Gotoknow Forum 2009 (2): Reflection ธนาคารชีวิต


Reflection ธนาคารชีวิต

ผมไม่เชื่อในเรื่องบังเอิญ เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุมีผล มีเหตุปัจจัยมีที่มา ไม่ว่าการเชื่อเช่นนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ผลอย่างหนึ่งก็คือ เราจะใช้ชีวิตอย่างใคร่ครวญมากขึ้น

ทุกวันนี้ ชีวิตมันดูเร่งรีบ เร่งรัด ครั้งหนึ่งมีวิทยากรท่านหนึ่งบอกต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่า เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเพียงยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็นยุคของปลาเร็วกินปลาช้า ฉะนั้นอะไรๆก็ดูจะ promote ความเร็วไปเสียหมด บะหมี่สำเร็จรูปขายดีเป็นเทน้ำเทท่า fastfood ผุดปรากฏยิ่งกว่าดอกเห็ดยามวสันตฤดูในป่าดิบชื้น อีกหน่อยเราอาจจะต้องรีบหายใจเร็วๆด้วยรึเปล่านี่ เพื่อที่จะได้ "ตามทัน"

แต่ที่ที่หนึ่งที่เข้าไปเมื่อไร ก็ "ช้าลง" ที่ยังเห็นได้ก็คือที่ "วัด"

"วัด" มีขัณฑสีมาที่มหัศจรรย์ แม้แต่สัตว์ แมว หมา กา ไก่ ก็รู้ได้ สัมผัสได้ มีความร่มรื่น สุขุมคัมภีรภาพ ความร่มรื่นนี้สิ่งมีชีวิตในอาณาบริเวณสามารถ sense ได้ รู้สึกได้ โดยเฉพาะถ้าเรา "เปิดใจ เปิดอารมณ์" ไม่ได้แค่เปิดความคิด เปิดสมองเท่านั้น Anna Wise ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Awakening the Mind เคยกล่าวถึง awaken brainwave ที่มีส่วนของ alpha wave และ theta wave (ผ่อนคลาย และ deep meditation) ในเวลาเดียวกับที่เราเปิด beta wave หรือใช้คลื่นสมองยามตื่นตัว ทำให้เราสามารถ "หยั่งลึก" ลงไปในตัวตนและศักยภาพที่แท้ของเราเองได้ ต่อเมื่ิอเราผ่อนคลาย relax อย่างแท้จริง

บรรยากาศที่วัดดอน ต.คูเต่า จ.สงขลา ที่เราไปเยี่ยมเยียนมาก็เป็น typical ของวัดอย่างที่ว่า แม้ว่าอากาศจะค่อนข้างร้อน (ก่อนฝนตก) ชนิดเหงื่อหยดติ๋ง แต่เมื่อเราเข้ามาในบริเวณ นั่งที่หน้าศาลา เราก็เริ่มช้าลง และเย็นลง Entropy ที่ดูพลุ่งพล่านดูจะผ่อนคลายลง พลังงานศักย์เล็กๆเริ่มก่อร่างสร้างตัวสะสม โดยเฉพาะพอได้ราดรดด้วยน้ำอ้อยเย็นฉ่ำ ตอนนี้เองที่เรากำลัง "สัมผัส" กับชุมชนที่เราตั้งใจมาชม ชุมชนที่เย็น ช้า และเพื่อเธอ....

พี่เต็มได้นั่งที่ใต้ต้นไม้ มองขึ้นไปตรงกับพวงขนุนพวงเบ่อเริ่มพอดี หวาดเสียวแทน

สมาชิกค่อยๆ settle ขณะที่ทีมเจ้าภาพเริ่มลำเลียงน้ำอ้อยเย็นเจี๊ยบมาแจกจ่่าย

ศาลาใหญ่ภายในวัด ที่พึ่งทราบว่าสร้างแบบสถาปัตยกรรมภาคใต้ เสาไม่ได้ฝังแต่วางไว้เฉยๆ

ศาลาและบริเวณที่เรามานั่ง อยู่ข้่างหน้าพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดดอน

มีต้นไม้ร่มรื่นรายเรียงโดยรอบ สีเขียวของใบไม้กลบเกลื่อนไอแดดลงอย่างรวดเร็ว

เขาทำได้อย่างไร?

