของสภาคริสตจักรฯ แม้ว่าหอพักที่ปลอดภัยที่สุด เคร่งครัดที่สุด สมบูรณ์ที่สุดจะเต็มและมีเด็กจ่อใบสมัครรอคิวอยู่เจ็ดคน คุณปู่เพื่อของคุณปู่ก็ได้บ้านพักของมิชชันนารีที่กำลังจะออกในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ พักอยู่ได้สบายๆ บรรยากาศเป็นเหมือนบ้าน มีสนามหญ้า มีอาหารครบสามมื้อ และมีทีมแม่บ้านผู้ให้บริการซักรีด พักอาศัยที่นี่ไม่ต่างกับอยู่บ้าน...ไม่เอาค่ะ อ้างว่า มีผี...หลอก เพื่อนเคยเจอมาแล้ว (เธอเป็นเด็กจากโรงเรียนในเครือคริสตจักรนี้ด้วยค่ะ)

เอ๊า...ไม่เอาก็ไม่เอา หากันต่อไป แต่สัญญากันไว้ว่า ถ้าไม่ได้ ที่นี่คือทางเลือกที่หนึ่ง และถ้าเกิดไม่ได้ที่นี่ บ้านคุณป้าบนถนนสุขุมวิทเป็นจุดที่หนูต้องหยุดนะ...ก็ตกลงกันไว้

แต่แล้วในวันเดียวกันนั้นเอง จากการวิ่งเต้น ประชุมสายกันของเด็กๆ ที่ตกหอเหมือนกัน ก็ได้ชื่ออพาตเม้นท์เปิดใหม่เอี่ยมเดือนเมษายนนี้ บนถนนเพชรบุรี เชื่อไหมคะ เราเจอผู้ปกครองหัวอกเดียวกันหลายครอบครัว พุ่งมายังเป้าหมายที่นี่...แต่อุปสรรคมีค่ะ คำตอบที่ได้คือ เต็ม เต็ม และเต็ม แต่ขอให้ลงชื่อไว้ก่อน

เป็นเหตุผลที่ดีนะคะ และขอบคุณที่เจ้าของอพาตเม้นท์นี้ที่มีหลักการที่ดีเช่นนี้ ขอบคุณค่ะ

แว๊บหนึ่ง ฉันตัดสินใจใช้ชื่อของฉันเป็นเหมือน "ใบเบิกทาง" และอีกสามชั่วโมงต่อมา ฉันก็ได้รับโทรศัพท์ตอบรับ และวันรุ่งขึ้นฉันรีบไปทำสัญญา...ที่นี่พักได้สองถึงสามคน ครบพอดีเพื่อนร่วมโรงเรียน แต่เด็กๆ ควรต้องดูแลตัวเองให้มากที่สุด

บางครั้งก็จำเป็นต้องไม่เลือกรับประทานเกาเหลา แม้ว่าจะชอบสั่งมากกว่าเส้นหมี่ เล็ก ใหญ่ นะคะ

ชมภาพการผจญภัยในมหานครที่คิดว่ากว้างใหญ่ แต่เมื่ออยู่ไปก็รู้สึกเคยชิน เอ๊ะ แล้วฉันคิดว่า...คงไม่ลำบากที่จะมีชีวิตใหม่ๆ ไปไปมามาระหว่างบ้านนอกเมืองกับมหานครนะ...

การเดินทางสะดวกค่ะ รถไฟฟ้าถึง แม้จะต้องเดินจากซอยสิบถึงสิบหก 7-11 อยู่ในอาคารที่พัก ซักรีดมีบริการ ป้ายรถเมล์อยู่หน้าอาคารที่พัก มีสะพานเดินข้ามฟากไปขึ้นรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย

จบภารกิจเรื่องการจัดการชีวิตให้ลงกล่องที่ลงตัวค่ะ

จะมีกิจกรรมผญภัยอะไรต่อไป ติดตามตอนต่อๆ ไป นะคะ

     แต่ที่อยากบอกไว้ก็คือ เวลาจะเดินบนทางเท้า ระวังเหยียบ "ขี้หมา" ก็แล้วกัน มหานครอะไร มีระเบิดบนทางเดินถนนเป็นระยะๆ ไม่เหมือนบ้านนอกของเราเลย ขึ้นรถ ขับออกบ้าน ถึงที่เรียนที่ทำงาน ที่กินที่เที่ยว รองเท้าแทบไม่เหยียบดิน...ถ้าลูกจะบ่นขอเงินซื้อรองเท้าใหม่บ่อยๆ ก็คงต้องทำใจ...^^

เก็บตก ภาพระหว่างการเดินทาง มีจานบินลึกลับติดตามเรามาด้วยนะคะ อิอิ

อ่านเพิ่มเติม