อัลฮัมดุลิลลาห์ วันนี้สำหรับผมและทีมงาน ผมคิดว่าเป็นวันแห่งน่าประทับใจมากๆ ครับ สำหรับครึ่งทางของงานวิจัย งานวันนี้สะท้อนว่า แนวคิดของทีมวิจัยสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาครับ และทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนต่อกิจกรรมการวิจัยนี้ ขอบคุณอัลลอฮ์

ตั้งแต่เริ่มโครงการวิจัยระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ผมยังไม่เคยได้คุยกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเลยครับ แน่นอนว่ากับโรงเรียนเอกชนฯ นั้นผมคุยตั้งแต่แรกของงานแล้ว และทำงานร่วมกันมาตลอดครับ แต่ไม่เคยฟังเสียงคนภาครัฐ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีเวทีนี้ขึ้น

ถ้าพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วม อันนี้ตอบได้ว่า สอบตกครับ ผ่านครึ่งไปนิดเดียว แต่รู้แกใจดีครับว่าทำไม ก็หนังสือเชิญเพิ่งส่งวันพฤหัส วันศุกร์โรงเรียนเอกชนฯ ก็ปิด ดีว่าหลายท่านพอได้ยินข่าวแว่วๆ ก็โทรมาถาม ส่วนตัวแทนจาก สพฐ.ในสามจังหวัดค่อนข้างจะพร้อมหน้าครับ (มียะลาจังหวัดเดียวที่มาครบทั้งสามเขต)

เดิมที ผมคิดว่าจะมีคนว่าผมว่า คิดอะไรพิเรณ ทำอะไรบ้าๆ แต่แล้วไม่ครับ ทุกคนพูดตรงกันว่า อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการ มีข้อห่วงใยอยู่ประการหนึ่งคือ ทีมวิจัยจะทำเสร็จในโรงเรียนเอกชนฯ ได้อย่างไร ในเมื่อโรงเรียนกลุ่มนี้ไม่ค่อยตอบรับความเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นความห่วงใยที่น่าสนใจครับ และเป็นสิ่งแรกๆ ที่ได้รับจากการลงภาคสนามเรียนรู้สภาพจริงของโรงเรียน แต่ตอนนั้นเรามั่นใจว่า จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อันเนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่มองเหมือนกับทีมวิจัย และเราก็จะใช้เครื่องมือที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

คำถามหนึ่งคือ จะเริ่มใช้ให้ได้เร็วที่สุดเมื่อไร? เป็นคำถามที่เหมือนน้ำทิพย์เสริมสร้างกำลังใจให้กับทีมวิจัยเลยครับ เพราะคำถามนี้ไม่ใช่เป็นคำถามจากโรงเรียน แต่กลับเป็นคำถามจากตัวแทนภาครัฐ

ตอนนี้งานเลยมากองกันต่อหน้าผมและทีมงานเรียบร้อยแล้วครับ เป็นงานเร่งๆ ทั้งนั้นเลย แต่ดีว่า งานส่วนใหญ่ทีมงานแบ่งไปทำมาแล้วครับ เพียงแต่ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาเท่านั้นเอง อันนี้เป็นข้อดีของการทำงานเป็นทีมครับ โดยเฉพาะกับทีมที่ทำงานวิจัยบ่อยๆ เนื่องจากเขาจะวิเคราะห์เองว่า อะไรที่เขาจะทำได้ก่อน ต้องบอกว่าต่างกับทีมชุดแล้วๆ มา ที่ผมต้องบอกจึงจะขยับได้

วันนี้เลยอดพูดในที่ประชุมไม่ได้ครับว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกของผมที่ผมใช้เวลาให้กับมันมากที่สุด คือ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งโครงการอื่นๆ อยู่ที่ประมาณหนึ่งวันต่อสัปดาห์ แต่ผมยอมรับครับว่า มันคุ้มค่ากับความพยายามความทุ่มเทจริงๆ เมื่อเห็นทุกฝ่ายขานรับ