คำถามที่ผมสนใจ และคิดว่าอาจจะไม่ได้คำตอบตรงๆ ตั้งไว้ก่อนที่จะมาก็คือ "ทำได้อย่างไร อะไรเป็นแรงบันดาลใจ" ผมเชื่อว่าแรงบันดาลใจเป็นตัวผลักดันสรรพสิ่ง ส่วนเครื่องมือเครื่องไม้นั้นมาทีหลัง และมาอย่างไรมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับแรงบันดาลใจของเราเอง ที่จะผลักดัน หรือแม้กระทั่งเป็นแรง "อธิษฐาน" ขอให้เกิด ขอให้มี อย่างที่มีประโยคที่ว่า "เมื่อศิษย์พร้อม ครูบาก็ปรากฏ" เมื่อเราเตรียมตัวเราให้ดี สิ่งที่พึงเกิดก็จะบังเกิดตามเหตุปัจจัย ชุมชนแห่งนี้คงจะไม่ได้เกิดเพียงเพราะไป copy ideas จากที่ไหนมา หรือไปอ่านเจออะไรมา แต่เหตุปัจจัยมากมายหลายประการ the sources ที่มาของคนในชุมชน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ก่อตั้ง และสมาชิกต้นกำเนิด 18 ท่าน) เจตจำนงความมุ่งมั่น

เมื่อเรานำเอาน้ำมาแก้ว หนึ่ง ค่อยๆใส่เกลือลงไปทีละช้อนๆ จนประมาณช้อนที่ร้อย เกิดเป็นผลึกเกลือสวยงามขึ้น ผลึกเกลือนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

  • เพราะเกลือช้อนที่ร้อยนี่เองที่ทำให้เกิดผลึก
  • เพราะช้อนพลาสติก
  • เพราะช้อนสีแดง
  • เพราะท่าเทเกลือ ทำให้เกิดผลึก
  • เพราะการกวน การคน ทำให้เกิดผลึก

ฯลฯ แล้วเกลืออีก 99 ช้อนที่ละลายอยู่ก่อนเล่า? มีส่วนทำให้เกิดผลึกเกลือหรือไม่?

ใน mentality ของยุค How To ที่เรามักจะให้ความสำคัญกับ "ทำอย่างไร" บางทีเราคิดว่าเมื่อเราทราบวิธี เสมือนกับมี magic wand ที่จะทำอะไรให้สำเร็จก็ได้ ขอเพียงฉันมี protocol มี guidelines มี manual ก็เพียงพอ นี่เป็นการคิดแบบที่ไม่ได้คำนึงถึงเกลือ 99 ช้อนแรกว่ามีส่วนทำให้ผลึกเกลือที่งดงามวิจิตรนั้นเกิดขึ้นมาได้ แต่ไปหมกมุ่นกับการเกิดแบบสมการเชิงเดี่ยว หรือ linear equation ทว่าในอิทัปปัจจยตานั้น เราจะใคร่ครวญถึง "เหตุปัจจัย" ซึ่งไม่ได้มีเพียงปัจจัยเดียว หากเป็นผลองค์รวมของทุกปัจจัยในอดีตนำมาสู่ปัจจุบัน

ดังนั้น ในการที่จะทำความเข้าใจว่า "ธนาคารชีวิต" นี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราคงจะต้องพยายามเชื่อมโยงสฬายตนะและโยนิโสมนสิการหรือการใคร่ครวญอย่างแยบคายให้เปิดรับ "ตัวตน" ที่เป็นที่มา เป็น The Source เป็นผืนดินอันอุดมของชุมชนนี้ก่อน เข้าใจดิน เข้าใจน่้ำ อากาศ ภูมิประเทศ ความสอดประสานระหว่างบุคคล จึงจะเข้าใจฮวยจุ้ย เข้าใจอี้จิง ของสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้อธิบายไม่ได้ พรรณนาก็ยาก แต่เรารับรู้ได้โดยใช้ทั้งหมดของเราร่วมรับรู้ ถอดถอนตัวตนเดิมเราไว้ชั่วคราวเพื่อจะซึมซัมตัวตนของเขาทั้งหมด เสร็จแล้วค่อยนำเอาทั้งเขาและเรามารวมกัน กำเนิดตัวตนใหม่ของเราอีกครั้งหนึ่ง

