การใช้ชีวิตอาจแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือการใช้ชีวิตแบบ Live “into”กับแบบ Live “up to” ซึ่งฟังดูอาจจะนึกว่าคล้ายกัน ทั้งๆ ที่แท้จริงนั้น มันต่างกันคนละโลกเลย . . . คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตแบบ “Live up to” คือ live up to . . อะไรบางอย่าง ท่านอาจจะเรียกมันว่า “ความคาดหวัง” เช่น คาดว่าสักวัน . . . ฉันคงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น . . . ฉันคงจะมีเวลาได้ออกกำลังกายมากขึ้น . . . ได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น . . . ได้มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายขึ้น หรือได้เข้าสู่กระแสนิพพาน (ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ . . . ) เป็นต้น
ส่วนการใช้ชีวิตอีกชนิดหนึ่งเป็นการใช้ชีวิตแบบ “Live into” เป็นการอยู่กับสิ่งนั้นๆ อยู่อย่างเป็นเนื้อเดียวกันนับตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว เหมือนกับที่ปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เป็นการอยู่ด้วยกันในปัจจุบันขณะ ไม่ต้องรอเวลาที่กำลังจะมาถึง อยากได้ชีวิตที่ดี ก็ให้เริ่มต้นชีวิตที่ดีนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป อยากได้ร่างกายที่แข็งแรงก็ให้หมั่นออกกำลังกายทันที (เท่าที่จะทำได้) ไม่ต้องไปรอเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในวันเกิด หรือในวันปีใหม่ แต่ให้เริ่ม “ทำทันที” (อย่างที่อาจารย์หมอ JJ เรียกว่า “ททท”)
เส้นทางชีวิตที่มัวแต่รอว่าจะมีความสุขได้ ก็ต่อเมื่อได้เดินไปถึงจุดหมาย กับการก้าวเดินที่เพลิดเพลินไปกับแต่ละย่างก้าวนั้น . . . มันช่างเป็นอะไรที่แตกต่างกันมากจริงๆ
มาเรียนรู้ค่ะ ชอบจังค่ะ
live into ... up to u ใช่ไหมคะ
จะพยามยามค่ะท่านอ. ขอบคุณค่ะ
มีข้อความดีๆ จาก วินทร์ เลียววาริณ มาฝากครับ
ขอบคุณมากครับ อาจารย์
ศิษย์จะน้อมนำไปปฏิบัตินะบัด Now
"กับการก้าวเดินที่เพลิดเพลินไปกับแต่ละย่างก้าวนั้น"
แต่พอผม "เพลิดเพลิน" ผมมักจะเผลอเพลิน ไปเลยครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ประพนธ์
นับจากที่ผมได้รับ "หลุด" ที่การพิมพ์ครั้งหลังใช้คำว่า "อิสรภาพ" งานชิ้นนั้นอธิบายคำว่า "Live Into" ได้ชัดเจนทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าตัว "มรรคา" ในงานชิ้นนั้นอาจจะยังไม่ชัดเจน สำหรับผู้มาใหม่อย่างผม
จนกระทั่งได้อ่านงานแปลล่าสุดของอาจารย์ ที่กว่าผมจะมีโอกาสได้เข้าร้านหนังสือก็เป็นการพิมพ์ครั้งที่สองแล้ว "สปาอารมณ์" ให้รายละเอียดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ "How to Live Into" ในภาษาที่คนร่วมสมัยอาจจะเข้าใจเช่นคำว่า "การดำรงอยู่" เพราะหากไปอ่านคำว่า "ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม" คนร่วมสมัยอาจจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่เป็นการอธิบายถึงสิ่งเดียวกัน
ในวงเสวนาครั้งที่ผมได้รับ "หลุด" จากมือของอาจารย์ ครั้งนั้นผมถูกถามโดยอาจารย์หมอ ผมยังจำคำตอบได้ไม่ลืม "ผมทิ้งเงิน(ที่ไม่ค่อยมี) เพื่อไปหาชีวิต" "ผมต้องการอิสรภาพ" จากวันนั้นถึงวันนี้ก็สามปีผ่านไปแล้ว ผมเห็นสิ่งที่เรียกในบันทึกนี้ว่า "Live Into" หรือ "หลุด" หรือที่ผมเรียกว่า "อิสรภาพ" แล้ว
ผมเห็นมัน และผมก็มั่นใจว่า ผมไปถึงแน่ ในชีวิตนี้แหละ แม้ตอนนี้จะยังเข้าไม่ถึง แต่ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของมัน บางคราวมันชัดเจนราวกับสายลมเย็นที่โชยมาปะทะเมื่อยามร้อน
ระหว่างนี้ผมกำลังเดินทางเพื่อการ Live Into อยู่ครับ ทุกย่างก้าวผมเต็มไปด้วยอิสรภาพ ในความรู้สึกของผม อิสรภาพไม่ใช่เป้าหมายของการเดินทาง แต่อิสรภาพจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราจะเจออิสรภาพตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกเดิน เพียงแต่ความชัดเจนเท่านั้นที่เปลี่ยนไป
ขอบคุณอาจารย์ที่เป็นกัลยาณมิตรที่ประเสริฐเสมอมา ผมเลือกวิธี Dymanaic Meditation เป็นเครื่องมือในการเดินครั้งนี้ครับ
อาจารย์ครับ ถ้าการใช้ชีวิตแบบ Live “into” คือ การที่ใจเราอยู่กับ "ปัจจุบันขณะ"
และการใช้ชีวิตแบบ Live “up to” คือ การที่ใจเราคิดถึง "อนาคต"
แล้วคนที่ใจชอบคิดถึงแต่เรื่อง "อดีต" เราจะจัดอยู่เขาเหล่านั้นว่า ใช้ชีวิตแบบไหนครับ ?