ออ. อีกคำถามหนึ่งคือ จากสามสิบสามโรงจะขยายให้ครบทุกโรงได้อย่างไร ฮือ อันนี้ผมยังไม่ได้คุยกับใครเลยครับ แต่เคยเสนอแนวคิดไว้ตอนเสนอโครงการว่า ใช้วิธีการแตกตัวครับ จากโรงเรียนนำร่อง ก็ให้โรงเรียนเหล่านี้หาทายาทอีกสามโรงเรียน มันก็จะกลายเป็นร้อยกว่าโรงภายในสองปี

แต่ที่ปวดใจที่สุดสำหรับโครงการวิจัยนี้คือ งบประมาณงวดแรกติดลบ ฮือฮือฮือ ผมดีดลูกคิดผิดครับ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้โครงการเดินได้จนครบตามกำหนดคือ ทดลองจ่ายไปก่อน โดยหักจากค่าตอบแทนนักวิจัย กรณีนี้นักวิจัยมือใหม่เป็นบทเรียนได้ครับ การคุมเงินต้องคุมจริงๆ อย่าเผลอ แต่ไม่เป็นไรครับ เฉลี่ยกันได้กับงวดต่อไป ซึ่งคราวหน้า ผมจะแยกงบส่วนค่าตอบแทนออกต่างหากเลยครับ จะได้ไม่ลืมอีกแล้ว

เมื่อคืน ผมเสนอกรอบแนวคิดโครงการวิจัยใหม่ของผมไปให้เลขากลุ่มนักวิจัยครับ (ลืมถามว่า จะตั้งชื่อกลุ่มว่าอะไรดี) รอบนี้ผมฟอร์มทีมเรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังไม่ได้บอกเจ้าตัว ฮาฮา  ส่วนเช้าของวันนี้ ก็ได้หาทีมสำหรับงานวิจัยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งผมอยากทำมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถึงแม้มันจะไม่เกี่ยวกับสาขาวิชาที่ผมควรทำก็ตาม ปรากฏว่า คนที่โอเคกับโครงการนี้ คือ อ.เกษตรชัย และ อ. Ibm ฮิฮิ แถม อ.เกษตรชัยอาสาเป็นคนประสานหาแหล่งทุนให้ด้วย ผมเลยสบายใจครับว่า น่าจะไม่พลาด ได้ทำแน่ๆ (อินชาอัลลอฮ?) โครงการนี้อยากได้นักจิตวิทยาอีกสักคนครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะชวนใครดี

ตอนนี้งานด่วนๆ อีกชิ้นหนึ่งยังเริ่มไม่ได้ครับ คือการออกแบบนิทรรศการ เนื่องจากจอโน้ตบุคมันเล็ก พอจะออกแบบงานชิ้นใหญ่ด้วยโปรแกรมโฟโต้ชอบ ปรากฏว่า มันยากมาก สมัยก่อนผมหิ้วโน้ตบุคจอ 15 นิ้ว คนชอบแซวผมว่า ทำไมจอใหญ่ขนาดนี้ ผมตอบว่าจำเป็นกับอาชีพ แต่เครื่องล่าสุดใช้จอเล็กมาหน่อย (จริงๆ ก็ไม่มากหรอกครับ 14 นิ้ว ปรากฏงานที่ทำได้ก็ทำไม่ได้เสียแล้วครับ วิธีการเดียวคือ ต้องซื้อจอใหม่อีกจอหนึ่งครับ ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ acer 22 นิ้ว ตามคำแนะนำของอาจารย์ธวัชชัย เย็นวันนี้เสร็จจากงานประชุมเลยแวะไปที่บิ๊กซี ปรากฏไม่มีรุ่นนี้ครับ มีรุ่นเล็กกว่า ก็เลยตัดใจรอบวันจันทร์ครับ เพราะยังงัยๆ ก็จะไป gotoknow forum อยู่แล้ว แวะไปซื้อกลับมาด้วยเลยจะดีกว่า ฮิฮิ แต่ต้องมานั่งลุ้นต่อครับว่า งานผมจะเสร็จทันหรือเปล่า ฮือ