สมภารทองพูดติดขันๆเวลามีเด็กนักเรียนมาสังเกต ขอ sheet เพื่อจะเขียนรายงานเอาคะแนน จนภายหลังท่านเมตตาก็เลยตระเตรียม "ข้อมูลแบบ concise" เอาไว้แจกจ่าย แต่ท่านก็บอกว่าถ้ามาเอาแค่นั้นคงจะไม่ได้อะไร คงจะไม่เห็นอะไร น่าจะมาอยู่ มาทำ มาเห็น ให้เกิดภาวนามยปัญญา คือนำไปใคร่ครวญ จึงจะเข้าใจในที่มาของชุมชนวัดดอนแห่งนี้ได้

ชีวิตของชุมชนที่ใช้หลักศาสนา ที่นำเอามงคลชีวิตชี้นำ น่าจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และ KPI อย่างหนึ่ง​ (ถ้าอยากจะได้ KPI) ก็คือการที่ธนาคารแห่งนี้สามารถอยู่รอดมา 20 ปี โดยสู้กับความอยากมีเงินเยอะๆ อยากมีดอกเบี้ยงอกเงย อยากร่ำรวยเพื่อที่จะ "ทำได้มากกว่านี้" แสดงถึงการรักษาไว้ซึ่งที่ีมาของ original motivation ว่าทุกอย่างทำเพียงเพื่อพออยู่ "โยมอยู่ได้ วัดอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้" เป็น model ของเศรษฐกิจพอเพียงโดยแท้ ไม่ใช่เศรษฐกิจทุนนิยมที่แสวงหาเพิ่ม แต่แสวงหาความพอเพียง ถ้าจะมีอะไรที่แสวงหาเพิ่ม คงจะเป็นความสงบสุขทางใจในปัจเจก และความสงบสุขของชุมชนโดยรวมเท่านั้น

บทสะท้อนนี้คงจะไม่ได้มี "สรุป" แต่เชื่อว่าประสบการณ์ที่ผมและอีกหลายคนได้มารับรู้ (โดยไม่บังเอิญ) คงจะงอกเงยต่อไป รอเวลาเมื่อน้ำ ปุ๋ย ดิน ฟ้าดิน สอดคล้อง งอกเงยเป็นพฤกษาแห่งความรู้ของชีวิตในอนาคตต่อไป

 

หมายเลขบันทึก: 263890เขียนเมื่อ 28 พฤษภาคม 2009 09:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤษภาคม 2012 09:33 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (15)

ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ

สำหรับความไม่บังเอิญที่นำพาให้ผมเข้ามาอ่านบันทึกนี้

"...ทว่าในอิทัปปัจจยตานั้น เราจะใคร่ครวญถึง "เหตุปัจจัย" ซึ่งไม่ได้มีเพียงปัจจัยเดียว หากเป็นผลองค์รวมของทุกปัจจัยในอดีตนำมาสู่ปัจจุบัน..."

ขอน้อมนำไปไว้ใช้เตือนตัวเอง ที่ชอบติดวิธีคิดแบบมองหาสูตรสำเร็จตายตัวครับ

สวัสดีครับคุณซวง P

ยินดีที่มาเยี่ยมเยียนครับผม และไม่บังเอิญแน่ๆที่เราได้มาอยู่ในชุมชนที่อบอุ่นแห่งนี้ด้วยกัน ใช้ภาษาเดียวกัน และกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เหมือนกันตอนนี้

คิดเหมือนกันเรื่องอาจารย์เต็มค่ะ แบบว่านั่งเม้าท์กับปรางว่าถ้ามันหล่นลงมานะ อาจารย์น็อคแน่นอน ช่วยกันเพ่งกระแสจิตต้านแรงดึงดูดโลกไว้ ^ ^ ไม่แน่ใจว่าต้นนั้นเป็นขนุนหรือจำปาดะ เหมือนเห็นคุณสมนึกไปเขียนไว้ว่าเป็นจำปาดะค่ะ คือความรู้เรื่องต้นไม้ติดลบ ขอแพ้บาย

