เศรษฐกิจพอเพียง
ในภาวะที่สังคมวุ่นวาย เศรษฐกิจตกต่ำ ชุมชนแบ่งสีแบ่งฝ่ายกัน นายไพโรจน์ สิทธิรส ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทดเจริญ ตำบล ฟากห้วย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียน โดยได้เปิดหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่น ปุ๋ยน้ำชีวภาพ น้ำยาอเนกประสงค์ ปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำยาป้องกันแมลงปราบศัตรูพืช น้ำยาสระผม
ผอ.ได้ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ทั้งนักเรียนประจำและชุมชนที่มีอาชีพทางเกษตรเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ลดรายจ่ายต้นทุนการทำการเกษตร เป็นการช่วยเหลือชุมชนให้ประยุกต์เอาปุ๋ยน้ำชีวภาพ ปุ๋ยหมักชีวภาพ มาแทนปุ๋ยเคมี
วันแรกเปิดการเรียนรู้มีผู้นำชุมชนและพี่น้องผู้ปกครองเข้ามาเรียนรู้ เคียงคู่กับนักเรียน ความเหลื่อมล่ำและต่างวัยของคนในชุมชนและเด็กนักเรียนนั้นเป็นภาพของชุมชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้โดยไม่แบ่งวัย อย่างหน้าชื่นชม
โรงเรียนและชุมชนนั้นมีความสัมพันธ์ อย่างดี คณะครู ชุมชน
นักเรียนร่วมกิจกรรมเรียนรู้ นั้นแสดงออกถึงความเอื้ออาทร
นอกจากโรงเรียนเป็นสถานศึกษาและยังเป็นแหล่งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ที่ชุมชนต้องพึ่งพา



เป็นภาพที่น่าชื่นชมจริง ๆ ครับพี่มหา ผมอยากให้ทุก ๆ โรงเรียนเป็นแบบนี้ ชุมชนร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมทำ ตลอดไปครับ
สวัสดีครับท่านมหา....ชื่นชมกองทัพของประชาชน..
สวัสดีค่ะ
ด้วยความยินดีค่ะ
ถ้าหล่อและขยันเหมือนพ่อ
ขอบคุณที่มาทักทายนะคะ
สวัสดีครับคุณหนุ่มกร
ทหารมีหน้าที่รักษาประเทศ ยามศึกเรารบ ยามสงบเราก็ทำอย่างอื่นได้ ไม่แพ้อาชีพอื่น น่าชื่นชมและชมเชยนะคะ คุณพี่มหา ที่สนับสนุนการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน ถ้าหากว่าชาวบ้านเข้าใจ และปฏิบัติตามได้ ถึงจะไม่มีเงิน แต่ก็ไม่อดอยาก แร้นแค้น อยู่ได้สบายๆเพราะ ประเทศไทยแล้ว แท้จริงอุดมสมบูรณ์ในน้ำมีปลาในมีข้าว
แต่ชาวบ้านปรับสภาพที่กำลังเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวิตน์ให้ทันเขา โดยไปวิ่งตามการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงที่สะดวกสบายขึ้น จึงทำให้คุณค่าและรายได้ตนเองด้อยราคาลง พบและนิยมของที่แพงๆ เพราะไปนิยมตามยุคใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ ที่เคยอยู่แบบพอเพียง เลยกลายเป็นยุค ที่ไม่รู้จักและเข้าใจคำว่า พอเพียง หรือเพียงพอ เป็นเช่นใด เพราะความต้องการ มีไม่หยุดหย่อน ถ้าไม่มีเหมือนเขาถือว่า เชย เช่น การมีโทรศัพท์มือถือ การซื้อรถกระบะต้องมี
การอยู่การกินก็ไปนิยม ซื้อกิน ไม่มีเวลา ไปตกปลา ตึกแห ปลูกพืช เลี้ยงไก่ กินไข่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา กลายเป็นทุกอย่างต้องใช้เงินซื้อเอา พอทุกอย่างต้องใช้เงิน ก็เปลี่ยนชีวิตไปหารับจ้าง เพื่อที่จะได้เงิน ทั้งที่แรงงานเหล่านี้ เสียดายแรงงาน ถ้าไปบำรุงการเกษตรของตน ให้ครบวงจร ไม่ต้องซื้อเขา ปลูกเองกินเอง แรงงานของตนสามารถสร้างงานในไร่ในสวน จะมีรายได้มากกว่าไปเป็นกรรมกรเสียอีก หรือไปรับจ้างเขา นี่ไงทุกคนชอบสะดวกสบาย ทำของตนเองว่ายากลำบาก ชอบไปขายแรงงาน ที่ต้องออกจากบ้านตนไปหาขายแรงงาน ให้โดนเขากดขี่บังคับ ส่วนครอบครัวสามี ภรรยา ลุก ต้องห่างไกลกัน ขาดความอบอุ่น เพื่อหาเงิน
อยากให้ชาวบ้าน ใช้ชีวิต แบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก มีความพอประมาณ มีเหตุมีผล และรู้จักการสร้างภูมิคุ้มกัน และใฝ่หาความรู้ควบคู่กับคุณธรรม ประเทศก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ถึงจะไม่มีเงิน ก็ไม่อดตาย เพราะเรามีทุกอย่าง
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในสวนมีผัก ผักสวนครัวรั้วกินได้ ผักเป็นสมุนไพรก็มี แต่ปัญหา ที่ดินของชาวบ้าน ส่วนหนึ่งไปจำนอง แล้วก็หลุดจำนองไป เลยทำให้ที่กล่าวข้างต้น เลยไม่มีความหมายที่หลงเหลืออีกแล้วที่ว่า ในน้ำมีปลาในนามีข้าวในสวนมีผัก เพราะขาดที่ดินทำกิน จะแก้ปัญหาอย่างไร เงินหาไม่ได้ง่ายๆ
ขอมีส่วนร่วมออกความคิดเห็นในบล็อกนี้ เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ของชุมชนต่างๆ ถ้าทุกคนเข้าใจ และร่วมมือกัน ปัญหาจะน้อยลง เข้ามาให้กำลังใจคะ
เดินทางปลอดภัยนะคะ..ชุมแพมีอะไรดีดีเยอะนะคะ..
ไปงานสีดำ..เหนื่อยใจค่ะ..
ฝากเจ้างูเด็กน้อยมาส่งให้เดินทางปลอดภัยนะคะ
ชื่นชมที่สุดค่ะ
มีความสุขในการทำงานค่ะ
ขอบคุณค่ะ
พี่มหาครับ..
เห็นภาพการทำงานแล้ว ทำให้ผมคิดถึง ช่วงที่ผมทำงานกับทหาร ตอนที่ยังอยู่ที่แม่ฮ่องสอน ...บรรยากาศไม่ต่างกัน
ผมกำลังเสาะหา โรงเรียนที่ทำเรื่อง ศก.พอเพียง อยู่นะครับ เห็นข้อมูลที่พี่มหานำเสนอแล้ว น่าสนใจมาก
..
ชวนพี่ไปชม ภาพกิจกรรม gotoknow forum ที่นี่ครับ Gotoknow forum ครั้งที่ ๑ ลดความเหลื่อมล้ำ และ การเปลี่ยนแปลง
ป.ล.
พี่มหา กับ คุณไพโรจน์ หล่อกันคนละแบบนะครับ :)