ขอบคุณครับ
อ่านตั้งแต่เริ่มแรก ปัญญาญาณ จนกระทั้ง สปาอารมณ์ (เซนที่ไม่ขายตามท้องตลาดก็อ่านแล้วค่ะ) ก็รอเล่มใหม่ที่อาจาร์ยจะออก ระหว่างรอ เลยได้อ่าน คุรุวิพากษ์คุรุ ขอทราบข้อมูลนิดหนึ่งค่ะ
1. ว่าบ้านเรามีใครที่แปลงานของ OSHO อีกบ้างค่ะ
2. หนังสือ OSHO บ้านเราแปลมานานหรือยังใครเริ่มแปลครั้งแรก
(แต่สำนวนการแปล ของอาจาร์ย อ่านแล้วชอบค่ะ)
ที่ถามไปจะได้หาซื้อมาอ่าน เพิ่มค่ะ ทุกตัวอักษรของ OSHO อ่านแล้วโดนใจ ยุคไกลธรรมชาติ(ข้างในและข้างนอก)ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
โอ้. . . ดร.สวัสดิ์ ไม่ได้เจอกันเสียนาน . . . ยังแชร์ได้อย่าง "มีพลัง" เหมือนเดิม
ตอบอาจารย์ ผศ. วัชรชัย . . . ผมเรียกว่าเป็นการใช้ชีวิตแบบ "จมปลัก" ครับ
ตอบสามารถ . . . ถ้าเผลอเพลิน ก็ให้หมั่น "รู้ตัว" ว่าเผลอไป ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ครับ
ตอบคุณสรา . . . ผลงานการแปลหนังสือของท่าน Osho นอกจากที่ผมแปลไว้ ยังมีงานอีกหลายเล่มครับ . . . รับจะไปค้นหาให้ แล้วนำมาบอกไว้ที่นี่ในวันพรุ่งนี้ครับ (พอดีมีหนังสืออยู่ที่บ้าน จำไม่ได้แล้วว่าชื่ออะไรบ้าง)
ที่คุณสราถามถึงหนังสือแปลของ Osho นอกเหนือจากที่ผมแปลไว้ เท่าที่ผมทราบก็คือ:
1. “คิดนอกกรอบ (Creativity)” ไม่ทราบชื่อผู้แปล
2. “บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน (Contemplation Before Sleep)” ใช้ชื่อว่า ศรีรัชนี (ไม่ใช่ Osho) แปลโดย พจนา จันทนสันติ มีทั้งหมด 2 เล่ม
3. “คัมภีร์แห่งความเร้นลับ (The Book of the Secrets)” ใช้ชื่อว่า ภควัน ศรีรัชนี (ไม่ใช่ Osho) แปลโดย พิเชษฐ์ วนวิทย์ มีทั้งหมด 3 เล่ม
หากหาตามร้านไม่ได้ ลองโทรไปเช็คกับคุณสุนิตได้ที่ 08-1919-8111
ขอบคุณอาจาร์ยมากค่ะที่ไปค้นข้อมูลมาให้ทราบ
ขอให้อาจาร์ยแปลงาน OSHO ไปเรื่อยๆ นะค่ะ
ขอให้สุขภาพดีทั้งอาจาร์ย และคุณสุนิตค่ะ
ท่าทางผมจะอยู่ในกลุ่ม live up to นะเนี่ย....-_-
ขอบคุณครับ
ผมเองก็อยู่ในกลุ่มนี้ ทั้งที่ก็พยายามพัฒนาให้เป็นแบบ Live into . . . ยังคงหลุดไปเป็นแบบ Live up to อยู่เรื่อยๆ เหมือนกันครับ
ขอบคุณครับอาจารย์