สวัสดีครับอาจารย์หมอ

  • มาติดตามผลงานของอาจารย์ครับ
  • ขอบคุณครับ

         

Little Jazz ครับ

อา... botany ก็ไม่ใช่วิชาเอกของผมเหมือนกัน เวลาไป Lotus ห้ามถูกใช้ไปซื้อผักผลไม้ เพราะการันตีว่าได้ผิดแน่ๆ กะเพรากับโหระพานี่ตัวดี จนบัดนี้ก็ยังแยกไม่ออก เลยขอรับหน้าที่ซื้อโค้กแทน (เพราะมันมีตัวหนังสือบอกว่าไม่ใช่เป๊บซี่)

ดังนั้นถ้ามีคนให้ชื่อต้นไม้ที่ไม่เหมือนที่ผมบอก ขอให้เชื่อคนอื่นครับ much stronger chance !!!

สวัสดีด้วยครับคุณสะ-มะ-นึก

entertain ตลอดเวลาที่ได้เจอะเจอเลยครับ ดีใจที่ได้มาพบกันอีกในโลกเสมือนนี้ครับ

555 อดไม่ได้ต้องมาเขียนอีกรอบ ว่าด้วย botany ติดลบนี่มีเพื่อนแล้ว กะเพรากับโหระพานี่ก็เป็นวัตถุต้องห้ามที่จำแนกไม่ออก รวมถึงขิงกับข่าค่ะ อาการเดียวกันเป๊ะ ไปซื้อของจะรับหน้าที่เข็นและรูดการ์ด เพราะไม่สันทัดในการเลือกอะไรเลย ถ้าปล่อยให้ไปคนเดียวอาจจะต้องเดินอยู่ราวสามชั่วโมงจึงจะได้ของครบ (ต้องระวังนะคะ เดี๋ยวนี้โลตัสเขาผลิตโค้กยี่ห้อโลตัส เลียนแบบหน้าตาได้เหมื้อนเหมือน เกือบเคยหยิบผิด)

...เคยโดนอาจารย์ทางเกษตรแกล้งเล่น ชี้ให้ดูต้นกระท้อนแล้วบอกว่าเป็นกาแฟก็เชื่อสนิทเพราะไม่คิดว่าจะถูกอำ คนรอบข้างนี่ทราบหมดว่ามีปัญหาเรื่องนี้อย่างมาก จะบอกได้ว่าเป็นอะไรก็ต้องดูจากผล หรือลักษณะกายภาพที่เด่นเป็นเอกลักษณื เช่น กล้วย หรือถั่วงอก แต่พึ่งมาทราบไม่กี่ปีนี้ว่า ถั่วงอกสามารถกลับไปเป็นถั่วเขียวได้ ตอนแรกนึกว่ามีต้นถั่วเขียวต่างหาก - - "

สวัสดีครับ อ.หมอ สกล

  • เข้ามาติดตามอ่านข้อคิดดีๆ น่าสนใจ บ ว ร Model
  • หลักฐานขนุนพวงใหญ่ บางลูกกำลังสุก ครับ

อันหนึ่งที่คิดว่าธนาคารชีวิตใช้อุบายได้อย่างแยบยลคือการใช้มงคลชีวิตเป็นชื่อกลุ่มที่ต้องเลือกเข้า สมมติว่าเลือกเข้า มงคลเรื่อง"การเลี้ยงดูพ่อ แม่" คิดดูนะค่ะ ตั้งแต่ก่อนเข้าก็ต้องเลือกแล้ว...จะเอาอะไรดี...นั่นหมายถึงต้องศึกษาเรื่องมงคล 38 ก่อนเลือก...เมื่อตัดสินใจเลือกก็คงต้องมีพันธะที่จะทำให้เหมือนกับที่เลือก และเมื่อเลือกและได้อยู่ในกลุ่มแล้ว ก็คงต้องทำตัวให้อยู่ในร่องในรอยของมงคลนั้น...อุบายอันชาญฉลาดของชุมชนจริงๆเลยค่ะที่ทำให้ประเทศไทยมีมาได้จนถึงทุกวันนี้

