เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 52 อาจารย์จิตเจริญ ได้สั่งงาน และฝากงานไว้ก่อนที่จะกลับมอดินแดง เพื่อให้ชาว มมส. ร่วมสานต่อ โดยจัดประชุม กก. KM มมส. เวลา 15.00-16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 1 สำนักวิทยบริการ เริ่มต้นด้วย  KM ในการเรียนการสอนโดยอาจารย์ทวีสิน  ฉัตรเฉลิมวิทย์  ท่านได้ให้ข้อคิดว่า

ในการ Focus เรื่อง KM ในการเรียนการสอนที่เราจะมา Share กันนั้น ควรเลือกจากไหน เรื่องอะไร เราไม่จำเป็นที่ต้องทำทุกเรื่อง เราควรเลือกเรื่องที่สามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ คือต้องการยกระดับงานที่เราทำ ไม่ใช่ทำแล้วทำให้งานที่ทำอยู่เพิ่มขึ้น (เพิ่มภาระงาน)

การทำ KM มีสองแบบ คือ แบบยั่งยีน และแบบไม่ยั่งยืน 

แบบไม่ยั่งยืนเราสามารถทำได้ง่าย ซึ่งอาจจะด้วยกระบวนการบีบเค้น เน้นผลลัพธ์ในระยะสั้น ทุกอย่างจับต้องได้ เห็นผลลัพธ์ ได้คะแนน วัดที่ปริมาณ ไม่ได้วัดว่า Knowledge  ที่ได้มาวัดอะไรได้หรือเปล่า  และมีการต่อยอดหรือไม่

แบบยั่งยืน จะเป็นแบบ Inside out  ที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้  ออกมาจากตัวบุคคล ไม่ได้บังคับ เป็นวัฒนธรรม เกิดความรักองค์กร

Km ธรรมชาติ คือการสำรวจทุน คือสำรวจว่าเรามีทุนอะไรบ้าง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากคือเราไม่เห็นทุนของตัวเอง หรือผู้นำ หรือหัวหน้า ไม่เห็นทุนในตัวของพนักงาน  ซึ่งทุนนี้ขึ้นกับ value ขององค์กร คือ การรับฟังทุกๆ คน  การเปิดโอกาส  เสียงของคนหนึ่งเสียง คือ ความรู้ แต่เราอาจไม่เห็น เสียงบางเสียงมีความหมายแต่เขาไม่รู้ เนื่องจากเขาไม่เคยได้รับค่าตรงนั้น นี่คือทุนจับต้องไม่ได้ และเราต้องมองหา gap ว่าคืออะไร มีอะไรบ้าง แล้วเราจะแก้ไข ปรับปรุงอย่างไร เราต้องมีการเชื่อมโยง อะไรที่ขาด แล้วเราจะเติมอย่างไร

ทุกคนมีศักยภาพ แล้วเราจะดึงศักยภาพของเขาออกมาตรงไหน ทำอย่างไรให้วงสนทนารู้สึกว่าผู้เข้าร่วมสนทนาทุกคนรู้สึก safe ทำให้กล้าพูด  เรื่อง safe เป็นเรื่องลำดับแรก ที่ทำให้เกิด contact สร้าง trust ซึ่งกันและกันทำให้เกิดการเปิดใจ กล้าพูด เป็นเวทีที่ open  นั่นคือ สมองส่วน Alpha mode จะเปิดรับ รู้สึกปลอดภัย แต่ถ้ารู้สึกไม่ safe สมองส่วน Bata mode  จะปิดรับ รู้สึกไม่ปลอดภัย ไมเปิดรับ (อ้างจากหนังสือคุณหนูดีคะ)

เราอาจจะยึดติดกับรูปแบบที่เป็นformal มากเกินไป (เรื่องที่เป็นสาระต้องเป็นทางการ) เลยลืมวิถีชีวิตมนุษย์ธรรมดา เราควรจัดแบบ informal บ้าง

น้ำหนึ่ง

28 พ.ค. 52