อันนี้น่าจะเอาไปใส่ในโรงเรียนนะค่ะ ทำชุมนุม ตามมงคล 38...ลูกหลานเราคงเป็นเด็กดีกันที่เนื้อในแน่ๆค่ะ

สวัสดีครับอาจารย์

ผมอ่านมาถึง "เมื่อศิษย์พร้อม ครูบาก็ปรากฏ" มันเกิดปีติ น้ำตาคลอเลยครับ ผมเชื่อคำนี้ครับ

ขอบคุณมากครับ

Little Jazz ครับ

อืม... เอาล่ะ ยอมรับว่าเหนือกว่าผมตอนไม่รู้จักถั่วงอก ถั่วเขียว เพราะเผอิญตอนเรียนวิทย์ เขาให้เมล็ดถั่วเขียวมาลองปลูก ปรากฏว่างอกออกมาเป็นถั่วงอก (โชคดีจริงๆ ไม่งั้นก็คงยังไม่ทราบ)

วันก่อนเพื่อน (หมอวรวุฒิจากสันทราย จ.เชียงใหม่ อิ อิ เอามาขายซะเลย) ไปกินข้าวที่ร้านท่าศาลาซีฟูด เดินเข้าร้านไปที่ถังเก็บวัตถุดิบ (สดๆเป็นๆ) แกอารามดีใจก็รำพึงออกมาลั่นร้านว่า "ว้าว! มีกั้งด้วยวันนี้ ลาภปากๆ" น้องคนเสริฟที่ยืนอยู่ข้างๆชะโงกมาดูในถังอย่างฉงนฉงาย แล้วก็สะกิดบอก (ด้วยความดังที่ไม่แพ้กัน) ว่า "ตัวนั้นที่นี่เรียกแมงดาทะเลค่ะ!!!" ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ตั้งแต่นั้นมา เราก็เลยเรียกแมงดาทะเลอีกชื่อนึงว่า "กั้งสันทราย" เป็นที่รำลึก อิ อิ อิ

ตกลงมันเป็นขนุนจริงๆใช่ไหมครับ อ. GIS (คือสับสนเรื่องพืชผักผลไม้ จนกลายเป็นขาดความมั่นใจไปเลย ฮึ ฮึ)

คุณ Kullatat ครับ

ตอนปีที่แล้วได้ไปดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวัน คณะแพทยศาสตร์ของเขามีวิสัยทัศน์ 4 ประการ ติดไว้ตัวเบ่อเริ่มที่ลานหน้าโรงพยาบาลคือ "พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา" เห็นแล้วก็รำพึงว่า ของดีๆที่เรานำมายึดเหนี่ยว มีเยอะแยะให้เลือก ไม่เห็นต้องเอา Balanced Scorecard, Six Sigma, Lean อะไร ต่อมิอะไรมาแปล มาตีความเลยนิ

คุณข้ามสีทันดรครับ

ผมเชื่อ และมีประสบการณ์จริงมาหลายต่อหลายต่อหลายครั้งแล้วครับสำหรับเรื่องนี้ ตอนนี้เลยพยายามทำตัวให้พร้อม เป็นถ้วยชาเปล่าๆ เช็ดถูให้สะอาด เตรียมรอรับตลอดเวลา

สวัสดีอีกรอบครับ ท่านอาจารย์หมอ

ผมมีบันทึกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นความคิดคำนึงอันหนึ่ง ที่เจือไว้ด้วยความลังเล สงสัย ไม่แน่ใจ ในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด

http://gotoknow.org/blog/bodymind/263666

ผมรู้ดีถึงข้อจำกัดแห่งการคิดอันคับแคบ และอ่อนด้อยซึ่งประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง

เลยอยากขอความกรุณาจากอาจารย์หมอ ให้ช่วยอ่าน และช่วยชี้แนะทางสว่างให้แก่ศิษย์น้อยคนนี้ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี